เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นอะไรที่เหนื่อยโพด~!
แต่ยังดี ได้ไปกินซูชิสมใจอยาก เป็นรางวัลที่เรียนภาษาดัชท์จบไปหนึ่งระดับ (ไม่งั้นไม่ได้กินฟรีกันแบบนี้หรอกนะคับพี่น้อง คนละครึ่งตลอดชาติ) ร้านนี้ซูชิหน้าตาดี แต่ไม่อร่อยเท่าไหร่ ข้าวแข็งเกินไปหน่อย แต่ปลาสดดีใช้ได้ ราคาปานกลาง ไม่ถูกไม่แพง แต่ชอบร้านที่บรัสเซลล์มากว่า

เสาร์ออกไปข้างนอกทั้งวัน ตั้งแต่ Ikea ยัน แมคโคร

ในที่สุดก็ได้ฤกษ์รื้อบ้านซะที รื้อในที่นี้คือรื้อจริง ๆ ตั้งแต่พื้นกระเบื้อง, ตู้เก็บหนังสือบิลท์อินในห้องนั่งเล่น, เคาท์เตอร์ในครัว, ตู้เก็บของสไตล์อังกฤษที่เจ้าของบ้านเก่า(ชาวอังกฤษ) ชอบนักชอบหนา แต่ฉันเกลียดเข้าไส้

ก็ได้ฤกษ์ทุบทิ้งกันคราวนี้แหละ

กว่าจะหาคนมาทำได้ ก็ต้องตามช่างมาดูหลายคน บางคนไม่แพง แต่คิวยาวเป็นปี บางคนแพงมากชนิดว่าที่ว่า ทำเสร็จคงไม่มีเงินเหลือซื้อข้าวรับประทานกันเลย (คนนึงมาตีราคา ปาเข้าไป 3 หมื่น ยูโร! ป้าด!)

ตกลงมาได้คนนี้ที่เค้าบอกว่า อะไรที่ไม่จำเป็นต้องทำก็ไม่ต้องไปทำมันหรอก เช่น พวกท่อที่ผังอยู่ใต้พื้น หรือผนัง อะไรแบบนี้ คือถ้ามันยังไม่เจ๊งชัยจริงๆ ก็เก็บไว้ได้ สรุปได้ราคามาที่หมื่นยูโรหน่อย (ปาดเหงื่ออีกรอบ)

หาคนมาทำได้แล้วก็ต้องไปซื้ออุปกรณ์ให้เค้าอีก คือพวกกระเบื้อง ชุดครัว พวกเคาน์เตอร์ เตาอบ ตู้เย็นใหม่ คือที่ใช้อยู่ทุกวันนี้มาจากเจ้าของบ้านเก่าหมดเลย จะพังแหล่มิพังแหล่ มีสองอย่างที่ซื้อมาเองคือ ไมโครเวฟ กับ เครื่องซักผ้า

อีเครื่องซักผ้านี่ก็นะ ตอนแรกก็ไม่กะซื้อหรอกนะ แต่ใช้ ๆ ไป วันนึง โทษนะคับ ควันขึ้น!! ได้ยินเสียงดัง ปุ้ง!! แล้วควันเต็มห้องเลย เวนจริง ๆ คับงานนี้ เลยต้องซื้อใหม่ไปตามระเบียบ

กระเบื้องนี่จะรื้อออกให้หมดเลย ทำความสะอาดยากมาก และหน้าหนาวก็หนาวมาก เดินไม่ได้เลยจริง ๆ ยกเว้นในครัวก็คงต้องยังเป็นกระเบื้องอยู่แต่ไม่เอาสีอิฐแบบเดิมแล้ว โบราณโพด เลยเลือกสีเทาแก่ เกือบ ๆ ดำไปเลย


ไหนจะครัวที่ต้องซื้อใหม่อีกนะนั่น ไม่น่าต่ำกว่า 4-5 พัน ยูโร เป็นอย่างน้อย (คิดแล้วผมจะร่วง) แต่บ้านไม่ทำไม่ได้จริง ๆ มันโทรมมาก คนเก่าเค้าไม่ค่อยดูแลรักษาอะไรเลยจริง ๆ ให้ตายเถอะพระเจ้าจอร์จ

นี่มิได้เจียมตัวเร้ยยยย ที่แฟนจะตกงานเป็นที่แน่นอนแล้วสิ้นเดือนนี้ 5555

อย่างที่เคยเล่าไป เบลเยี่ยมนาทีนี้ งานหายากยิ่งกว่าหาเหรียญสลีงในมหาสมุทรแปซิฟิกซะอีก พอหมดสัญญา บริษัทเค้าก็จำเป็นต้องหยุดสัญญาไว้เท่านั้น แล้วจ้างเป็นชิ้น ๆ ไปแทน เพราะเค้าไม่สามารถที่จะมารับภาระเงินเดือนทุกเดือน ๆ ได้อีก

ดีนะ ที่เก็บตังค์สำรองไว้บ้าง ไม่งั้นมีหนาว

ตอนนี้เลยกลายเป็นว่า แฟนอาจจะได้อยู่บ้านแทน แล้วฉันทำงานนอกบ้าน

ซะงั้น

แต่ไม่แตกตื่นนะ แบบว่า คิดไว้อยู่แล้ว

ถึงได้บอกว่าใครคิดว่าจะมาหางาน”ดี ๆ” ทำที่นี่ คิดให้รอบคอบก่อน มันไม่ได้ง่ายจริง ๆ ไม่ใช่ว่าอยากจะกัํ๊กข้อมูลหรืออะไร

วันอาทิตย์ เค้ามีรวมญาติกันที่ ลิมเบิร์ก (Limburg) รกรากทางคุณแฟนเค้ามาจากที่นั่น ถึงตัวเองจะไม่ได้โตที่นั่นแต่ก็ยังสามารถเหน่อตามญาติ ๆ เค้าไปได้อยู่ (เหมือนอยู่ในสายเลือด 555)

คนลิมเบิร์กเขาว่าเหมือนคนอีสานบ้านเฮา ที่คนภาคอื่นชอบล้อเลียน ด้วยความเอ็นดูหรืออย่างไรก็มิอาจทราบได้ แต่ที่แน่ๆ สำเนียงลิมเบิร์ก เหน่อมากกกกก แล้วช้ามาก จนคนเอาไปเล่ากันเป็นเรื่องตลกว่า คนลิมเบิร์กมีสัตว์เลี้ยงชื่อยาวที่สุดในโลก คือ “หมาาาาาาาาาาา..า..า”

คนที่นั่นเองก็เห็นเขาขำกันนะ ไม่ได้คิดมากอะไร ดูออกจะภูมิใจดีด้วยซ้ำที่มาจากลิมเบิร์ก เพราะขึ้นชื่อเหมือนกันว่าคนจากที่นี่มักจะอะไรก็ได้ ง่าย ๆ กันเอง ๆ ไม่พิธีรีตรอง และเป็นมิตรสุด ๆ แบบไม่มีเหตุผล ฮ่าๆๆ

แต่รวมญาติครั้งนี้ใหญ่พอควร เพราะมีญาติจากฝั่งน้าสะใภ้ด้วย แถมด้วยลูก ๆ และหลานๆ น้าฝั่งโน้นอีก ทำให้ฉันมีญาติห่าง ๆ เป็นคนบราซิลและแอฟริกันไปโดยปริยาย เพราะลูกสาวน้าชายคุณแฟน แต่งกับคนแอฟริกัน และลูกสาวของน้าสะใภ้ แต่งกับคนบราซิล (งงพิลึก)

วันนั้นเลยรวมมิตรภาษามาก ๆ เพราะไม่รู้ใครพูดภาษาอะไรบ้าง บางคนก็พูดแต่ฝรั่งเศส บางคนพูดสองภาษา บางคนสามภาษา (ส่วนมากจะได้อย่างน้อยสาม ยกเว้นพวกหลานเขย พูดกันแต่ฝรั่งเศส) บางทีเขาก็พยายามเป็นมิตรเข้ามาคุยด้วยแต่ดันพูดแต่ฝรั่งเศสก็เลยออกทะเลกันไป (บางคนกลายเป็นคุยด้วยภาษาสแปนนิชกันเข้าอีกตะหาก ก็ไม่รู้ไปจบตรงนั้นได้ไงก็แปลกดี) บอกตามตรงว่า งง มาก ๆ

เด็ก ๆ มีไม่เยอะ ส่วนมากถ้าไม่เล็กแบบเบบี๋กันไปเลย ก็วัยรุ่นไปเลย เจ้าลูกครึ่งบราซิลนี่ซนเป็นลิง ปล่อยเข้าสวนไปไม่ถึงสิบนาที พ่อทึ้งดอกไม้เรียบสวนเลย ทำเอาน้าน้าสะใภ้ปวดกบาล ห่วงว่าพ่อจะเผาบ้านเข้าในที่สุด

ลูกครึ่งอีกคนคือน้อง ทิยานี่ ครึ่งแอฟริกันครึ่งเบลเยี่ยม พ่อเค้าดำเลยนะ เท่ไปอีกแบบ ส่วนแม่เขาก็บลอนด์ผมทองเลย ลูกออกมาผมม้วน ๆ หน้าตาน่ารัก แก้มยุ้ยพอประมาณ ที่สำคัญคือเลี้ยงง่ายโคตรรรรร เด็กอะไรไม่ร้องเลยซักแอะ ปล่อยไว้ตรงไหนก็นั่งจุ้มปุ๊กอยู่ตรงนั้น ใครอุ้มก็ได้ ไม่ว่า คือ ชิว ๆ จริง ๆ โชคดีของคนเป็นพ่อแม่นะเนี่ย (แต่ไปปล่อยไว้กับพื้นนานไม่ได้ เพราะหลานชอบแบ่งขนมปังกินกับแฮปปี้ (แฮปปี้คือหมาหูยาว เดินไปไหน พื้นสะอาดเลย เพราะเอาหูกวาดพื้น) ตัวเองกินคำ แฮปปี้กินคำ ชิ้นเดียวกันเลย เหอๆๆ

บ้านเค้ามีต้นเชอร์รี่ด้วยอ่ะ!! กำลังออกลูกเลย สงสัยอีกสองอาทิตย์คงสุกกินได้พอดี

อิจฉาอย่างแรง …ตัวเองยังต้องซื้อกินอยู่กล่องละ 7-8 ยูโร (นำเข้ามาจากตุรกี ถ้าจำไม่ผิด)

รูปเยอะมาก ดูกันเองเนอะ

ช่วงนี้เชอร์รี่กำลังออก เลยกินกันแหลกราญ มีความสุขสุด ๆ เลยกับการกินเชอร์รี่ เพราะเป็นผลไม้หนึ่งในไม่กี่อย่างที่ชอบ (อีกอย่างคือมะม่วงมัน จิ้มพริกเกลือ อยากกินโคตร แต่ไม่มีปัญญาซื้อกินที่นี่หรอกนะคับ ทานโทด)

วันงานเค้าจ้าง catering มา กว่าอาหารจะมาแขกก็หิวกันน่าดูชมทีเดียว (ดีที่เจ้าภาพเอาไวน์มาเกลี้ยกล่อมกันไปก่อน พร้อมอาหารเรียกน้ำย่อยพอประมาณ)

อาหารที่เค้าจัดมา เป็นเนื้อแกะบนมันฝรั่ง และมะเขือเทศ กับมะเขือม่วง ยังมะเขือไม่พอ ซอสราดยังเป็นซอสมะเขือเทศอีก กินกับข้าว ก็อร่อยดี แต่อยากได้น้ำปลา …

catering service นี่เค้าเป็นคนตุรกี พาภรรยามาช่วยงานด้วย พูดภาษาดัชท์ชัดเปรี๊ยะ! แต่แฟนยังพูดไม่ค่อยคล่องเท่าไหร่ (แต่ดีกว่าตูเป็นไหนๆ) พอเสิร์ฟอาหารเสร็จ เจ้าภาพเค้าก็ลากให้มาร่วมวงดื่มไวน์ด้วยซะเลย ไป ๆ มา ๆ เมาคับท่าน กลายเป็นวงสนทนาธรรมท่านมูฮัมหมัดศาสดาไปเลย (แต่ยังถือแก้วไวน์อยู่ในมือนะนั่น เหอๆ) ส่วนคุณภรรยายิ่งเข้าไปใหญ่ เอาเป็นว่าถ้ามีคนเพิ่งมาถึงงานอาจจะคิดว่าหล่อนเป็นเจ้าของงานก็ได้ เพราะเสียงดังสุด ๆ และเฮฮาได้ใจมาก (หลังไวน์แก้วที่สาม)

ไม่รู้เสร็จงานแล้วใครจะเก็บจานชามละเนี่ย

มีเฮฮา ก็ต้องมีงานเศร้าตามมา

คุณย่าคุณเบิร์ตเสียซะแล้วเมื่อเช้านี้
แต่ทุกคนก็คาดไว้แล้วว่าอาจจะไม่เกินอาทิตย์นี้ คุณย่าคงจะต้องไป เพราะอาการไม่ดีมาตั้งแต่สองอาทิตย์ก่อน เริ่มจำใครไม่ได้ แม้แต่ลูกสาวคนเล็กที่ปรกติเค้าสนิทกันมาก หลัง ๆ ช่วงที่ยังรู้ตัวนี้จำได้เฉพาะคนที่มาจากหมู่บ้านเดียวกัน ที่เห็นกันมาแต่เด็ก ๆ เท่านั้น (70-80 ปีได้แล้วนะ เพราะเพิ่งอายุ 93 ปีไปเมื่อมกราคมที่ผ่านมานี่เอง)

นอกนั้นจำใครไม่ได้เลย

ทางลูกสาวลูกชายผลัดกันไปดูที่บ้านพักคนชราไม่เคยขาด ที่ต้องย้ายให้ไปอยู่บ้านพักคนชรานี่เพราะว่าตอนนั้นย่าเริ่มหลง ๆ แล้วบางทีออกไปไหนคนเดียว กลับบ้านไม่ถูกก็มี ลูกหลานกลัวจะหายไปเลย ก็ต้องย้ายให้ไปอยู่บ้านพักแทน

ฉันไปเยี่ยมมาครั้งนึง จริง ๆ บ้านพักน่าอยู่มาก ดูสบายตาดี แต่ก็อย่างว่าแหละ ย่าจำอะไรไม่ได้เลยยยยย กระทั่งว่านอนอยู่ที่บ้านพักทุกวัน ตื่นเช้ามายังถามว่า ฉันอยู่ไหนเนี่ย แล้วพวกเธอเป็นใคร (ลูกชายกับลูกสาว) ลูกหลานก็เป็นห่วง

สองสามวันมานี่ไม่รู้ตัวเลย นอนอย่างเดียว อาหารก็กินอะไรไม่ได้เลยต้องให้ทางสายยาง ลูก ๆ ก็ทำใจแล้วว่าคงยื้อได้ไม่กี่วัน จริง ๆ ก็อยากให้แม่ไปสบายแล้ว เพราะอยู่ก็ทรมาน จำอะไร หรือ ใครก็ไม่ได้

คุณอา โรซ่า (น้องสาวพ่อคุณเบิร์ต) ยังมางานรวมญาติแบบทำใจ ๆ ว่า อือ ยังไงก็เตรียม ๆ กันไว้ด้วยนะว่าคงจะไม่นานล่ะ อาก็ทำใจไว้แล้ว

งานศพก็วันศุกร์นี้แหละ พรุ่งนี้ต้องไปลางานเลย

มีเกิดก็ต้องมีตายนะ..