+ ไปเรียนภาษาดัชท์ : ผู้รอดชีวิต, เรียนภาษาดัชท์ที่เบลเยี่ยม

ในที่สุดก็จบคอร์สระดับที่หนึ่งแล้ว สำหรับภาษาดัชท์ โล่งอกโพดๆ

ตอนไปสมัคร เค้าบอกว่าคลาสเต็มเร็วมาก ๆ ซึ่งก็จริง เพราะตอนฉันไปถึง คนยืนต่อแถวกันยาวเหยียด และเค้ารับแค่  20 คนต่อหนึ่งคลาสเท่านั้น (มีประมาณ 3 คลาส) ซึ่งส่วนมากถ้าไม่ได้เป็นคนที่มาจากฝั่งวัลลูน ก็เป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยน หรือคนที่บริษัทแม่ส่งมาทำงานที่เบลเยี่ยม รวมไปถึงพวกอาจารย์ หรือวิทยากรจากประเทศอื่น ๆ ที่มาสอนที่มหาวิทยาลัย Leuven ด้วย สำหรับพวกนักเรียน  Erasmus เรียนฟรีอีกต่างหาก

เริ่มทยอยกันล้มหายตายจากไปจากคอร์ส

คลาสของฉันตอนเริ่มแรกมี 22 คน หลายชาติปน ๆ กัน ทั้งจากแอฟริกา (คองโก แคเมอรูน ไนจีเรีย ฯลฯ), กรีซ, ฟิลิปปินส์, สเปน, เปรู, จีน, สิงคโปร์, โมรอคโค, อิตาลี, โบลิเวีย, อินเดีย ฯลฯ ซึ่งเรียนไปเรียนมา ก็เริ่มหายกันไปทีละคนสองคน

groepT1

ดาวิดจากอิตาลี แต่งงานกับผู้หญิงเบลเยี่ยม (แต่กำลังจะหย่าซะแล้ว) อยู่เบลเยี่ยมมา 6 ปี พูดดัชท์ได้นิดหน่อยแล้ว แต่ไป ๆ มา ๆ ก็ไม่มาเรียนซะเฉย ๆ เพราะคงติดงาน หรือต้องไปรับส่งลูกสาวสองคน, โมฮัมหมัดจากโมรอคโค มาเรียนครั้งเดียวแล้วไม่มาอีกเลย (ไม่รู้ทำไม), ฮาร์เวีย จากเปรู (อันนี้ฮา) มาลงเรียนภาษาดัชท์เพราะคิดว่ามาอยู่  Leuven แล้วจะหาสาวเฟลมมิชเป็นแฟน แต่ดันไปได้สาวฝั่งวัลลูเนีย ซึ่งพูดแต่อังกฤษกับฝรั่งเศส ฮาร์เวียเลยไม่เรียนมันแล้วดัชท์ ไปเรียนฝรั่งเศสแทน 5555

บางคนก็ทำงานเต็มเวลา พอเลืกงานก็บอกว่าเหนื่อย มาเรียนไม่ไหว ฉันล่ะอยากจะเบิ๊ดกบาล ทำงานมันนะ อยู่ใกล้บ้านประมาณปั่นจักรยาน 10 นาทีก็ถึงแล้ว แถมโรงเรียน นั่งรถเมล์  20 นาทีก็ถึง ฉันทำงานอยู่บรัสเซลส์ ใช้เวลาเป็นชั่วโมง ๆ ไปกลับ ยังถ่อมาเรียนเลย!

จนในที่สุด ตอนสอบ เหลืออยู่ 8  คน (จาก 22 คนในตอนแรก) น่าจับให้เสียค่าปรับให้หมดพวกนี้ เพราะคนอื่นที่เค้าอยากเรียนจริง ๆ แต่ลงเรียนไม่ได้เพราะคอร์สเต็มเร็วมากๆ ก็เพราะพวกเนี้ยแหละ มาลงเรียนแล้วก็ไม่มาเข้าเรียน หายหัวกันไปเฉย ๆ เลย บางคนมาครั้งสองครั้งแล้วก็ถอดใจ ไม่มาอีก

อย่างเจ้า หลิว นักเรียนจีนจากปักกิ่ง มาเรียนเศรษฐศาสตร์ที่นี่ หลืวมาเรียนสองครั้งแล้วหายไปเลย จนบางคนไปเจอหลิวตามซูเปอร์มาเก็ตเลยถามว่า เฮ้ย ทำไมไม่มาเรียนวะ หลิวบอกว่า ”

“โอ๊ยไม่ไหวอ่ะ ยากเกินไป”

คือ คนจีนมักมีปัญหาเรื่องการออกเสียง R เค้าออกเสียง ร.เรือ ไม่ได้ แล้วภาษาดัชท์มันต้องรัวลิ้นถ้าตรงไหนเป็นตัว R (ออกเสียงคล้ายๆ “รึ”) แต่บางคนถ้ารัวลิ้นไม่ได้ ก็ใช้เสียง R แบบในภาษาฝรั่งเศสแทน (คือออกจะเหมือนขากถุก ๆ ยังไงก็ไม่รู้ รวมไปถึงตัว G ด้วย) ซึ่งก็ใช้ได้เหมือนกัน เพราะคนเบลเยี่ยมบางคนก็ไม่รัวลิ้นที่ตัว R แต่ออกเสียงเป็นแบบฝรั่งเศสไปซะฉิบ

วันสอบ ก็เหลือรอดชีวิตกันอยู่แค่ 8 คน..

1)  อีวานเกลอส : กรีซ (เพื่อนๆเรียก วานเกลิส) – วิศวกรหนุ่มหน้าเหมือนโนบิตะ คาดว่าคะแนนคงมาที่หนึ่งของชั้น ชอบทำมึน ๆ เหมือนไม่เข้าใจ แต่จริง ๆ มันน่ะเก่งโคตร
2) มามิตา : คองโก – สาวน้อยนักข่าว ย้ายมาอยู่เบลเยี่ยมตั้งแต่อายุ 12 ขวบ (ตอนนี้ 26) แต่อยู่ฝั่งฝรั่งเศส ตอนนี้มาอยู่ leuven เลยมาเรียนดัชท์
3) อะจุน : ฟิลิปปินส์ – ฮาที่สุดในชั้น (ตามสไตล์ ปินอย เค้าล่ะ) ทำงานร้านอาหารไทย บ้านอยู่ใกล้ฉัน เลยกลับบ้านด้วยกันบ่อยๆ ขานี้เค้าซี้กับ วานเกลิส
4) ช็องนีเรน : แคเมอรูน – อ่อนที่สุดในชั้น แต่ความตั้งใจเริ่ดมาก
5) ชิตูรู : ไนจีเรีย -  เป็นนักวิจัย ทำงานอยู่บรัสเซลส์ หล่อนออกจะไฮโซหน่อย ๆ เลยไม่ค่อยได้คุยด้วย
6) โม :  จีน – พูดน้อยมากกกกกก แต่ขยันเรียนสุดๆ
7) หยั่วเหมย : จีน – นิสัยดี คุยภาษาอังกฤษปร๋อเลย เห็นติ๋ม ๆ แต่วันนึงเจอหยั่วเหมยแดนซ์กระจายอยู่ในผับซัลซ่า เลยรู้ว่าจริง ๆ ไม่ติ๋มเท่าไหร่ เหอๆ
8) ฉันเอง

groepT2

ภาษาดัชท์ : ไม่ปวดตับให้เตะ..

จริง ๆ ภาษาดัชท์มันก็ไม่ได้ยากเท่าไหร่ (แต่ไม่ได้บอกว่าง่าย หนา)  เทียบกับภาษาอื่น ๆ อย่าง ฝรั่งเศส หรือ เยอรมัน  เพราะอี verb มันเปลี่ยนที่ตลอดเวลา

อย่างสมมติว่าประโยค “I stay home,because I am  tired” (Ik blijf thuis + Ik ben moe)
ภาษาดัชท์ ถ้ามีคำว่า “because” (omdat) ต้องย้าย verb ไปไว้ที่ท้ายประโยค

ก็จะกลายเป็น “I stay home,because I tired am” ! (Ik blijf thuis, omdat ik moe ben)

แล้วยังมีคำอื่น ๆ ที่มีเอ็ฟเฟคท์เดียวกันอีก เช่นคำว่า Als (as),     Terwijl (while), etc.
แล้ว verb บางตัว ยังจับมันแยกกันเป็นสองส่วน หัว กับ หางได้อีก เช่น คำว่า Meerijden (ride with, นั่งรถหรือโดยสารกับ..)  ถ้าจะพูดว่า “ฉันก็นั่งรถไปกับเพื่อนร่วมงาน” ก็ต้องจับ meerijden แยกเป็นหัวกับหาง

ก็จะกลายเป็น “Ik rijd met mijn collega mee” !!

แล้วถ้าไม่ใช่ประโยค direct ก็ต้องสลับ verb มาขึ้นไว้หน้าประธานอีก เช่น ถ้าจะพูดว่า “บางครั้งฉันก็นั่งรถไปกับเพื่อนร่วมงาน” ขึ้นต้นประโยคด้วย “บางครั้ง” (soms)ไม่ได้ขึ้นด้วยประธาน คือ “ฉัน” (Ik)  ก็ต้องเอา verb มาก่อน

ก็เป็น “Soms rijd ik met mijn collega mee”

ไอ้แบบนี้ยังพอทน สับสนหน่อย แต่ไป ๆ คงจะชิน แต่ปัญหาโลกแตกอย่าง คำไหนเป็น het คำไหนเป็น de (ทั้งสองคำ แปลได้ว่า The) นี่ก็ต้องตัวใครตัวมันล่ะครับพี่น้อง

แล้วจะทำเป็นลืมก็ไม่ได้ เพราะมันสำคัญต่อการผันคำอีก เช่น ถ้าจะพูดว่า
“บ้านใหญ่หลังหนึ่ง”
บ้าน = huis
ใหญ่ = groot
หลังหนึ่ง = een (เทียบกับอังกฤษคือคำว่า “A”)

ก็จะเป็น “Een groot huis”

“บ้านใหญ่หลังนั้น” = บ้านใหญ่หลังหนึ่ง

แต่ถ้าจะเฉพาะเจาะจงว่า “บ้านใหญ่หลังนั้นน่ะ”(ต้องหลังนั้นเท่านั้น ห้ามเป็นหลังอื่น)

หลังนั้น = dat,die (จะใช้ dat หรือ die ขึ้นอยู่กับว่าคำนั้นเป็น het หรือ de)

กรณีนี้ คำว่าบ้านเป็น het คือ het huis มันก็ควรจะเป็น Groot huis ใช่ป่ะ? แต่เราจำเพาะเจาะจงว่าต้องเป็นหลังนั้น เพราะฉะนั้น ไม่สามารถใช้กฎ het ได้ กรณีนี้ต้องเพิ่ม e ให้กับคำที่ขยายคำนาม คือ groot เป็น grote (ตัด o ออกไปตัวหนึ่งด้วย)

เพราะฉะนั้น ถ้าจะเฉพาะเจาะจงว่า บ้านหลังนั้นน่ะ ก็ต้องพูดว่า
“Dat grote huis”

ปวดหัวกันเป็นแถบ ๆ

แต่ถ้ามาลงคอร์สเรียน เค้าจะให้เราทำแบบฝึกหัดค่อนข้างเยอะ เพราะฉะนั้นอย่าไปเครียดกับมันมากนัก ใช้สัญชาติญาณไปโลด หรือคำไหนเห็นบ่อย ๆ ได้ยินบ่อย ๆ เราก็จะชินไปเอง เช่น Volgende week  (“อาทิตย์หน้า”) ไม่ใช่ Volgen week (เพราะ week เป็น  de week)

Volgen jaar (“ปีหน้า”) ไม่ใช่ Volgende jaar (เพราะ jaar เป็น Het Jaar)

ส่วนการเพิ่ม T หรือ EN ให้กับ กริยา ก็คล้าย ๆ กับภาษาอังกฤษอยู่แล้วหรือ เปลี่ยนไปตามประธาน เพียงแต่ว่า อังกฤษมีแค่สอง (I work, He works, She works, They work)แต่ดัชท์มีสาม (Ik werk, Ze werkt, Hij werkt, Ze werken) แล้วกริยาก็ผันเป็นกริยาสามช่องเหมือนอังกฤษ (verb conjugation) คือ Present, Past, Future

แถมด้วย Present Perfect, Past Perfect และ Future Perfect อีก (ก็เหมือนภาษาอังกฤษล่ะนะ)

มึน ครับพี่น้อง

พูดแล้วก็งงตัวเอง เอาเป็นว่า อย่าคิดมากละกัน และอย่าพยายามเรียนแต่แกรมม่าร์แบบท่องจำ เพราะทดลองมาแล้ว ไม่ได้ผล ต้องฟังมาก ๆ อ่านมาก ๆ จะได้ชิน โดยเฉพาะการอ่าน subtitles ภาษาดัชท์ก็ช่วยได้เยอะ เพราะประโยคที่คนใช้คุยกันในหนังก็ใช้ซ้ำ ๆ พอสมควร เราก็พยายามอ่านมาก ๆ ถ้าเอาแต่อ่านหลักไวยากรณ์อย่างเดียว ยังไงก็ไม่เวิร์ค

แต่ก็นะ grammar ยังไงก็ต้องแม่น เพราะถ้าไม่แม่น เรียนระดับต่อไปลำบากอีก

โอ้ ชีวิต…

สอบ สอบ สอบ

ตอนสอบระดับแรกก็ไม่มีอะไรมาก เค้าจะเทสต์ว่าเราสามารถเติมคำที่หายไปได้หรือเปล่า คำไหน ใช้คำไหนเชื่อม เช่นการใช้ in, at, on, for ในภาษาอังกฤษ, การทำประโยคบอกเล่าให้เป็นประโยคปฎิเสธ เช่น I drink wine, I don’t drink wine, I have children, I don’t have children ในภาษาอังกฤษ (แต่ดัชท์มีสองคำคือ Niet  กับ Geen ถ้าจะให้แปลเป็นอังกฤษคงประมาณคำว่า Not กับ Not any) อันนี้ก็ค่อนข้างปวดตับพอสมควร ก็ต้องมานั่งเรียนกฎกันก่อน แล้วเค้าจะให้ทำแบบฝึกหัดบ่อย ๆ ก็จะเรียนรู้ไปเอง

ส่วนสอบการฟัง และ การพูด ก็ง่าย ๆ ไม่มีอะไร เค้าจะให้ฟังเทป แล้วตอบคำถาม กับการอ่านก็เป็นการอ่านเรื่องสั้น ๆ แล้วตอบคำถามเช่นกัน การพูด ก็จะเป็นการเลือกห้วข้อบทสนทนา แล้วคุยไปเรื่อย ๆ เช่น ทำงานอะไร เกิดที่ไหน ชอบทำอะไรเวลาว่าง ฯลฯ และสถานการณ์สมมติ เช่น ถ้าอยู่ป้ายรถเมล์แล้วจะถามผู้หญิงที่รอรถเมล์อยู่เหมือนกัน ว่า พอทราบไหมว่า รถเมล์มากี่โมง จะพูดว่ายังไง, ถ้าจะชวนเพื่อน ๆ ออกไปกินกาแฟ จะพูดว่ายังไง, จะถามว่า หนังฉายกี่โมง เลิกกี่โมง จะถามเป็นภาษาดัชท์ว่ายังไง ฯลฯ

ตอนนี้ยังไม่รู้ผลว่าคะแนนเท่าไหร่ กว่าจะรู้ก็โน่น สิ้นเดือน

มีคนถามว่าซื้อหนังสือมาเรียนเองได้ไหม

ก็ได้นะ แต่ว่ามันไม่ค่อยได้ผล โดยเฉพาะพวกเน้นพูดซะส่วนมาก คือพูดได้ แต่เหมือนนกแก้วนกขุนทอง (ซึ่งก็โอเคนะ ก็ต้องแบบนั้นไปก่อนแหละ) แต่จากประสบการณ์ส่วนตัวแล้ว ไม่ได้ผลอ่ะ คืออ่านแล้วก็ลืม เพราะเราไม่รู้โครงสร้างของมัน อ่านแล้วมันต้องมีแบบฝึกหัด มีคนคอยดูให้ว่าถูกหรือผิด แบบนี้จะเรียนได้ผลกว่า

แล้วเรียนเฉพาะ grammar ก็ไม่ได้ผลเหมือนกัน หรือฉันอาจจะโง่ก็ได้ (สงสัยจะเป็นอย่างหลัง) เพราะแม้แต่ภาษาอังกฤษ (หรือกระทั่งภาษาไทย) ฉันยังไม่รู้เลยว่า ไอ้กริยาวิเศษณ์, คุณศัพท์, ประพันธสรรพนาม ฯลฯ คืออะไร(วะ)

พออ่านพวกที่ grammar จ๋าเลยก็ได้แต่เกาหัวกันไป

แต่ถ้าเรียนไปซักพักแล้ว กลับมาอ่านหลักไวยากรณ์ แบบนี้ถึงจะเวิร์ค (ย้ำว่า ความเห็นส่วนตัวนะ) :-)

มันก็เหมือนเรียนภาษาอังกฤษ บางทีผู้หญิงทำงานบาร์จบ ป สี่ พูดอังกฤษปร๋อ (และถูกต้องกว่า) คนจบป โท บางคนด้วยซ้ำ เพราะระบบบ้านเราอ่ะชอบอัด grammar ซะจนประสาทกลับ พอถึงเวลาต้องพูดจริง ๆ ก็นั่งบวกลบคูณหาร grammar กันจนคนรอฟังหลับ ยังไม่รู้จะเรียงประโยคยังไงเลย

รวมลิงค์สำหรับเรียนภาษาดัชท์เบี้องต้น (หาที่เป็นเฟลมมิชยากมาก มีแต่ดัชท์ที่เป็นดัชท์เลย)

http://www.learndutch.org/
ภาษาดัชท์เบื้องต้น พร้อมภาพประกอบและเสียง

http://www.forbeginners.info/dutch/
หลักไวยากรณ์เบื้องต้น verb to be, to have, คำศัพท์ตามหมวดหมู่ ฯลฯ

http://thai-dutch.net/riandutch/gr01.php

เรียนดัชท์ กับคุณสมายลี่ หนักไวยากรณ์ และมีประโยชน์ดีค่ะ ใช้เป็น reference ได้

คอร์ส+หนังสือ+CD

http://teachdutchlanguage.blogspot.com/
หลักสูตรเรียนภาษาดัชท์ในเมืองไทย (ไม่รู้คุณภาพนะตะ) เจอลิงค์มาเฉย ๆ แต่ถ้าถามความเห็นส่วนตัวนะ ค่าเรียนเกือบ สามหมื่นบาท แพงมากกกกกก เอาเงินไปซื้อตั๋วเครื่องบินมาเรียนที่ฮอลแลนด์หรือเบลเยี่ยมไปเลยจะยังคุ้มกว่าป่าว? (เรียนที่เบลเยี่ยม ราคาเต็ม 60 ยูโรเอง ไม่ถึงสี่พันบาท)

http://www.amazon.co.uk/Michel-Thomas-Method-Foundation-Course/dp/034097169X
เรียนภาษาดัชท์จาก CD อันนี้แนะนำเลย เพราะใช้งานได้จริงมากที่สุด และเป็นเทคนิคการสอนเฉพาะตัวของมิเชลล์ โธมัส (คนนี้แบบว่าเก่งมากอ่ะ พูดได้หลายภาษา ตอนเค้าหนุ่ม ๆ เคยเป็นล่ามให้กองทัพอะไรทำนองนั้น ตอนนี้เค้าเสียไปซะแล้ว) เป็นการสอนแบบวิธีธรรมชาติ เอาไปใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง และโครงสร้างก็ถูกต้องด้วย พูดช้าและชัดดี เหมาะกับการเรียนด้วยตนเอง

http://www.ielanguages.com/dutch.html
Indo-European languages tutorials : ตัวอย่างประโยคที่ใช้ในชีวิตประจำวันทั่วไป และสารพัดแกรมม่าร์

http://www.byki.com/fls/free-dutch-software-download.html
ฟรีซอฟต์แวร์ ไว้หัดจำ หัดฟัง ภาษาดัชท์ ลองดาวน์โหลดมาใช้ดูได้

http://www.groept.be/www/volwassenenonderwijs_ace/talen/nederlands/
หลักสูตรภาษาดัชท์ (NT2) ที่มหาวิทยาลัย GroepT เมือง Leuven

http://ilt.kuleuven.be/english/cursus/andere_nva.php
หลักสูตรภาษาดัชท์ (NT2) ที่มหาวิทยาลัย GroepT เมือง Leuven

http://www.huizenvanhetnederlands.be/
ค้นหาสถานที่เรียนภาษาดัชท์ในฟลานเดอร์ส (ของรัฐบาลเบลเยี่ยม)

Intensive Course

คอร์สระยะสั้น แบบเร่งรัด หลักสูตรประมาณ 1 เดือน มักเปิดสอนช่วงปิดเทอมหน้าร้อน (สิงหาคม) แต่เปิดช่วงอื่นก็มี ต้องเช็คดูเองนะ หลักสูตรพวกนี้มีทั้งของรัฐบาลและเอกชน ของรัฐบาลจะถูกกว่ามากมาย เพราะรัฐเค้าให้เงินสนับสนุนการเรียนการสอนอยู่แล้ว แต่เราต้องลงทะเบียนให้ทัน และหลักสูตรจะกำหนดตายตัวว่าเราต้องมาเรียนช่วงไหนถึงช่วงไหน ถ้าพลาดลงทะเบียนเทอมนี้ไป ก็ต้องรอเทอมหน้าเลย (ประมาณ 4 เดือน) แต่ของเอกชน จะมีคอร์สบ่อยกว่า แต่ก็แพงกว่าค่อนข้างมาก (หลักสูตรของรัฐ 60-100 ยูโร หลักสูตรเอกชนบางที่ก็เริ่มที่ 400 ยูโรอ่ะ โดยประมาณ)

- ของรัฐบาล

- สถาบันเอกชน

หมดละ..

Tags: , , , ,

14 Responses to “+ ไปเรียนภาษาดัชท์ : ผู้รอดชีวิต, เรียนภาษาดัชท์ที่เบลเยี่ยม”

  1. ploynice Says:

    ไม่อยากเรียนเลยยยยยยยยยยย กลัว

  2. dandy Says:

    Khop Khun kha pee bee!!

  3. tum Says:

    หวัดดีจ้ะเราชื่อตั้มตอนนี้เรากําลังจะไปเรียนภาษาดัชท์ที่antwerp เดือนกันยายน 2009 เราอยากคุยกับเธอเรื่องเรียนถ้าไม่เป็นการรบกวนเราขอเบอร์โทรได้ไหม…ขอบคุณมากจ้ะ

  4. tum Says:

    ขอโทรทีลืมบอกอีเมลของเรา tum_model@hotmail.com หวังว่าเธอจะติดต่อมานะ…tum

  5. +Bee Says:

    มีอะไรถามทางนี้ได้เลยนะคะ เพราะคนอื่นจะได้อ่านด้วยค่ะ
    ไม่ทราบว่าจะตอบคำถามได้แค่ไหนนะคะ เพราะไม่ได้อยู่ Antwerp ค่ะ :-)

  6. fon Says:

    เรียนไปคอร์สนึงแล้วค่า สอบผ่านมาได้แบบมึนๆแปดสิบกว่าเปอร์เซ็นต์ เดาซะเยอะ แห่ะๆ เบื่อ het และ de มากเหมือนกันจ้า เหอๆๆ

  7. Snuck Says:

    กำลังจะไปเรียนที่ CVO Leuven จ้า เริ่มเดือน ก.ย.นี้แหละ แต่ปัญหาตอนนี้คือ dic ไทย อังกฤษหาย (ภาษาอังกฤษไม่แข็งแรง) ต้องแปลจากดัชต์เป็นอังกฤษ และอังกฤษเป็นไทยอ่ะว่าแต่อะจูนนี่ทำงานที่ไทยเฮ้าส์แหงๆ

  8. +Bee Says:

    ใช้ Google Translate ดิคะ
    http://translate.google.com/

  9. Maew Says:

    เรียนอยู่เหมือนกัน เพื่อสอบขอวีซ่า ยากโคตร

  10. เสลา Says:

    ตอนนี้เรียนlevel 1 อยู่ที่เก้นท์นะคะ ก็พอถูๆไถๆ ก็จะจบแล้วหละคะ เรียนประมาณ สองเดือน และจะต่อเล่ม สองเลย ก็ภาวนาให้พอผ่านไปได้นะคะ เพราะตัวเองอังกิดก็แทบตายมาเจอดัชหนิ มึนเลย

  11. maita Says:

    แค่อ่านก็มึนแล้วค่ะ อิอิอิ

  12. nipaporn Says:

    อยากเรียนนะคะแต่ก้ไม่รุ้ว่ามันอยากแค่ไหนแค่เริ่มต้นก็มึนแล้วค่ะ

  13. A Says:

    สวัสดีค่ะ พี่บี ตอนนี้กำลังหาเวบที่เรียนก็แวะเข้ามาทักทาย ตั้งใจจะเรียนอยู่เหมือนกันไม่รู้จะเริ่มตรงไหนเพราะยังงง ๆ อยู่ ในเดือนเมษายน ก็จะไปเบลเยี่ยมอีก ไม่รู้ว่าภาษาของเขาจะยากหรือเปล่า ก็ไม่รู้ ขอบคุณที่ช่วยแนะนำคะ

  14. pingpong Says:

    สวัสดีค่ะ พอดีอยากหาโปรแกรมเรียนภาษาดัชพอดีเข้ามาเจอแล้วก็ได้ข้อมูลที่ดีมากๆเลยค่ะ แล้วจริงๆด้วยนะค่ะเรียนภาษาดัชย่านราชเทวีแพงมากๆๆๆๆๆๆๆๆเลยค่ะ เรียนแค่เดือนเดียวค่าเยนตั้งสี่หมื่นแน๊ะ เอย! แล้วจะหาตางค์ที่ไหนไปเรียนล่ะเนี่ย ขอบคุณมากนะค่ะที่ให้ข้อมูลที่ดีๆนะค่ะ

Leave a Reply