✈ Road Trip 3 ประเทศ ตอนที่หนึ่ง
กลับมาจากอภิมหาอมตะ Road Trip แล้วค่ะ เราขับรถกันจากเบลเยี่ยมไปเดนมาร์ก!! ดูในแผนที่มันก็ไม่ไกลเท่าไหร่ แต่ไปจริง โอ้ มายพระพุทธเจ้า เข้าเนเธอร์แลนด์ปั๊บก็หลงปุ๊บเลย ตื่นมาอีกที (อ้าว เค้าเลยรู้เลยว่านั่งหลับมาตลอดทาง) อยู่ที่ไหนวะเนี่ย พยายามหารถตัวเองบน GPS ก็ยังงง ๆ
เนเธอร์แลนด์ ขับผ่าน ขับผ่าน
ไอ้เจ้า GPS นี่หนา ช่างมีประโยชน์มากมายหลายคณานับ แค่เอาตัวรับสัญญาณมาติดไว้ในรถ ก็สามารถหาตำแหน่งที่เราอยู่ได้ จากนั้นก็แค่ใส่จุดหมายปลายทาง เพื่อความแม่นยำ เราใช้ Google Map หาตำแหน่งจากที่อยู่ก่อน ไม่น่าเชื่อ แค่ใส่ที่อยู่ ชื่อถนน เมือง ประเทศ กูเกิ้ลแมป สามารถค้นหาตำแหน่งได้ภายในเวลาเสี้ยววินาที ค้นได้กระทั่งเลขที่บ้าน!
แต่เจ้า GPS นี่มันก็หาได้ฉลาดไปซะทุกอย่าง มันก็มีรั่ว ๆ อยู่บ้าง คือเมื่อไปถึงชายแดน แผนที่มันจะตัดขาดอยู่แค่นั้น เป็นปัญหาน่ารำคาญ เปรียบเหมือนดูบอลอยู่แล้วนักเตะกำลังเล็งจะยิงประตูแล้วไฟดับ ! เป็นสาเหตุให้เรามางมตำแหน่งในเนเธอร์แลนด์กันใหม่ เมื่อข้ามพ้นเขตเบลเยี่ยมมาได้หลายกิโลเข้าไปแล้ว
“รู้ไหม ทำไมถึงรู้ว่าอยู่ เนเธอร์แลนด์” พลขับที่พาหลงยังมีอารมณ์เล่นทายปัญหา
“ไม่รู้อ่ะ ทำไม มีกังหันลมเหรอ”
“บ้า เห็นกังหันกี่อันแล้ว”
“ไม่เห็นซักอัน”
“เอ้อ !!”
“งั้นทำไม”
“เพราะผู้ชายส่วนใหญ่ที่นี่ตัวสูงเหมือนเสาไฟ ผมทอง และมีหนวด และทุกคนมี รถบ้าน เป็นดัชท์แน่นอน ฮ่าๆๆๆ”
ตลกตายล่ะ
คาราวานรถบ้าน
รถบ้าน หรือ “คาราวาน” นี้ พบเห็นได้ทั่วไปบนไฮเวย์ของยุโรปในหน้าร้อน ทุกครอบครัวดูเหมือนจะมีรถหนึ่งคัน ลากคาราวานหนี่งคัน ห้อยจักรยานมาด้วยอย่างน้อยสองคัน (หรือสาม สี่คันถ้ามีปัญญาขน) ภายในคาราวาน จะมีเตียงนอน อุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน มากน้อยแล้วแต่ฐานันดรและความหนาของเงินยูโนในกระเป๋า มีเครื่องครัว ที่ล้างจาน เคาน์เตอร์ ตู้เย็น ฯลฯ ไม่แปลกใจเลยที่บางคนอาศัยอยู่ในคาราวาน หรือรถบ้านแบบนี้กันจริง ๆ จัง ๆ แบบไม่สนใจจะซื้อบ้านช่องเป็นหลักเป็นแหล่ง โดยเฉพาะพวกฟลาวเวอร์พาวเวอร์ฮิปปี้บุปผาชนทั้งหลายในยุคก่อนนู้น แบบว่ามีห้องเดียว เปลี่ยนโลเคชั่นได้ แค่ขับไปจอดที่อื่น !
แต่มาในยุคนี้ ยุคที่ทุกถนนมี สิ่งประดิษฐ์ที่เรียกว่า มิเตอร์หยอดเหรียญค่าจอดรถ และ ยุคที่การมีรถซักคัน นั้นไม่พอ ยังต้องเช่าโรงรถสำหรับจอดรถอีกด้วย (เผลอ ๆ แพงกว่าเช่าบ้าน) สงสัยว่าเค้าเอาไปจอดกันที่ไหนวะเนี่ย
ในขณะที่คนอื่นขับรถพ่วงรถบ้าน หรือคาราวานคันเท่ารถถังดูน่าเกรงขาม ฮอนด้าแจ๊ซของเราปุเลง ๆ ถึงชายแดน เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี กะเค้าเหมือนกัน เราแวะกินเฟรนช์ฟรายส์ (คนเบลเยี่ยมเรียก ฟริทท์ คนดัชท์เรียก ปาตั๊ด !!) สังหรณ์ใจว่าจะเป็น ฟริทท์คอตต์ (แปลเห่ย ๆ ประมาณว่า กระต๊อบเฟรนช์ฟรายส์) สุดท้ายก่อนเข้าเยอรมนี

ดอยช์ลันด์!! ยินดีต้อนรับสู่เยอรมนี
ปาดคราบมายองเนส และเฟรนช์ฟรายส์ แล้วก็ขึ้นรถต่อ แล้วฟริทท์คอตต์นั้นก็เป็นฟริทท์คอตต์สุดท้ายจริง ๆ เพราะเพิ่งเห็นว่า มันอยู่บนชายแดนเกือบจะพอดิบพอดี จะเรียกว่าชายแดนก็ยังแปลก ๆ เพราะมันไม่มีอะไรกั้นเลย มีป้ายเล็ก ๆ ขนาดอาจจะเล็กกว่าก้นของข้าพเจ้า สี่เหลี่ยมจตุรัส สีน้ำเงินเข้ม มีดาวล้อมรอบสัญลักษณ์ของสหภาพยุโรป มีอักษรชื่อประเทศบอกให้รู้ว่า ขณะนี้เอ็งได้ข้ามเข้ามาสู่เยอรมนีแล้ว (ไม่รู้ตัวล่ะซิ)
เข้าเยอรมนีได้ก็เซิร์ชหาคลื่นวิทยุ เพื่อที่จะฟังดีเจชาวเยอรมันพูดมากเป็นต่อยหอย ไม่รู้พูดอะไรกันเยอะแยะแทบทุกสถานี คุณเบิร์ตเริ่มทำสำเนียงล้อเลียนตามไปด้วยอย่างสนุกสนาน
ตอนนี้จุดหมายเราอยู่ที่ ฮัมบูร์ก (Hamburg) ไปแบบไม่ค่อยรู้อะไรหรอก รู้แต่มีเพื่อนที่นั่น แล้วก็เป็นเมืองที่ไม่เคยไป ก็ถือโอกาสแวะไปเยี่ยมเยียนและเที่ยวเตร็ดเตร่ไปในคราวเดียวกัน
ตลอดทางสังเกตได้ว่าคนเยอรมันขับรถเร็วมาก เร็วจนแบบ โฮ๊ จะรีบไปไหนกันเหรอครับเฮีย แต่ละคนไม่ว่า ผู้หญิง ผู้ชาย จะแก่ จะหนุ่ม เหยียบเฉียด ๆ สองร้อย น้องแจ๊ซของเราไปแบบชิว ๆ ที่ร้อยถึงร้อยยี่สิบก็พอ เจียมเนื้อเจียมตัว แวะปั๊มเข้าห้องน้ำยืดแข้งยืดขาบ้าง ไม่รีบร้อน
ปั๊มน้ำมันเป็นแหล่งชุมนุมอย่างดีของผู้คนที่สัญจรไปมาบนไฮเวย์ มีร้านอาหาร ร้านค้า ห้องน้ำ ซึ่งส่วนมากจะต้องหยอดเหรียญ 50 เซนต์ (ประมาณ 20 บาท) เพื่อผ่านเข้าไปใช้ได้ เมื่อหยอดเหรียญเข้าเครื่องไปแล้ว จะได้ voucher มูลค่าเท่ากันออกมา เอาไปใช้แทนเงินสดได้ที่ร้านค้าภายในปั๊ม (จะมีป้ายติดไว้ที่แคชเชียร์ว่า Redeem your voucher here) แต่ปั๊มที่เล็กกว่าบางที่ อาจจะมีคุณลุง คุณป้า ยืนถือจานยิ้มเผล่อยู่หน้าห้องน้ำเพื่อรับ “ทิป” ก่อนเข้าจะเข้าไปทำธุระ ซึ่งจะไม่ให้ก็ได้ (มั้ง) แต่เห็นให้กันทุกคน 20, 30 เซนต์ บ้าง 50 เซนต์บ้าง บางคนก็ให้ถึง 1 ยูโร (โอ๊ว เข้าส้วมที 40 กว่าบาท)
เอาโต้บาห์น
ไฮเวย์ หรือ ในเยอรมนีเรียกว่า เอาโต้บาห์น นี่มันน่าเบื่อเหมือนกันทุกที่ในโลกหรือเปล่าไม่รู้ หรือเป็นเพราะฉันเป็นคนเบื่อง่ายไปเอง ถนนเมื่อผ่านเมืองเล็ก ๆ มันก็แปลกกตาดี แต่พอเข้าทางหลวงปั๊บ หลับปุ๊บ ถนนมันช่างยาวไกล และตรงแหน่ว มีให้ขับซิกแซกหลบรถบรรทุกบ้างแก้ง่วง แต่นั้นเป็นปัญหาของคนขับ ไม่ใช่ปัญหาของฉัน เหอๆๆๆ จะมีการแก้เซ็งได้บ้าง ก็ตรงที่นั่งดูทะเบียนรถแต่ละคนว่ามาจากไหนกัน นอกจาก D – Deutschland (เยอรมนี) NL เนเธอร์แลนด์ (มากับรถคาราวาน อิอิ) ก็พอจะเห็นประปรายคือ PL โปแลนด์, TR ตุรกี (สองประเทศนี้มักจะเป็นรถบรรทุกสินค้า) DK เดนมาร์ก และที่เห็นแนวๆหน่อย ก็คงเป็น LT ลิธัวเนีย ที่เห็นแค่ 2 คันตลอดทาง
ว่ากันว่าสมัยสงครามนั้น คนที่คุณก็รู้ว่าใคร เริ่มจะให้สร้างเส้นทางเอาโต้บาห์น ตัดผ่านหลายพื้นที่ในเยอรมนีนั้น ต้องให้แน่ใจว่าได้ผ่านพื้นที่ที่สวยงามอลังการ เพื่อให้ประชาชนได้ภูมิใจในแผ่นดินอันสวยงามยิ่งใหญ่แห่งนี้ ซึ่งมันก็สวยจริง แต่ก็น่าเบื่อเมื่อต้องนั่งดูมันเป็นเวลาสี่ห้าชั่วโมง
ไปอ่าน ตอนที่สอง ที่นี่จ้ะ
Tags: ขับรถเที่ยว, เนเธอร์แลนด์, เยอรมนี, แบกเป้ in ยุโรป

July 29th, 2007 at 11:58 am
Guten Morgen…Guten tag.
ich liebe Deutschland.
….
Auf wiedersenhen…
ได้แค่นี้…คืนความรู้ให้ครูบาอาจารย์ไปหมดแล้ว
เที่ยวเมืองเบียร์ อย่าลิมจิบเบียร์เผื่อกันด้วยนะจ๊ะ
July 30th, 2007 at 2:52 am
จิบมาเพียบเลยจ้ะ อิอิ