Archive for March, 2009

+ ดินองต์

Sunday, March 29th, 2009

เอารูปไปดูก่อนนะคร้าบ

เดี๋ยวจะตามมาเขียนทีหลัง

dinant1

dinant2

+ วีซ่าอยู่ร่วมกันโดยไม่แต่งงาน (Cohabitation หรือ Samenwonen)

Saturday, March 28th, 2009

โพสต์นี้ย้ายไปที่นี่ค่ะ
http://www.beebah.net/visabelgium/2009/03/samenwonen/

ขออนุญาตงดโพสต์ความเห็นที่เกี่ยวกับการขอวีซ่าบน blog นะคะ
รบกวนไปย้ายโพสต์ที่นี่แทนค่ะ http://www.beebah.net/visabelgium


คนเบลเยี่ยมเหยียดผิว(หรือไม่?)

Sunday, March 22nd, 2009

วันนี้พอดีผ่านไปเจอข่าวเกี่ยวกับความคิดของคนเบลเยี่ยมที่มีต่อชาวต่างชาติ ต่างภาษา ต่างวัฒนธรรม โดยทำการสำรวจทางชาวเบลเยี่ยมจำนวน 1,392 คน

image from FlandersNews.be

image from FlandersNews.be

ที่เบลเยี่ยมเค้าทำโพลล์กันขึ้นมา ตั้งชื่อโพลล์ว่า “ฉันไม่เหยียดผิว แต่..” โดยจัดทำขึ้นโดย ศูนย์เพื่อความเท่าเทียมทางโอกาสและการคัดค้านการเหยียดผิว (Centre for Equal Opportunities and Opposition to Racism)

ผลออกมาน่าสนใจว่า..

คนส่วนมากยอมรับว่าอยู่ในสังคมที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม แต่จำนวนไม่น้อยก็มีปัญหาบางอย่างเกี่ยวกับความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่ว่านี้

มากกว่าครึ่งของชาวเบลเยี่ยมจำนวน 1,392 คนที่เค้าสำรวจมา ไม่เคยคบหาสมาคมกับคนต่างสีผิว แต่ก็ไม่เคยมีทัศนคติหรือประสบการณ์ในแง่ลบกับคนต่างชาติเช่นกัน

แต่ชาวเบลเยี่ยมที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ๆ (คิดว่าโพลล์นี้เค้าคงสำรวจสุ่ม ๆ ดูทั้งในชนบท และในเมือง)มีการติดต่อและมีทัศนคติที่ดีกับวัฒนธรรมต่างชาติ และเปิดกว้างยอมรับมากกว่าคนในแถบชนบท

คุณ โยเซฟ เดอ วิตต์, กรรมการของศูนย์เพื่อความเท่าเทียมทางโอกาสและการคัดค้านการเหยียดผิวออกมากล่าวอย่างชื่นบานว่า “นี่แสดงให้เห็นว่า ผลออกมาในแง่ที่ดีมาก ๆ เลยล่ะครับ”

ผลที่น่าสนใจอีกอย่างคือ คนเบลเยี่ยมนั้น ทำใจยอมรับได้มาก กับวัฒนธรรมต่างถิ่นที่ไหลเข้ามาในประเทศ ถึงแม้ว่าวัฒนธรรมเหล่านั้นจะเป็นกลุ่มน้อยและแตกต่างกับวัฒนธรรมของชาติตนเองก็ตาม โดย 55% มีความเห็นว่า การเข้ามาของวัฒนธรรมต่างถิ่นในเบลเยี่ยมนั้น เป็นเรื่องที่ดีต่อสังคมด้วยซ้ำ (เค้าใช้คำว่า enrichment for society)

ชาวเบลเยี่ยมสองในสามคน มีความเห็นว่าคนทุกเชื้อชาติมีโอกาสเท่าเทียมกัน หนึ่งในสามเห็นว่า เชื้อชาติบางเชื้อชาตินั้นมีสติปัญญาความสามารถเหนือกว่าเชื้อชาติอื่น ๆ

แต่ผลของโพลล์ที่เค้าบอกว่่า “cliché” มาก ๆ คือน่าเบื่อหน่ายซ้ำ ๆ ซาก ๆ (ไม่ว่าสิ่งนั้นจะจริงหรือไม่) คือชาวเบลเยี่ยมมากกว่าสามในสี่ คืดว่าคนต่างเชื้อชาติที่เข้ามาอยู่ในเบลเยี่ยม(ที่ไม่มีงานทำ)นั้นได้รับเงินสนับสนุน”ช่วยเหลือผู้ว่างงาน” จากรัฐบาลง่ายกว่าคนเบลเยี่ยมแท้ ๆ เสียอีก

และจำนวนครึ่งหนึ่งคนที่ให้ความเห็นกับโพลล์นี้ โทษว่าการพุ่งสูงของยอดอาชญากรรม มีผลมาจากการที่มีคนต่างเชื้อชาติเข้ามาอยู่ในเบลเยี่ยมมากขึ้น

คุณ โยเซฟ เดอ วิตต์ ไม่ได้ให้ความเห็นในความคิดดังกล่าว (จริงๆ ไม่รู้เค้าพูดอะไรหรือเปล่า แต่ข่าวไม่ได้บอก)

มันฟังดูขัด ๆ กันยังไงพิกลนิ ยอมรับวัฒนธรรมต่างชาติได้ แต่คิดว่าคนต่างชาติเป็นต้นตอของปัญหาอาชญากรรมและรอรับแต่เงินสนับสนุนจากรัฐ?

แต่เรื่องนี้อ่อนไหวมาก ๆ คนเบลเยี่ยมเองก็มักไม่ค่อยอยากจะคุยกันเรื่องนี้เท่าไหร่ จะให้คนเปลี่ยนความคิดเห็นก็ยาก เพราะคนต่างชาติที่เข้ามาอยู่ที่นี่แล้วไม่ทำงานแต่ขอรับเงินช่วยเหลือนั้นเยอะจริง ๆ แล้วคนเค้าก็ไม่รู้ว่าคนไหนมีงานทำ คนไหนไม่ทำงานแล้วนั่งรอเอาแต่เงินช่วยเหลือ บางคนไม่มีงานทำยังไม่พอ รับเงินช่วยเหลืออย่างเดียวยังไม่พอ แต่มีลูกออกมาอีกหลายคน แล้วพอมีลูก ก็ไม่ส่งลูกไปเรียนหนังสือหนังหา ลูกโตมา หางานทำไม่ได้ รอรับเงินช่วยเหลืออีก ฯลฯ

เป็นวงจรแบบนี้มานานมาก ไอ้ครั้นจะยกเลิก ก็มีคนเบลเยี่ยม(แท้ ๆ) บ่นอีกว่างานหาไม่ได้จะให้เค้าไปทำอะไร ซึ่งบางคนที่บ่นก็ไม่มีงานทำจริง ๆ แต่บางคนบ่น แต่แอบทำงานมืด (คือทำงานไม่เสียภาษี รับเงินสดอย่างเดียว) ซึ่งสิ้นเดือนก็ออกมาว่า รับทั้งเงินช่วยเหลือและมีรายได้(ที่ไม่เสียภาษี)อีกต่างหาก

เรื่องนี้ึคนเบลเยี่ยมทุกคนรู้ดียิ่งกว่าดี แต่ไม่มีใครทำอะไรได้ เพราะรัฐบาลไม่กล้า กลัวคน(ที่รับเงินช่วยเหลืออยู่)จะไม่เลือกพรรคตัวเองอีกเมื่อมีการเลือกตั้งครั้งต่อไป

เอาเข้าจริงๆ การเมืองมันก็ไม่ได้น้ำเน่าแค่ประเทศแถว ๆ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้บางประเทศหรอก..

แต่อย่างน้อยคนที่นี่ก็ยังดีใจหาย ถึงแม้จะคิดว่าคนต่างชาติเป็นต้นตอปัญหาบางเรื่อง แต่ก็ยังอุตส่าห์รับได้อีกนะ จะว่าไปก็คงเหมือนคนไทยที่เห็นคนประเทศเพื่อนบ้านบางประเทศเข้ามาสร้างปัญหา (ซึ่งบางคนมันก็เข้ามาสร้างจริง ๆ อ่ะ) แต่ก็ยังแบบว่าหยวน ๆ กันไป

เอาวะ ยังไงก็ดีกว่าอังกฤษก็แล้วกัน อ่านข่าว นสพ อังกฤษทีไร ก็เจอแต่ข่าวต่อต้าน immigrants (ซึ่งบางคนมันก็น่า.. จริง) อังกฤษมีปัญหาคนหลบหนีเข้าเมืองมาก ๆ ไม่รู้กี่หมื่นต่อปี ยิ่ง EU เปิดชายแดนแบบนี้ ไปไหนมาไหนก็ง่ายโคตร

ล่าสุดนีเค้าจับชาวตะวันออกกลางหลายคน ทำกันเป็นล่ำเป็นสัน คือเอาพวกไปดักรอกันแถว ๆ ท่าเรือ โกดังสินค้า ฯลฯ (ในข่าวที่ไปดักขึ้นมาจากฮอลแลนด์) เพื่อรอรถบรรทุก พอรถชลอ ๆ ก็วิ่งเข้าไปเปิดประตูหลัง ปีนเข้าไปในตู้คอนเทนเนอร์ และหลบอยู่ในนั้น พอรถบรรทุกมาถึงเกาะอังกฤษก็พาหลบกันออกมา

Image From Daily Mail UKRead full article by DailyMail.co.uk here

จุดตรวจเค้าตรวจรถบรรทุกสินค้าพวกนี้ 2 ใน 3 คันโดยประมาณ บางคันก็ไม่ได้ตรวจ เห็นว่าคนขับรถบรรทุกก็มีเอี่ยวด้วย ข่าวไม่ได้บอกว่าได้เท่าไหร่ แต่ถ้าโดนจับได้ เจอค่าปรับ 2,000 ปอนด์ต่อคนหลบหนีเข้าเมืองหนึ่งคน ขนมา 10 คนก็คูณไป (แปลกใจที่ไม่โดนหนักกว่านั้น)

คนอังกฤษเดือดดาลมาก ไม่ชอบใจมาก ๆ เกี่ยวกับคนหลบหนีเข้าเมืองแบบนี้ พาลให้เกลียดคนที่มีรูปร่างหน้าตาแบบตะวันออกกลางไปด้วย เพื่อนฉันคนหนึ่งไปทำงานอยู่อังกฤษแค่เกือบ ๆ ปี กลับมาเบลเยี่ยมก็บอกว่าอึดอัดบอกไม่ถูก เหมือนคนมองแบบมันเป็นผู้ก่อการร้ายหรือเป็นอาชญากร มันบอกว่าเซ็งมาก เพราะไม่ใช่ความผิดมันซักหน่อยที่หน้าเป็นตะวันออกกลาง (“โมครัน” มีเชื้อสายอียิปต์ แต่เกิดที่ปารีส พูดฝรั่งเศสตั้งแต่เกิด และภาษาที่สองถึงเป็นภาษาถิ่นของครอบครัวตนเอง พ่อของโมครันเป็นหมอ แม่เป็นทนายความ โมครันไม่เคยออกนอกยุโรปตั้งแต่เกิดมา)

เมืองดินองต์

เมืองดินองต์ ฝั่งวัลลูเนีย

วันนึงโมครันกลับบ้าน เจอหน้าประตูคนเอาสเปรย์มาพ่นว่า “Paki get out!!” มันก็งงเลยดิ อะไร ใคร ปากีฯ แล้วถ้าตูเป็นปากีฯจริงแล้วจะทำไมฟระ มันโมโหมาก พองานหมดสัญญามันรีบกลับมาเบลเยี่ยมเลย เพราะใกล้ครอบครัวมากกว่า (ครอบครัวยังอยูปารีส) และที่สำคัญสบายใจกว่า

แต่ก็ไม่ใช่แค่ที่อังกฤษนะ “เซ็บ”เพื่อนที่ทำงานฉัน เป็นคนเบลเยี่ยมแท้ ๆ แต่มาจากฝั่งวัลลูน (พูดฝรั่งเศส) แต่ทำงานที่บรัสเซลส์ แฟนเซ็บเป็นหมวยฮ่องกงที่ไปเกิดที่ฮอลแลนด์ เลยเป็นอาหมวยที่พูดดัชท์เป็นภาษาแม่ และกวางตุ้งเป็นภาษารอง เนื่องจากทั้งคู่ทำงานที่บรัสเซลล์ แล้วเซ็บมันก็ไม่ค่อยชอบ ลิเอจ บ้านเกิดเท่าไหร่ ทั้งคู่เลยซื้ออพาร์ทเมนต์ที่ วิลวัลเดอร์ ซึ่งอยู่ในจังหวัดฟลามส์บราบัน เหมือนกัน (จริง ๆ บรัสเซลล์ก็อยู่ในฟลามส์บราบันนะ แต่ดันพูดฝรั่งเศส เรื่องนี้คนเฟลมมิ่งเคืองมากมาย)

เอาเถอะ..

วันนึงเซ็บกลับบ้าน เปิดประตูมา เจอบัตรสนเท่ห์ “ไอ้พวกวัลลูน กลับบ้านไป!” เซ็บ งง ทั้งงงทั้งโกรธว่าเฮ้ย มันก็ทำงาน เสียภาษีก็เสีย แล้วนี่ก็เบลเยี่ยม ทำไมมันจะมาอยู่ฝั่งฟลานเดอร์สไม่ได้ล่ะ แฟนมันก็ถอนหายใจแล้วบอกว่า “เพราะยูพูดดัชท์ไม่ได้ไงเซ็บ..”

เซ็บเข้าใจภาษาดัชท์ แต่พูดไม่คล่อง แล้วทุกครั้งที่พยายามพูดดัชท์ อีกฝั่งจับสำเนียงฝรั่งเศสได้ ก็พูดฝรั่งเศสกลับอยู่ดี (เกือบ ๆ 70% ของคนเบลเยี่ยมฝั่งฟลานเดอร์สพูดฝรั่งเศสได้อยู่แล้ว) เซ็บก็เลยไม่ได้เรียนซักที “พอชั้นพยายามพูดดัชท์ก็ไม่ยอมให้ชั้นพูด แล้วจะมาไล่ให้ชั้นกลับไปอยู่ฝั่งนู้น บ้าจริงๆ เซ็งว่ะ”

ยังไงก็พยายามเข้านะ ไอ้มดแดง…