Archive for January, 2009

+ (ประมาณว่า)เพื่อน จะแต่งงาน แต่..

Sunday, January 25th, 2009

เมื่อเดือนก่อนคุยกับเพื่อนสาว (สาวแตกมาก ๆ she   เป็นผู้หญิง ที่ ผู้ยิ๊งงงงง ผู้หญิง) ไม่ใช่คนไทยหรอกนะ คนสิงคโปร์ ไม่ได้เป็นเพื่อนที่สนิทมาก แต่ก็สนิทสนมกันในระดับหนึ่ง คือตั้งแต่มันมีแฟนมันก็เปลี่ยนไป น่าเตะกว่าเดิมจนฉันไม่ค่อยอยากเสวนาด้วยถ้าไม่จำเป็น

เรื่องของเรื่องคือหร่อนจะแต่งงานปีหน้าสมมติว่าเธอชื่อ มะนาว ก็แล้วกัน ซึ่งฉันรู้มาจากแฟนหนุ่มชาวเยอรมันหน้าเด็กของมะนาวมาก่อนแล้วว่า he แพลนจะขอเธอแต่งงาน

leaves

ตอนที่เราขับรถไปเบอร์ลิน เราพากันไปเยี่ยมเธอที่บ้านแฟนที่เยอรมนีซึ่งเป็นทางผ่านไปเบอร์ลินด้วย ไปกันสี่คน ไอ้เพื่อนคนเบลเยี่ยมอีกสองคนก็ดันรู้จักกับมะนาวด้วย ก็เลย เอาวะ แวะซะหน่อย

มาถึงบ้าน มะนาวทำหลบ ๆ เขิน ๆ เหนียม ๆ (ขอโทษนะ เห็นแล้วอยากกระโดดเอาขาหนีบคอให้ขาดออกซืเจนตาย) แล้วเอาแหวนเพชรเม็ดเท่าเม็ดขนุนออกมาอวด

“พวกเธอ นี่ เราหมั้นกันแล้วล่ะ!!” พลางโชว์แหวนวิบ ๆ วับ ๆ บิดตัวไปมาเหมือนอมีบาในน้ำที่ค่า PH เป็นด่าง

เปล่า ไม่ได้อิจฉา เพราะรู้อยู่แล้วว่ามันต้องออกมาแนว ๆ นี้แหละ ตลอด 3 ปีทีรู้จักมันมา ตั้งแต่มันโสด จนไปตบตีแย่งหนุ่มกับอาหมวยสิงคโปร์ จนไอ้หนุ่มหนีกลับประเทศไป ถึงอาหมวย และสาวมาเลย์อย่างมะนาวให้ตบตีกันต่อไป จนมันโสดอีกรอบ แล้วทุกครั้งที่เจอหน้า ม้ันต้องถามตลอด ว่าแฟนเรามีเพื่อนโสด ๆ เหลือบ้างไหม มะนาวเบื่อสิงคโปร์มาก ไม่อยากอยู่แล้ว (กรรมเว้รรร)

ถ้าไม่นับเรื่องผู้ชายกับเรื่องที่เป็นโคตรจะผู้หญิงของมันน่ะนะ มะนาวเป็นคนใช้ได้ คือมันเฟรนด์ลี่มาก เข้ากับคนง่าย (แต่ก็ทำให้คนหมั่นไส้ได้ง่ายเหมือนกัน) ฉันเคยคิดว่ามะนาวเป็นคน “ยังไงก้ได้” อยู่พักนึง จนถึงช่วงถือศีลอด (มะนาวเป็นมุสลิม ที่แต่งตัวล่อแหลม) มะนาวฟาดงวงฟาดงาเมื่อยามอาทิตย์ลับฟ้า เพราะหาร้านขายน้ำไม่ได้ (ก็ทำไมไม่เตรียมใส่ขวดมาเองวะเนี่ย กรูล่ะเซ็งจริงๆ )

เอาเถอะ กลับเข้าเรื่อง

หลังจากที่มะนาวได้ป่าวประกาศเรื่องหมั้นหมายแล้ว เราทั้งสี่คน (ไม่รวมแฟนมัน) ก็ทำทีเป็นว่าไม่เคยรู้มาก่อน แบบว่า “โอ โห เซอ ไพรส์ มาก เลย นะ เนี่ยยยยย” แต่แอคติ้งแต่ละคนไม่ได้เรื่องยิ่งกว่านางเอกละครช่องเจ็ดบางคน มะนาวเลยรู้ว่า เรารู้มาก่อนแล้วว่าแฟนมันจะขอแต่งงาน ก็เลยหันไปโกรธแฟนมันซะงั้น ที่ทำข่าวรั่ว

ไอ้ไคล์ แฟนมัน เลยซวยไป

หลังจากที่ประกาศอย่างเป็นทางการ มะนาวก็จาระไนต่อไปว่า วางแผนไว้ว่าจะแต่งเดือนเมษายนที่จะถึงนี้ (คิดดู เค้าเพิ่งขอแต่ง มันรู้แล้วอ่ะ ว่าจะจัดงานแต่งงานวันไหนดี ประมาณว่าวางแผนไว้แล้ว แค่รอว่าเจ้าบ่าวจะเป็นใคร ทำนองนั้น)

แขกที่เชื้อเชิญก็ไม่มากไม่มาย แค่ 2 พันคน (ใช่ 2 พันคน)

ถีงตรงนี้ ฉันได้แค่นั่งอ้าปากให้แมลงวันเข้าไปอึแล้วบินออกมาใหม่ ก็ยังหุบปากไม่ลง อะไรของเมิงเนี่ย เชิญแขกสองพันคน จะบ้าเปล่า !?? จะปิดเกาะสิงคโปร์เลยหรือไงเจ๊!

มะนาวบอกว่า พวกเราไม่เข้าใจ เธอเป็นหลานยายคนแรกที่จะแต่ง เป็นหลานสาวปู่คนแรกที่จะแต่งด้วย (ฉันได้แต่คิดอย่างคนใจร้ายว่า นี่หร่อนปาเข้าไป 32 ขวบแล้ว ยังเป็นคนแรกในตระกูลที่ได้แต่งอีกเรอะ หวังว่าคงไม่มีญาติเยอะนะ แต่ มันจะเชิญสองพันคนนี่ก็น่าจะเยอะอยู่)

มะนาวยังจาระไนต่อไปอีกว่า มันเป็นเรื่องของหน้าตาของแม่หล่อน (ชั้นว่าเอ็งอ่ะแหละ ไม่ใช่แม่เอ็งหรอก) นี่ยังไม่ได้คิดเลยนะว่าค่าใช้จ่ายจะบานออกไปเท่าไหร่ เงินเดือนเธอก็ไม่ได้เยอะอะไร

ฉันถามว่าแต่งแล้วจะอยู่ไหน ไคล์จะย้ายไปสิงคโปร์มั้ย

แต่ว่าไปฉันไม่น่าถามอะไรโง่ ๆ  มะนาวน่ะเรอะ จะอยู่สิงคโปร์ต่อ หล่อนวางแผนจะมาอยู่เยอรมนีกับสามีชัวร์ ๆ อยู่แล้ว (คนในอยากออกคนนอกอยากเข้า อยู่ยุโรป ไม่ได้สวยหรูอย่างที่ใคร ๆ คิดนะคับขอบอก มาก็เป็นพลเมืองชั้นสองในประเทศคนอื่น ไม่เหมือนฝรั่งอยู่เมืองไทย มีแต่คนเห็นว่าเป็นพระเจ้าจอร์จที่  12 ลงมาโปรดราษฎรประเทศโลกที่ 3)

“ก็ต้องมาเรียนภาษาก่อนอะดิ?” ภาษาเยอรมันของมะนาว เท่ากับศูนย์ พอ ๆ กับภาษาดัชท์ของฉันที่เท่ากับ 0.5 จากเต็ม 10

ประเด็นคือ แฟนมะนาวอายุน้อยกว่า การงานก็เพิ่งเริ่มทำได้ไม่ถึง 3 ปี ทุกวันนียังเช่าอพาร์ทเมนท์แบบสตูดิโออยู่ ฉันไม่อยากจะคิดว่า มันจะรอดมั้ยวะสองคนนี้ อีกคนก็เพิ่ีงจะทำงานได้ไม่นาน อีกคนก็ไม่รู้จะมาทำงานอะไร แต่มันไม่ใช่เรื่องของตูนี่หว่า

ที่ทำให้ฉันอยากโดดเตะกกหูมะนาวที่สุด ไม่ใช่เรื่องเธอฝอยแตกเรื่องงานแต่งงานอลังการของเธอ แต่เป็นเรื่องที่เธอไม่เห็นใจแฟนเลย ว่าแฟนมีเงินไม่เยอะ แถมเศรษฐกิจแบบนี้ ไม่มีอะไรแน่นอนเลย เพื่อน ๆ ของฉันที่นี่ โดนเลย์ออฟกันไปแล้วหลายคน แต่มะนาวไม่ได้สนใจเลย เอาแต่วางแผนว่าจะสั่งอาหารอะไรให้แขกสองพันคนของเธอได้รับประทานกันดี และทำอย่างไรเธอถึงจะส่งเสื้อผ้า เครื่องสำอางค์ แมกกาซีนคอสโมโพลิตันของหล่อนมายังเยอรมนีได้ให้ไวที่สุด

“บี เธอส่งของจากเมืองไทยมายังไงเหรอ”
“ส่งไร?”
“อ่าวก็ตอนเธอย้ายมาอยู่เบลเยี่ยมไง”
“ไม่ได้ส่งไรมาเลย”
“ต๊ายยย แล้วมายังไงน่ะ??”
“ก็เอากระเป๋าเดินทางมาใบเดียว น้ำหนักเกินนะ ประมาณ 25 กิโล แล้วก็ carry on คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คตัวเดียว”
“จะไม่ส่งไรมาเลยเหรอ”
“ไม่อ่ะ”

ฉันไม่ได้พูดต่อว่า จะส่งไปทำไม ท่าจะบ้า เคยอ่านตามเว็บบอร์ด เรื่องส่งของทางเรือ (อยากจะสั่งหนังสือจากเมืองไทยมาอ่านกะเค้ามั่ง) เจอแต่สาวๆ คุยกันเรื่องส่งเสื้อผ้า เสื้อกันหนาว แม๊กกาซีนผู้หญิงทั้งหลายแหล่ (ที่ฉันไม่รู้ว่าจะบ้าส่งมากันทำไมวะ มีแต่โฆษณาทั้งเล่่ม) ส่งกันแค่ 20-25 กิโล “แค่ห้าพันกว่าบาทเกือบ ๆ หกพันเองค่ะ” อ่านแล้วอยากทึ้งผมตัวเอง แฟนไม่ด่ากันบ้างหรือไง อย่างเสื้อกันหนาวงี้ ซื้อเอาช่วงเซลล์ที่นี่น่ะ ไม่ได้แพงกว่าซื้อที่มาบุญครองหรอก บางทีถูกกว่าด้วยซ้ำ หกพันบาท ร้อยกว่ายูโร เงินขนาดนี้ ฉันเอาไว้ให้แม่ซื้อของเข้าบ้านดีกว่า

ไม่ได้บอกว่าฉันถูก คนอื่นผิดนะ แต่เป็นความเห็นและความหงุดหงิดส่วนตัว อ่านเจออะไรแบบนี้ทีไรแล้วก็โมโหแบบไม่มีเหตุผล

ในขณะที่ตัวเองก็ยังไม่รู้ว่าจะมาทำมาหากินอะไร และแฟนก็ยังไม่รู้ว่าบริษัทจะต่อสัญญาหรือไม่ มะนาวยังคงวางแผลการแต่งงานระดับเจ้าหญิงธิดาสุลต่านของเธอต่อไป

ฉันไม่ได้ถามเธอเรื่องงานแต่งงานมากนัก เพราะ หนึ่ง) ไปไม่ได้อยู่แล้ว ติดงานที่นี่ ขึนลาตอนนี้โดนไล่ออกแน่ สอง) ถึงมันจะมาแต่งอีกรอบที่นี่ ก็ไม่อยู่อยู่ดี เพิ่งบุ๊คตั๋วไปคาซัคสถาน

เช้าวันสุดท้ายที่เราพักอยู่กันที่บ้านแฟนของมะนาว (จริงๆ เป็นบ้านพ่อแม่เขาน่ะ) ทุกเช้ามะนาวจะลงมาจากห้องนอนเป็นคนสุดท้ายเสมอ และจะละเลียดกินทีละเล็กละน้อย แยมหมด ก็สั่งให้แฟนไปหยิบ กินเกือบ ๆ จะเสร็จ แฟนจะเก็บจาน มะนาวเปลี่ยนใจจะกินต่อ ให้แฟนกลับไปเอาแยมมาเพิ่ม นี่ หยิบซุปมาให้ด้วยซิ ฯลฯ คนอื่นกินเสร็จหมดแล้ว เธอยังนั่งละเลียดตัดขนมปังเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัสพอดีคำ
“ทำไมไม่ทาแยมแล้วกัดเอาอ่ะ” ฉันถาม
“ไม่ได้ ๆ ฉันกัดไม่ได้หรอก”
“ทำไม(วะ)”
“ฟันชั้นไม่ดี ปากฉัยก็ไม่กว้างด้วย” อ้าว นี่ด่าพวกกรูปะเนี่ย? เพราะแต่ละคนนี่นั่งกัดขนมปังกันไปจนหมดแถวแล้ว พวกกรูปากกว้างงั้นดิ?

ถึงตรงนี้ฉันเริ่มคิด นี่กรูเป็นเพื่อนกับมันมาได้ไงเนี่ย ต่อไปนี้ลดสถานะมันลงเหลือแค่”คนรู้จัก”พอ เป็นคนที่อยู่ด้วยแล้วทำลายสุขภาพจิตจี๊ดๆ

เมื่อไหร่คนจะเลิกตำน้ำพริกละลายแม่น้ำกับงานแต่งงานกันซะที มีเงินจริงๆ จะไม่ว่าเล้ย บางคนนี่นะ แหม พยายาม กลัวคนเค้าจะนินทาว่างานกระจอก บอกไว้เลยนะ พวกที่นินทาน่ะ มันไม่ได้มาหาเลี้ยงเรา จะไปแคร์ทำไม ทำให้พ่อแม่ครอบครัว เชิญเพื่อน ๆ ที่สนิท ๆ กันก็น่าจะพอแล้ว คนเหล่านี้ต่างหากที่อยู่กับเรามาตลอด และจะอยู่กับเราตลอดไป คนที่โผล่มากิน ๆ ดื่ม ๆ แล้วก็กลับ แถมเรายังต้องมานั่งระแวงว่าคนจะเอาไปนินทามั้ยวะ งานกูดีมั้ยวะ ไม่ต้องเชิญหรอก เชิญมาทำไมให้เป็นทุกข์?

ปีที่แล้วก้เหมือนกัน เพื่อนสมัยมหา’ลัยแต่งงาน เราก็ไม่ได้สนิทมาก แถมตอนนั้นไม่อยู่ด้วย ไปอินเดีย ก็เลยไม่ได้ไปงานมัน แต่ฝากซองไป ไอ้เพื่อนปากแมวที่ไปมาก็กลับมาบ่น ว่า โหยยย งานไอ้เม้งนะ แม่งไม่ได้เรื่องเลย ของกินก็น้อย ฯลฯ

ฉันจินตนาการว่าได้ตบกบาลมันไปดังผัวะ (แต่ไม่ได้ทำ กลัวโดนมันสวน) ได้แต่ด่าไปว่า มันเชิญเอ็งก็ดีเท่าไหร่แล้ว งานแต่งงานมันนะ ไม่ใช่งานวันเกิดเมิง ยังมีหน้ามาบ่น ทุเรศจริง ๆ

+ things เบลเยี่ยมๆ

Sunday, January 18th, 2009

integration course หรือ คอร์สปรับตัวที่ต้องเรีียน ใกล้จะจบแล้ว เหลืออีกแค่สองครั้งเอง (ดีใจ)

จากที่(จำใจต้อง)เรียนมาร่วมสามเดือน ได้รู้อะไรใหม่ ๆ เกี่ยวกับเบลเยี่ยมเยอะ บางอย่างก็ทำให้เราคิดว่า เออ ดีนะ ประเทศนี้ แต่หลายอย่างก็แบบ “เฮ้ย จะบ้าเปล่า”

หนึี่งในหลาย ๆ เรื่องคือเรื่องคนแอนท์เวิร์ป และสถานการณ์ผู้อพยพ (ที่ทั้งเป็นผู้ลี้ภัยสงคราม และผู้เข้ามาแสวงโชค หางาน หาเงิน ในเบลเยี่ยม แบบถูกกฎหมายมั่ง ไม่ถูกกฎหมายมั่ง)  จริงๆ แล้วแอนท์เวิร์ปมีคนต่างชาติแทบจะมากกว่าคนแอนท์เวิร์ปอีก ตัวอย่างเมื่อไม่กี่เดือนมานี้ โรงหนังแห่งหนึ่งที่แอนท์เวิร์ป ฉายหลังอาหรับ และหนังบอลลีวู้ด อินเดียมากกว่าหนังฮอลลีวู้ด และหนังยุโรปด้วยซ้ำ

Antwerp เป็นเมืองใหญ่อันดับสองของเบลเยี่ยมค่ะ
อากาศก็เหมือนเบลเยี่ยมทั่ว ๆ ไปอะค่ะ
ประเทศ เล็กมากนะคะ ถ้าเทียบกับเมืองไทย เบลเยี่ยมก็มีขนาดประมาณไม่กี่จังหวัดของภาคกลางบ้านเรารวมกัน (ถ้าเอา กทม เป็นศูนย์กลาง วาดรัศมีออกไปก็คงไปถึงประมาณชัยนาท ลพบุรี ระยอง ราชบุรี ฯลฯ นั่นคือขนาดของประเทศเบลเยี่ยม)

ant-1

Photo by : erroba

ที่อยู่อาศัย ส่วนมากคนจะอยู่อพาร์เมนท์ขนาดหนึ่งหรือสองห้องนอนเป็นอย่างน้อย (แบบว่าต้องมีครัวแยกต่างหาก ห้องนอนแยกจากห้องนั่งเล่่น) บางคนก็แชร์กันอยู่ (ถ้ามีหลายห้องนอน – เทียบกับบ้านเราก็คงเรียกว่า คอนโด แต่คนที่นี่เค้าเรียกรวม ๆ กันหมดว่าอพาร์ทเมนท์ หรือ แฟลต) บ้านนี่ถือว่าน้อยมาก ถ้าเป็นบ้านก็จะเป็นลักษณะแบบที่บ้านเราคงเทียบได้กับทาวน์เฮาส์ คือติด ๆ กัน อย่างที่บอกเบลเยี่ยมไม่ใหญ่ ที่ก็เลยแพงมาก ๆ ๆ โดยเฉพาะเมืองใหญ่ ๆ

แอนท์เวิร์ปมีปัญหาเรื่องผู้อพยพมาก เพราะทุกอย่างต้องใช้เงินทั้งนั้น ผู้อพยพที่นี่ ถ้ามาอย่างถูกกฎหมาย (เช่น ลี้ภัยสงคราม, แต่งงานกับผู้ลี้ภัยด้วยกันที่มีสิทธิ์อาศัยในเบลเยี่ยม ฯลฯ) ถ้าไม่มีงานทำ หรือไม่สามารถทำงานได้ ยังได้เงินช่วยเหลือจากรัฐบาลอีกเดือนละประมาณ 2-3 หมื่นบาท (สำหรับเบลเยี่ยม เงินจำนวนนี้ไม่เยอะ ถ้ามีครอบครัวต้องเลี้ยงดู ยังไงก็ไม่พอ) แต่ด้วยความที่ระบบมันโกงง่ายมาก ชาวต่างขาติบางกลุ่มก็พากันย้ายเข้ามาอยู่อาศัย และไม่ทำงาน (ถึงแม้จะมีสิทธิ์ทำงานได้) รอรับแต่เงินช่วยเหลือ เมื่อไม่ทำงาน ก็ไม่เสียภาษี เมื่อไม่เสียภาษี รัฐบาลก็ไม่มีรายได้ เป็นวงจรแบบนี้ไปเรื่อย ๆ นี่ยังไม่นับชาวดัชท์ และรัสเซีย โปแลนด์ ฯลฯ ก็พากันเข้ามาอยู่ในแอนท์เวิร์ปนะ

ant-21

ชาวต่างชาติที่เข้ามาอาศัยในแอนท์เวิร์ป (แอนท์เวิร์ปเป็นเมืองยิวก็ว่าได้ เศรษฐกิจส่วนใหญ่อยู่ในมือของชาวเบลเยี่ยมเชื้อสายยิว ธุรกิจที่สร้างชื่อและสร้างเงินให้แอนท์เวิร์ปมาก นอกจากท่าเรือขนส่งสินค้าแล้วก็คือ “เพชร” แต่ตอนนี้แอนท์เวิร์ปเริ่มมีปัญหา เพราะธุรกิจเพชรค่อย ๆ ย้ายไป ดูไบ กันแทบทั้งนั้น, นอกจากชาวยิวแล้วก็เป็นชาวตะวันออกกลาง (ส่วนมาก เป็นชาวโมรอคโค และ ตุรกี)
Photo by : louisahennessyvikinghorns
ant-2

รูป : แฟลตทั่ว ๆ ไปในเบลเยี่ยม
credits : bhoshmer, celesteh, travis_nelson

อพาร์ทเมนต์แบบห้อง “สตูดิโอ” แบบหอพักนักศึกษาแบบบ้านเราเนี่ย ไม่ค่อยมี หรือมีแต่น้อย เมืองไทยถึงไม่มีครัวก็อยู่ได้ เพราะกินชายสี่หมี่เกี๋ยวนอกบ้านทุกวันก็ชามละ 20-30 บาท แต่ที่นี่ กินนอกบ้านทุกวัน ตายแน่ ๆ (ถึงจะกินอะไรที่ถูกที่สุดแล้วก็ตาม) เลยจำเป็นต้องมีครัวไว้ทำกับข้าวง่าย ๆ กินเอง (ไม่พ้นสปาเก๊ตตี้) มีส่วนสำหรับนั่งดูทีวี ทำงาน(โต๊ะคอม) โซฟา โต๊ะกินข้าว นี่คือเบสิค แต่ส่วนมากแล้วแฟลตจะมีสองถึงสามห้อง (แต่มีห้องน้ำเดียว ครัวเดียว วางโต๊ะกินข้าวซักตัว แล้วใช้รวมกัน โดยมากแล้วถ้าเป็นนักเรียน จะอยู่กันแบบนี้ บางคนก็เช่าบ้านทั้งหลังรวมกัน แล้วแชร์ค่าน้ำค่าไฟ ค่าเช่าบ้าน)

คนแอนท์เวิร์ป คนเบลเยี่ยมจากเมืองอื่นมักไม่ค่อยชอบ เพราะคนแอนท์เวิร์ป (ที่มาจากแอนท์เวิร์ปจริงๆ ไม่ได้เพิ่งย้านไปอยู่) มีชื่อเรื่องการวางตัวเป็นโฮโซ พูดจาอวดดี ภูมิใจว่ามาจากแอนท์เวิร์ปแล้วคิดว่าคนจากเมืองอื่นนั้นต่ำกว่า (อันนี่เราไม่ได้พูดเองนะคะ เพื่อนคนเบลเยี่ยมหลาย ๆ คนบอกมาแบบนี้ แม้แต่เพื่อนคนดัชท์ที่อยู่ Bergen op zoom ที่ไม่ไกลจากแอนท์เวิร์ปมาก ก็พูดแบบนี้ ฉันก็ได้แต่ฟังไว้เฉย ๆ)

ตนที่นี่เราเรียกลักษณะแบบนั้นว่าพวก thick neck (ไม่รู้เกี่ยวอะไรกับ “คอหนา” 555) ตัวอย่าง : เมื่อปีก่อนมีรายการเกมส์โชว์บนทีวี ให้คู่รักไปช่วยกันซ่อมแซมตกแต่งบ้าน แต่ละปีก็จะเปลี่ยนไปแต่ละเมือง ปีที่แล้วเค้าไปจัดกันที่ โอสเต็นด์ (Oostende) คู่หนึ่งที่มาจากแอนท์เวิร์ป เมื่อถูกเอาผ้าปิดตาไปปล่อยที่ โอสเต็นด์ (คือเค้าจะไม่บอกว่าที่ไหน แต่ให้เดาเอาเองว่านี่มันที่ไหน)

ผู้หญิงก็บอกว่า “นี่ที่รัก ดูเหมือนว่า เราจะอยู่ใน “เมือง” (some city) อะไรซักอย่างนะ” ( city = เมือง, town = เมืองก็เล็ก ๆ ประมาณว่าอำเภอบ้านเราอ่ะ)

ผู้ชายก็หันมาบอกว่า “อะไรเธอ “เมือง” อะไร เธอก็รู้ว่าเบลเยี่ยมมีอยู่ “เมือง”เดียวเท่านั้นแหละ” (เค้าหมายถึง แอนท์เวิร์ป) ดูดิ ขนาด บรัสเซลส์ คนแอนท์เวิร์ปยังไม่นับเลยอ่ะ คือนับชาวบ้านเค้าเป็น town  หมด

เล่าให้ฟังขำ ๆ นะ อย่าคิดมาก :-)

มีเพื่อนมาจากแอนท์เวิร์ปหลายคน ทุกคนน่ารักนิสัยดีหมด แต่พวกนี้เป็นพวกแบกเป้ พวกเที่ยวเยอะ เจอคนต่างชาติ พบคนใหม่ ๆ เยอะ โดยธรรมชาติแล้วก็เลยจะแบบ “อะไรก็ได้” แล้วเข้ากับคนอื่นง่าย เป็นมิตรมาก ๆ (นั่นก็แสดงว่า ไม่ใช่ว่ามาจากแอนท์เวิร์ปแล้วจะ”กวนทีม” ทุกคน มันอยู่ที่ว่าสภาพแวดล้อมเค้าเป็นอย่างไรมากกว่า)

lim-1

lie-2
lim-21

จังหวัดลิมเบิร์กหน้าหนาว, คอนเสิร์ตปุกเกิ้ลป็อป ที่จังหวัดลิมเบิร์ก
credit : nikjanssen, bart claeys

ส่วนคนจากแถว ๆ ลิมเบอร์ก (ฝั่งตะวันออกของเบลเยี่ยม ติดชายแดนฮอลแลนด์) คนเบลเยี่ยมมักจะล้อเลียนคนจากจังหวัดนี้ตลอดเวลา ด้วยความที่สำเนียงเค้าช้าาาาาา มากกกกก แต่คนจังหวัดนี้เป็นที่รู้จักว่ามีนิสัยกันเอง ๆ ง่าย ๆ ใจดี จริงใจ (แบบที่คนบ้านเราเรียกว่า “คนบ้านนอกซื่อๆ”)  แฟนข้าพเจ้าก็มีรากมาจากลิมเบอร์ก แต่ไม่ได้โตที่นั่นก็เลยไม่มีสำเนียงช้า ๆ เนิบ ๆ เหมือนญาติคนอื่น ๆ ที่ยังอยู่ลิมเบิร์ก

คนเบลเยี่ยมมีเรื่องโจ๊กเล่ากันว่า
“เฮ่ย รู้ป่าวคนจังหวัดไหนที่สัตว์เลี้ยงที่มีชื่อยาวที่สุดในโลก”
“เออ ไม่รู้ว่ะ จังหวัดไหนเหรอ”
“ลิมเบิร์ก”
“ทำไมวะ สัตว์อะไรของเอ็ง”
“อ้าว ก็ -หมาาาาาาาาาาาา-ไง”

นั่นคือสำเนียงคนลิมเบิร์ก :-) (เค้าล้อกันเล่น แต่แอบจริง)

แต่สมัยนี้ลิมเบิร์กมันไม่ใช่บ้านนอกแล้วนะ เริ่มจะ “ฮิป” แล้ว (แต่สำเนียงยังช้าเหมือนเดิม) คอนเสิร์ตหลาย ๆ คอนเสิร์ตก็ไปจัดกันที่ลิมเบิร์ก เช่น Pukkelpop (แปลว่า คอนเสิร์ต “บีบสิว” มีแต่วัยรุ่น ๆ เด็ก ๆไปเย้วๆ กัน คอนเสิร์ตใหญ่มาก จัดทุกปี จัดทีก็หลายวัน เอาเต๊นท์ไปกางนอนกันเลย)

อีกที่ที่อยากจะพูดถึงคือ จังหวัด “ลิเอจ”ในฝั่งวัลลูน

คนฝั่งฟลานเดอร์ส ไม่ค่อยลงรอยกับ ฝั่งวัลลูนนัก เพราะฝั่งวัลลูนใช้เงินส่วนกลาง(จากคลังประเทศ) มาก และสร้างรายได้น้อย ทั้ง ๆ ที่เคยมั่งคั่งมาก่อน พอเหมืองปิดตัวไป ก็จนลงอย่างฮวบฮาบ เรียกว่าถ้าขับรถจากฝังฟลานเดอร์ส (พูดดัชท์) ไปฝั่งวัลลูน (พูดฝรั่งเศส) จะเห็นความแตกต่างชัดเจน ฝั่งวัลลูนดูค่อนข้างทรุดโทรม โรงงานที่เคยสร้างงานจำนวนมาก แต่ต้องปิดตัวลงก็ถูกปล่อยรกร้าง บ้านช่องก็ไม่ค่อยได้บำรุงรักษากันเท่าไหร่ (พูดถึงเฉพาะบางจังหวัดนะ) ถ้าเป็นคนเบลเยี่ยมอยู่เอง บ้านจะดูดีหน่อย เพราะซ่อมบ้านที รัฐบาลก็ช่วยออกเงินอย่างน้อยก็ครึ่งหนึ่ง คนเบลเยี่ยมเลยชอบที่จะซ่อมแซมบ้านกันอยู่เรื่อย ถ้าเป็นผู้อพยพ ไม่มีสิทธิ์ตรงนี้ก็ต้องอยู่บ้านโทรม ๆ ไป

lie-1

photo by : peter ih

ใครคิดว่าที่นี่ไม่มีคนจน ต้องคิดใหม่ เพราะคนจนนั้นมี มีเยอะด้วย แต่ว่ายังได้ความช่วยเหลือบางอย่างจากรัฐฯ บางคนก็ไม่ได้จนจริง แค่ขี้เกียจและเห็นว่ามันง่ายดีที่อยู่บ้านเฉยๆ ก็ได้เงิน ก็เลยพลอยไม่ได้ทำงานกันทั้งบ้าน เด็ก ๆ ก็ไปเรียนกันแค่ถึงอายุ 11-12 แล้วเลิกเรียน พอไม่มีการศึกษาก็หางานทำไม่ได้ ไม่มีงานก็ไม่มีเงิน ไม่มีเงินก็ไม่เสียภาษี วงจรเดิม ๆ อีก เบลเยี่ยมจ่ายเงินตรงนี้ (welfare หรือ รัฐสวัสดิการ) เยอะมากกกกกกก ปีที่แล้วใช้ไปตั้งหมด 500 ล้านยูโร! (คูณ 50 ไปดิ กี่ล้านบาท)

พูดแล้วเครียด ตอนนี้รัฐบาลเบลเยี่ยมใกล้จะถังแตกเต็มที นี่ก็เห็นว่าจะออกกฎใหม่ ๆ กันอีกแล้ว ไม่งั้นเงินไม่พอใช้ใน รัฐสวัสดิการ นี่แหละทำให้คนที่ทำงาน เสียภาษีที่นี่ไม่พอใจ ทำงานแทบตาย ภาษีก็แพง วันหยุดก็ไม่ได้เยอะมากมาย แต่คนไม่ได้ทำงาน อยู่บ้านเฉย ๆ กลับได้เงิน (ถ้าทำงานไม่ได้จริง ๆ ก็ว่าไปอย่าง เช่น ป่วย พิการ ชราภาพ ฯลฯ) แต่เชื่อเถอะ บางคนไม่ได้อยู่ในขอบข่ายที่น่าจะได้เงินช่วยจากรัฐเลย (แต่ก็ยังได้ ) เพราะระบบมันโกงง่ายอย่างว่า..

+ list โลว์คอสท์แอร์ไลน์ สายการบินต้นทุนต่ำ

Sunday, January 11th, 2009

พักนี้เป็นพวกบ้า low cost airlines เพราะมันประหยัดดี บางสายบินแทบไม่เสียค่าตั๋ว เสียแค่ภาษีอย่างเดียว มีหลายเว็บที่ไม่ได้เป็นเว็บของสายการบิน แต่เป็นเว็บที่ช่วยให้เรา search หาตั๋วเครื่องบิน low cost จากประเทศต่าง ๆ ได้อย่างง่าย ๆ

เอามาฝากบางเว็บนะ

1) สุดคลาสสิค Wikipedia รวมรายชื่อสายการบินต้นทุนต่ำ เรียงตามประเทศ
http://en.wikipedia.org/wiki/List_of_low-cost_airlines

lowcost1

2) รายชื่อสายการบินต้นทุนต่ำ ทั่วโลก แบ่งตามทวีป และ ประเทศ

http://www.attitudetravel.com/lowcostairlines

lowcost2

3) WhichBudget : เลือกว่าจะเดินทางจากประเทศไหน ไปไหน อันนี้โชว์ราคาตั๋วให้ด้วย แต่ส่วนมากจะเป็นประเทศในแถบยุโรป แอฟริกา อเมริกา อเมริกาใต้, เอเชียพอมีบ้างแต่ไม่เยอะ ลองดูละกันนะ
http://www.whichbudget.com/en/

lowcost3

lowcost4

4) FlyLowCost Airlines ORG : search จากเมืองต้นทางไป ปลายทางได้ เว็บจะ display สายการบินที่เป็นต้นทุนต่ำให้

http://www.flylowcostairlines.org


lowcost55) Low Cost Routes : เลือกประเทศจุดหมาย แล้วมันจะบอกว่า มีบินจากที่ไหนไปได้บ้าง ในทางกลับกันเราก็จะดูได้ว่า จาก Bangkok มีสายการบินไปไหนที่เป็น low cost บ้าง

http://www.lowcostroutes.com

เท่านี้ก่อนนะ แค่นี้ก็ search ไม่หมดแล้ว  :-)