✈ day 9 : กลับบ้าน บ๊าย บาย ร็อบบี้..

ตอนเช้าตื่นขึ้นมา ร๊อบออกไปนั่งอยู่หน้าห้องแล้ว รื้อค้นกระเป๋าของตัวเองเป็นการใหญ่ สอบถามได้ความว่าจะเอาเสื้อไปซักซะหน่อย (เสื้อของร๊อบประมาณว่าลายดอกแทบทุกตัว ท่าทางจะชอบมาก มีวันนึงร๊อบใส่เสื้อยืดสีเทาทำเอาเรางง ไม่เคยเห็น) ส่วนอาตี๋ของเราไม่ต้องพูดถึง ยังไม่ตื่น เลยไปปลุกแบบไม่มีความปรานี ตื่นก็ตื่นด้วยกัน ชิชะ..

ร๊อบเดินไปหาร้านซักรีด ส่วนเรากับเซี่ยะก็เดินไปหาทัวร์เอเย่นต์ จองตั๋วเครื่องบินกลับกรุงเทพฯ การจองตั๋วเครื่องบินเนี่ยนะ ไม่มีวันเข้าใจได้ง่ายๆเลยพับผ่าเถอะ จองทีไรก็งงทุกครั้งไป เสร็จแล้วเราออกไปเดินหาของกินกระแทกปากต่อ ตามเคยที่เราเดินตามเซี่ยะกันไปหาของกิน หมอนี่รู้จักแทบทุกซอกทุกมุม น่าหมั่นไส้จริงๆเป็นคนจีนซะเปล่า ..เอ๊ะ..เรามานั่งจุ้มปุ๊กกันที่ร้านขายอาหารอิสลามใกล้ๆมัสยิด เห็นเซี่ยะสั่งแล้ว ไม่แน่ใจว่ากินดีไม่กินดี เลยจิ้มๆสั่งอย่างอื่นไป(ทุกวันนี้ยังไม่รู้เลย กินอะไรเข้าไป แต่ก็อร่อยดีแฮะ) กินเสร็จเราก็เดินกลับไปดูร๊อบ(ซึ่งขอตัวไม่ตามมากิน เพราะติดลมคุยกับลุงคนนึงที่ร้านกาแฟระหว่าทาง) มาดูที่ร้นอีกที ร๊อบลงไปนอนกลิ้งเกลือกที่พื้นร้านกาแฟแล้ว
“เฮ้ย เป็นไรๆๆ”
“ไม่เป็นๆ แค่สาธิตการเล่นโยคะให้ลุงเค้าดู”
“อ๋อออ อ่ะนะ…เพื่อนตู อารมณ์ศิลปินซะงั้นน่ะ”
บาย บาย ร๊อบบี้ รู้ตัวอีกทีเราก็อยู่บนรถตุ๊กๆ นั่งอัดกันมา ตัวควายๆกันทั้งนั้น ไม่รวมกระเป๋าอีก 3 ใบใหญ่กับของคุณนายเซี่ยะเธออีก 2 ใบเล็ก(ข้างในบรรจุไส้อั่วและน้ำพริก ธูปเทียน น้ำอบ สารพัดจะหาเอากลับบ้าน) ถนนเชียงให่ก็งงดีแท้น้อ วันเวย์กันมาตลอด เลยมาลงที่แยกหน้าเกสต์เฮาส์ ลงมาโบกมือบ๊ายบายร๊อบที่บ้านพักใหม่ที่เราช่วยกันหาให้ ร๊อบจะอยู่ต่ออีก 1 อาทิตย์

นี่เราต้องลาเพื่อนเรากลับบ้านแล้วเหรอเนี่ย..
น่ะ..ยังไปเจอกันที่กรุงเทพฯอีก 1 วันก่อนร๊อบจะกลับนิวซีแลนด์

เราช่วยร๊อบเอากระเป๋าลงจากตุ๊กๆ ร่ำลากันเรียบร้อย กอดกันจนหายใจไม่ออก

ร๊อบอยู่เชียงใหม่ต่อ เรากับเพื่อนที่ตอนนี้เหลือกันอยู่ 2 คนนั่งตุ๊กๆไปสนามบินเชียงใหม่

ภัตตาคารการบินไทย หลังจากขั้นตอนพิธีการที่สนามบินเรียบร้อย เซี่ยะได้คูปองกินฟรีที่ภัตตาคารการบินไทย เราเลยดี๊ด๊าไปกินกัน สั่งกันแหลก
(ดีนะที่กินหมด) นั่งมองไปนอกหน้าต่าง..เฮ้อ..ไม่อยากกลับบ้าน “เออ นี่..เซี่ยะ ยังไงเราขอบใจคุณมากเลยนะ ทริปเนี้ย สนุกมากเลย”
“เฮ่ยย ขอบจงขอบใจอะไรก๊านน”
“เฮ้ จริงๆ นะ เนี่ยเรากำลังนั่งคิดอยู่ ว่าถ้าทริปนี้เราไม่เจอคุณนะ มันคงจะเป็นทริปที่..อืม ก็คงสนุกน่ะ แต่ไม่รู้จะสนุกขนาดนี้หรือเปล่า แล้วจะเป็นทริปที่ดีและประทับใจแบบนี้หรือเปล่า..”
“อืม..น่ะ..แต่ ถ้าเราไม่เจอกันใช่ป่ะ เราก็ยังเจอนักเดินทางคนอื่น ไม่แน่อาจจะยิ่งสนุกกว่านี้ หรือสนุกน้อยกว่านี้ แต่ใครแคร์ล่ะ คุณแฮปปี้ที่ได้เดินทาง ผมว่าก็โอเคนะ”
“อืมก็จริงนะ”
“ทริปหน้าไปไหน?” เซี่ยะตักสลัดคำสุดท้ายเข้าปาก
“ไม่รู้อะ แต่คงไปเนปาล อินเดีย”
“อืม ไปซิๆ สวยนะ ผมชอบมากเลย แล้วถ้ามีโอกาสนะ ไปอียิปต์นะ ถูกมาก แค่ค่าตั๋วเครื่องบินน่ะที่แพงหน่อย”
“โฮ่ ถ้ายังมีเงินหาเลี้ยงตัวเองอยู่นะ”
“มีแน่น่าาาาาา แล้วอย่าลืมไปเที่ยวบ้านผมบ้างนะ เราไปกินอาหารจีน นั่งรถไฟใต้ดินกัน คิก คิก..”
“ทำเป็นตาหลก เดี๋ยวเมืองไทยก็มีแล้วเฟ้ยยย รถไฟใต้ดินน่ะ เด่อออ”

ใกล้เวลาต้องออนบอร์ด เซี่ยะเลยขอตัวไปขึ้นเครื่องก่อน เพราะต้องไปทาง international เรานั่งละเอียดกาแฟเย็นต่ออีกหลายนาที เฮ้อ คิดถึงกาแฟลาว..

เก็บหนังสือลงกระเป๋า เดินตัวปลิวออกมาจากร้านก็มีเสียงอันดังตามหลังมา
“คุณครับๆ! ยังไม่ได้จ่ายเงิน”
อ้าว! ยัยเซี่ยะะะะะ..ะ..ะ.ะ…..ทำไมเธอต้องลืมทิ้งคูปองไว้ให้ฉ๊านนนนนนนนนนนนน

รักคุณเท่าฟ้าาา ไปยืนหิ้วถุงแคบหมูอยู่นาน เตร็ดเตร่อยู่แถวๆนั้นแหละ ไม่ยอมให้ขึ้นเครื่องซักที เฮ้อ อยากนอน พอให้ขึ้นได้ปุ๊บก็รีบแผล็วไปต่อแถวทันทีด้วยความขี้เกียจเพราะอยากนอนเร็วๆ ขึ้นไปถึงเซี่ยะก็อยู่ตรงนั้นแล้ว หนีบหนังสือพิมพ์จีนมาอ่านด้วย อ่านไปได้ 3 หน้าหล่อนก็หลับ..

ปล่อยให้ชั้นนั่งหูอื้ออยู่คนเดียว ฮือๆๆ

เชอะ ได้นั่งข้างหน้าต่างแต่หลับตลอดทาง คิดดูเครื่องจอดเสียงดังพอสมควรเลยแหละ หมอนี่ยังไม่ตื่นเลย

เครื่องลงจอดที่สนามบินดอนเมืองโดยสวัสดิภาพ เราก็ตะแล๊ดๆลงมาจากเครื่อง เซี่ยะยังงัวเงียไม่เลิก แต่ด้วยความที่ต้องวิ่งไปต่อไฟลท์กลับไทเป ทำให้ตาสว่างขึ้นมาหน่อย เดินจ้ำๆกันแทบจะวิ่ง
“โอ่ย หนาวว่ะหนาวๆ” เราวิ่งไปบ่นไป แต่ เอ๊ะ ทำไมต้องมาวิ่งด้วยล่ะ ไม่ได้จะไปไทดปด้วยซักหน่อย
“ไม่เจอแอร์ตั้งเป็นอาทิตย์ แปลกๆอ่ะ” แล้วเราก็หัวเราะกัน ฮู้ย ชีวิตคนเมือง นานๆได้ออกจากห้องแอร์ซักที
บ๊ายบายเพื่อนๆทุกคน เซี่ยะต้องขึ้นรถภายในสนามบินไปคอนเนคท์ไฟลท์ต่อ เราต้องแยกกันตรงนี้แล้ว รถก็จอดรออยู่แล้ว
“โอเค แล้ว เราเจอกันอีก..นะ?” เราชักไม่แน่ใจ จะเจอกันอีกหรือเปล่า
“เฮ้ ไม่เอาน่า ผมกับกรุงเทพฯเนี่ย เราใกล้กันอยู่แล้ว มาบ่อยน่าาา นะ”
“อือฮึ บ๊ายบายนะ ขอบคุณมาก ทริปสนุกมากเลย”
“ผมด้วย..” เรายืนอึงกันอยู่พักนึง ไม่รู้จะพูดอะไร
“ผมไปล่ะนะ” แล้วเราก็ยืนกอดคอกันหัวเราะน้ำตาคลอ อยู่ตรงนั้น
“โอเค เซี่ยะ โชคดี”
เราโบกมือลากันเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อนที่เราใช้เวลาร่วมกันไม่กี่วัน เที่ยวด้วยกันพอจะต้องไปก็รู้สึกใจหาย เราร่ำลาแล้วเดินแยกออกไปที่รอกระเป๋า โดยไม่หันกลับไปมอง กลัวจะทำใจไม่ได้ที่ต้องเห็นเพื่อนเดินไกลออกไปทุกที ทุกทีโดยที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้เจอกัน..หรือ…อาจจะไม่ได้เจอกันอีกเลยก็เป็นได้

ตอนนี้ทุกคนคงกลับไปใช้ชีวิตอย่างเคย เซี่ยะกลับไปทำงานที่ RedCross ทำงานเพื่อสังคม จัดการเรื่องเงินๆทองๆขององค์กร และเดินไปทำงานทุกเช้าเหมือนเคย ร๊อบก็คงกลับไปทำงานที่ร้านของตัวเอง..
อาจจะคิดทำทัวร์สถานที่ถ่ายทำ ลอร์ด ออฟ เดอะ ริงส์ อยู่ก็ได้ ใครจะไปรู้ ฮึ ฮึ..

และ..ที่แน่ ๆ คงจะสร้างบ้านบนรถเทรลเลอร์ต่อ เพื่อเตรียมตัวออกเดินทางครั้งใหญ่ต่อไป

Tags: , , , ,

Leave a Reply