Archive for July, 2009

ลาลับกับเมืองจีน

Tuesday, July 28th, 2009

ไม่รู้ว่าเหตุผลที่เราไม่ชอบเมืองจีน(โดยรวม) ซักเท่าไหร่ คืออะไรกันแน่
ไม่รู้ว่า เพราะความที่ “แทนที่จะได้กลับบ้าน กลับต้องมาติดอยู่เมืองจีน” หรือเปล่าหว่า
คิดว่าอันนั้นน่าจะกว่า 50%..

ก็คิดดู ไม่ได้กลับบ้านมาเป็นปี ตั้งหน้าตั้งตาว่า “เมืองไทย เมืองไทย เมืองไทย”

แง่ง ดันพาเราไปเมืองจีนเกือบเดือน เซ็งจะตายชัก

อุตส่าห์เอา”ซินเจียง” มาล่อ ว่า เฮ้ย มันไม่เหมือนเมืองจีนหรอกหนา ซินเจียง มีเอกลักษณ์แตกต่าง เหมือนชนเผ่า เร่ร่อน วัฒนธรรม วิถีชีวิต ฯลฯ เค้าต่างกับวัฒนธรรมจีน – ไอ้เรารึก็เชื่อ

พอไปถึงจริง ๆ เค้ามีจลาจลกันเฉยเลย ขออภัยนะ แมร่ง เซ็งจริง ๆ ว่ะค่ะ

Somewhere on our way from Almaty crossing to China

Somewhere on our way from Almaty crossing to China

เมืองจีนนี่ก็พอมีเรื่องอะไรงี้ปั๊บ พ่อก็บล๊อกทุกอย่างเลย ตั้งแต่ข้ามแดนมาจากคาซัคสถาน ก็งานเข้าเลย แม้จะเรียกแท๊กซี่มาส่งถึงในเมือง แท๊กซี่ยังโดนทหารกั้นไม่ให้เข้า พวกเราถูกจับโยนขึ้นรถเมล์อีกทอด (กลางไฮเวย์เลย) เพื่อจะเข้าเมืองให้ได้

ก็ไม่รู้เหมือนกัน เค้าจะปิดถนนไปเพื่ออะไร

คุยกันก็ไม่ค่อยจะรู้เรื่องอีก
บางคนภาษาจีนก็ไม่ใช่ภาษาแม่เค้า เพราะเค้าเป็นอุยกูร์ มิใช่คนจีน

ไอ่เมืองที่จะไปต่อ ก็ไม่ได้ไป รถบัสไม่วิ่ง รัฐบาลสั่งห้ามวิ่ง เอ้า ต้องบินภายในประเทศ (ตั้งห้าพันกว่าบาท เซ็งว่ะ) จะจองตั๋วเครื่องบินที่โรงแรม จ่ายด้วยบัตรเครดิตก็ไม่ได้ รัฐบาลบล๊อกอินเตอร์เน็ต (กรูอยากตาย), จะหาแท๊กซี่ไปสนามบินก็ไม่มี แท๊กซี่ห้ามเข้าเมือง ฯลฯ สารพัดจะปัญญาโลกแตก

yininh-xinjiang-soldiers

พอบินไปถึงอุรุมฉี แทนที่จะได้ดูบ้านเมือง ชาวบ้ง ชาวบ้าน ก็ไม่ได้ดู ร้านค้าปิดเงียบเชียบ เมืองเงียบเป็นป่าช้าวัดเส้าหลิน (มีป่าววะนั่นน่ะ) ตำรวจก็คุมทุกจุด เดินไปไหนมาไหน โดยเรียกตรวจพาสสปอร์ตทุกสิบนาที (ไม่ได้เว่อร์นะ เรื่องจริง คือแมร่งเรียกจนฉัีนตัดสินใจว่าไม่ออกจากโรงแรมดีกว่าเว้ย รำคาญ ตรวจอยู่ได้)

ทางตะวันตก เมืองมันก็เหมือน ๆ กันหมด เพราะเป็นโครงการ “พัฒนา” ของรัฐบาล

บ้านเมืองจะเก่าโบราณมาแต่ไหน ไม่สน กรูเอารถมาไถกลบเลย แล้วสร้างตึกหน้าตาเหมือน ๆ กันให้หมด ทุกเมืองมีห้าง ในห้างมี KFC, มีแมคโดนัลด์, หรือฟาสฟูดส์สัญชาติจีน ผุดกันขึ้นอย่างกัีบเชื้อราในร่มผ้าในหน้าฝน

ผ่านไปได้ห้าวัีน ฉันก็เครียดแดก เพราะนั่งรถไฟเป็นร้อยเป็นพันกิโล เมืองไหน เมืองไหน ก็หน้าตาเงี้ยะ! เหมือนกันยังกะ copy-paste ยิ่งเซ็ง ๆ อยู่ไม่ได้กลับไทย ต้องมาติดอยู่ในสภาวะแวดล้อมที่แสนน่าเบื่ออย่างแสนสาหัส

พาลให้เห็นทุกอย่างเป็นลบไปหมด ทั้งคนขาาาาากถุย!!, อาซิ้มที่ชอบเอาข้อศอกดันหลังเราเวลาเข้าแถว ดันอยู่นั่นน่ะ ดันจนอยากหันไปต่อยหน้า ดันไปด่าไปอีกตะหาก, อาเจ๊ที่ชอบแซงคิวตอนซื้อตั๋วรถไฟเ้หมือนเป็นเรื่องปรกติสามัญ ที่ใคร ๆ ก็ทำ, พวกสูบบุหรี่ไม่เลือกที่ (รถทัวร์ติดแอร์ มันก็สูบ ไอ้เวรเอ๊ย), อากาศที่ร้อนเหนอะหนะ บางวันปาเข้าไป 40 องศาเซลเซียส ออกไปเดินเที่ยวไหนก็ไม่ได้ จะเป็นลมตาย

ฯลฯ

Xian : Hot hot hot hot day

Xian : Hot hot hot hot day

แม้แต่เซี่ยงไฮ้ เมืองสุดอลังการ มหานครแห่งเอเชีย

ห้างหรูมีเป็นสิบ แต่ไม่มีห้างไหนมีที่ฝากกระเป๋า จะเข้าไปซื้อของในซูเปอร์ ยังต้องแบ้กเป้เดินไปเดินมา เป็นนัยยะว่า ถ้าเมิงต้องฝากของล่ะก็ ห้างนี้ก็ไม่ได้ทำไว้ให้เมิงเดิน

สตาบัคส์ กาแฟแก้วละ 200 กว่าบาท สาขาเยอะยิ่งกว่าเซเว่นในเมืองไทย

ยอมรับว่าอคติกับเมืองจีน และอาจจะไม่แฟร์ที่ตัดสินเมืองจีนยามที่เราไปเที่ยวเมื่อไม่อยู่ในอารมณ์อยากจะเที่ยวแล้ว ใจน่ะ กลับกรุงเทพฯไปนานแล้ว ทำไมกรูต้องมานั่งลุ้นอาหารในจาน ว่าจะมีหัวเป็ด ตีนไก่ ใส่มาเป็นอภินันทนาการ(โดยไม่ได้ขอ) อีกหรือเปล่า หรือ ทำไมชั้นต้องมานั่งสูดควันบุหรี่ของอาเจ็ก อาแปะ ที่รวมตัวกันมาสูบบุหรี่บนรถไฟตู้นอนใกล้ ๆ ที่นอนเราด้วย(วะ)

แต่ตอนนั้นก็คิดว่า เอาวะ เพื่อสุริยุปราคา ที่เกิดมายังไม่เคยเห็น

เห็นบางคนเค้าถึงกับตามดูทุกครั้งที่มี มันคงจะพิเศษมากมาย

ครั้งนี้ดันมาผ่านเมืองจีน ก็เอา มาดู จะได้เห็นกับตาเสียที

ผ่านไปสามอาทิตย์แห่งความทรมาน

วันที่เกิดสุริยุปราคาเต็มดวง ปรากฎการณ์ที่นาน น้่านนนนนน จะมีซะที
วันนั้น วันเดียวเท่านั้น

ฝนดันเทลงมาแบบไม่ลืมหูลืมตา

อย่าว่าแต่จะหวังว่าจะได้เห็นสุริยุปราคาเลย แม้แต่พระอาทิตย์อยู่ตรงไหน เรายังไม่รู้เลย!!
คุณเบิร์ตก็จิตตกอย่างแรง ย้ำ ว่า”อย่างแรง” หลังจากทะเลาะตบตีกันไปหลายยก ฉันจะหนีกลับเมืองไทยไปก่อนหน้าก็หลายหน ที่ทนอยู่มานี่ก็เพราะสุริยุปราคานี่แหละ

กลับไม่ได้เห็น

เหมือนที่ทนมาทุกอย่าง มันหมดเลย นี่เรามาทำบ้าอะไรที่นี่วะ

จะว่าไป ช่วงเวลาที่ดีื ๆ ในเมืองจีนมันก็มี
คนจีนที่ดีื ๆ ใจดีชนิดที่อยากจะขอบคุณเขาซักพันครั้ง ก็มีหลายคน

ชอบความสวยงามของปิงหลิงซื่อ ที่เค้าเรียกกันว่า กุ้ยหลินน้อย, รักเมืองเล็ก ๆ อย่างเซี่ยะเหอ ที่วัดทิเบตใหญ่เกือบครึ่งของเมือง, ชอบความจัดจ้านของอาหารเสฉวน, ชอบความอลังการและล้ำหน้าของเซี่ยงไฮ้, อึ้งและขนลุกไปกับวัฒนธรรมอารยธรรมโบราณ ตามเส้นทางสายไหม ที่ยังเหลือร่องรอยไว้มากอย่างน่าอัศจรรย์ใจ ใน เมือง ตุนหวง ..

แต่เสียดาย
ที่สิ่งที่ไม่ประทับใจ มันมากกว่าสิ่งที่ประทับใจ

โดยเฉพาะเรื่อง “ขากถุย” อันเลื่องลือ
รับไม่ได้ว่ะค่ะ

ได้ยินทีไรแล้วอยากจะอ้วก !!
ใครจะว่ากระแดะก็ช่าง
รับไม่ได้จริง ๆ

คงจะลาขาดอีกนาน สำหรับเมืองจีน จะให้ไปอีก คงเป็นเฉพาะเรื่องงาน ถ้าจำเป็นต้องไป ก็ไปได้ ไม่ถึงขั้นรังเกียจ
แต่จะให้ไปเองด้วยความสมัครใจ ขอเวลาอย่างน้อยอีกซักสิบปี..  เพื่อทำใจ..

เรื่องราวต่าง ๆ จะพยายามทยอยมาแปะละกันน่อ..

Expect unexpected..

Friday, July 10th, 2009

christian110 July 2009

sorry i have to write this in English.

I’m sitting in a small guest house in Dunhuang, Gansu, China. This place has very lovely and cozy courtyard.

For this trip. I wrote only in English for now as it’s difficult to do in Thai on the road.

Today I had terrible and shocking news.

Our boss, my boss, Christian. Had a serious car accident on his way back from Germany to Belgium. When I heard that I thought he was badly injured or hospitalized..

But he passed away.

He passed away.

I still can’t believe my ears and this doesn’t  sound like a thing that is actually happening.

I know everyone dies.. some day. But this is not the case. This is way too sudden. I really don’t know what to say..


20 August 2009
It’s been almost 2 months now since you have gone..
We are trying to support one another. Office is strange without you, Christian.
But we’re all moving on. I guess this is what you’d like to see as well.
So, no worries..

Christian, We truly miss you. You will be in our memories forever..

In Memory of Christian Lenaerts, CEO of waypoint design ,
Christian died in car accident in Germany on Wednesday, July 8th 2009.

+ ร้อนแล้วอ่ะ..

Thursday, July 2nd, 2009

Random ทุกสิ่งอย่างที่ผ่านมาในอาทิตย์สองอาทิตย์ที่ผ่านมา…

  • ไปงานศพคุณย่าของคุณเบิร์ต เกิดมาเพิ่งเคยไปงานศพแบบคาธอลิค หลวงพ่อก็เทศน์เป็นภาษาดัชท์ ฟังออกมั่งไม่ออกมั่ง เลย..นั่งหลับซะงั้น.. z..z..
  • คาธอลิคปรกติเค้าฝังเลย แต่ย่าบอกไว้แต่ตอนยังอยู่ว่า ถ้าชั้นไปแล้วก็เผาเถอะ ไม่วุ่นวาย เค้าก็เลยเผา แล้วเอาอัฐิไปฝังข้าง ๆ หลุมศพสามีคุณย่าที่เสียไปเมื่อหลายปีก่อน
  • ระหว่างนั้นก็มีเลี้ยงแขกเล็กน้อย พายคนละสองชิ้น แซนด์วิชคนละสามอัน กาแฟคนละสองถ้วย
  • พวกคุณตาคุณยาย เห็นจำคุณเบิร์ตและน้องชายได้หลายคน (แต่เห็นครั้งสุดท้ายนี่เมื่อซัก 10 ขวบนะนั่นน่ะ) แต่คนที่ถูกทักเนี่ยซิ งง! ใครอ่ะ?? ส่วนมากเป็นเพื่อนบ้านคุณย่าที่ตอนเด็ก ๆ สามหนุ่มไปนั่งเล่นนอนเล่นช่วงปิดเทอม เค้าเลยจำได้
  • อาทิตย์นี้ร้อนโคตรรรรรรรร วันนี้ปาเข้าไป 31 องศา วันก่อนปาเข้าไป 33! แล้วที่นี่มันไม่ได้มีแอร์เหมือนเมืองไทย (พัดลมยังไม่มีเลย) คนขับรถเมล์บางทีก็เหมือนแกล้ง รถมันเป็นแบบปิด (เหมือน ยูโร2) อากาศมันก็ไม่ถ่ายเท ไอร้อนก็อัดแน่นอยู่ในรถ ผู้โดยสารก็นั่งกันลิ้นห้อย ส่วนคนขับน่ะเรอะ โน้นนนน นั่งนุ่งกุงเกงขาสั้น เปิดหน้าต่างลมโชย สบายใจเฉิบ!! เซ็งว่ะเฮ้ย
  • ออฟฟิศก็ลองนั่งกันแบบไม่เปิดแอร์ได้ซักสามวัน เข้าวันที่สี่ ไม่ไหวคับ!!! ร้อน!! 555 น้องแม๊กซ์ออกไปยืนโทรศัพท์ข้างนอกแป๊บเดียว เดินกลับเข้ามาเหงื่อแตกซิก  “เซ โช!” (ร้อนโว้ย!) พอคริสเตียนออกไปประชุม เลยมีปฎิบัติการ “ขโมยแอร์ติดล้อ” ที่มันเป็นเหมือนแอร์พัดลมอ่ะ เคยเห็นปะ? เป็นตู้ ๆ เลื่อนไปไหนมาไหนได้ ใช้เสียบปลั๊กเอาวันนี้เลยอพยพมานั่งหน้าแอร์กันไม่เป็นอันทำการทำงานกัน
  • คริสเตียนเอางานไปพรีเซนต์ กลับมาหน้าตามิค่อยเสบย ดูแล้วลางไม่ค่อยดี ฉันกำลังพักกลางวัน นั่งโจ้ยแกงเขียวหวาน (เฮ้ย อร่อยอ่ะ ซื้อมาจากซูเปอร์ สามยูโรหน่อยๆเอง) อยู่ดี ๆ ก็ถูกเรียกไป “ฟัง” ผลประชุมพร้อมกันสามคน (โซฟี ฉัน และก็เซ็บฯ)มันคือโปรเจ็คท์โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีประเทศสมาชิกจากอียูหลายประเทศร่วมกัน พรีเซนต์ครั้งแรกผ่านไปได้ดี(มาก) ลูกค้าชอบงานมาก ๆ แต่ว่าคราวนี้เอาไปพรีเซนต์รวม คือต่อหน้ากลุ่มสมาชิก อีประเทศกลุ่มอียูนี่แหละแม่เจ้าประคุณรุนช่องเอ๊ยคริสเตียนถึงกับเอ่ยปากว่า เป็น “พรีเซนเตชั่นที่แย่ที่สุดเท่าที่เคยประสบพบพานมาในชีวิต”คือสมาชิกมีประมาณ 50 คน ส่วนใหญ่ก็โอเค ไม่อะไรมาก แต่ประเทศที่กร่างมาก ๆ คือเยอรมนี ส่งผู้หญิงมาประชุมแล้วหล่อนก็นั่งกอดอก หน้างอ บ่นนั่นบ่นนี่ ไม่ยอมฟังความเห็นประเทศอื่น ไอ้สเปนก็จะเอาอย่าง ฟินแลนด์จะเอาอีกอย่าง เนเธอร์แลนด์จะเอาอีกอย่าง เยอรมนีไม่เอาอะไรเลย และไม่ฟังอะไรเลยด้วย

    คือ เค้ามีแบบที่เค้าอยากได้อยู่ในใจแล้ว พอมันไม่ใช่อย่างที่อยากได้ (เห็นแบบที่เค้าเสนอมาแล้วอยากผูกคอตายใต้ต้นผักชี!!) ก็เลยฟาดงวงฟาดงา แล้วหาว่าเอเยนซี่เรา “ไม่มีความคิดสร้างสรรค์” เว้ยเฮ้ย!!

    คริสเตียนพูดกลับมาบ่นในออฟฟิศว่า “ดูซะก่อน ใครพูด เยอรมนี??? ฮา!! เยอรมันรู้อะไรเกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์(วะ)ประทานโทษ!! ถ้าเป็นอิตาลีด่ามาแบบนี้นะ จะไม่ว่าซักคำ!”

    สรุปว่าเจ้านายปรี๊ดแตกมาก เพราะกลุ่มคนจากประเทศเหล่านั้น เอาแต่จะเอาที่ตัวเองคิดว่าดี ตบตีกันอยู่นั่นแหละ ไม่เห็นแก่ส่วนรวมหรือฟังความเห็นส่วนรวมซะบ้าง

    “นี่นะ พ่อเคยบอกว่า ไม่เคยเชื่อในสหภาพยุโรป เพราะมันไม่มีทางเป็นไปได้ “ราก” มันแตกต่างกันมากเกินไป อีโก้ใหญ่เท่าอวกาศกันทั้งนั้น แทนที่จะคิดรวม ๆ เป็น​”อียู” แมร่งก็ยังคิดเป็น “ตัวกรู” อยู่วันยันค่ำ มาวันนี้เพิ่งได้เจอกับตัว ว่าที่พ่อพูดไว้วันนั้น โคตรจริง!”

    สรุปโปรเจ็คท์นี้พักไว้ก่อน ยาวเลย เพราะเจ้านายเหวี่ยงสุด ไม่สบอารมณ์สุดๆ

  • อีกงานหิน คือ ฟิลิปป์ มอร์ริส ผู้ผลิตบุหรี่ยี่ห้อยักษ์อย่างมาร์ลโบโร่ ที่จะลงนามสัญญากับสหภาพยุโรปเดือนตุลาคมนี้ เรื่องการต่อต้านบุหรี่ปลอม (ส่วนมากจากเมืองจีน เค้าว่าผลิตเยอะว่าที่โรงงานตัวจริงผลิตเองอีก) บริษัทเราเลยออกแบบพวก ไอเด็นติตี้ ให้ทั้งหมด ตั้งแต่โลโก้, บูธ, ซีดี, ไปยันยูนิฟอร์มพริตตี้! ซึ่งพรีเซนต์ครั้งแรกก็ผ่านไปได้ด้วยดี ตอนนี้เลยกำลังทำรายละเอียดอยู่ที่ฮาคือโปสเตอร์ที่ทำกันเล่น ๆ (คือมั่วไปอะแหละ ให้มันครบสามแบบ มีแล้วสองแบบ แต่แบบที่สามคิดไม่ออกเลย มั่วๆไป) ลูกค้าดันชอบ! ซะงั้น! เค้าบอกว่างานล๊อบบียืสต์ แบบนี้โชว์รูปหรือวิชั่นอะไรมากไม่ได้ กลัวถูกฟ้อง หรือว่ามันจะออกแนวมาร์เก็ตติ้งเกินไป (บุหรี่ห้ามโฆษณา แต่ไม่ยักห้ามขาย)แต่โปรเจ็คท์นี้สนุกนะ ชอบ วันนี้ก็เพิ่งทำดีไซน์หน้าจอ ทัชสกรีน ไป ที่เหลือคงต้องให้โซฟี กับ เซ็บฯ เอาไปทำต่อ เพราะวันนี้ทำงานวันสุดท้ายแล้ว ฮ่าๆๆๆๆ ลาไปหกอาทิตย์ พรุ่งนี้ไปคาซัคสถานแล้ว เย่!!
  • เรียนภาษาดัชท์จบไปแล้วหนึ่งเลเวล อยากจะบ้าตาย ทำผิดตรึม แต่ยังดีที่ไปโปะท่อนอื่นมาได้ จบการศึกษามาด้วยคะแนน แปดสิบห้า เปอร์เซ็นต์ เฮ่อ ค่อยยังชั่วเลเวลสองเริ่มเดือนกันยายน อาทิตย์ละสองวันเหมือนเดิม มากกว่านี้ไม่ไหวล่ะค่ะ ตายพอดี สมองยิ่งมีพื้นที่จำกัดจำเขี่ยแค่เลเวลแรกยังทำผิด ๆ ถูก ๆ ไม่อยากจะคิดถึงเลเวลสองเลยว่ะเฮ้ย
  • อาทิตย์ก่อนหน้านี้ ไปมีตติ้งมา มีคนนึงชื่อซาร่า เค้าวานให้เราไปรับหน่อย เพราะเค้าใช้รถเข็น (เขาพิการมาตั้งแต่กำเนิด) ฉันเลยไปรัับซาร่าที่บ้าน เพิ่งรู้ว่าเข็นรถเข็นบนถนนปรกตินี่เป็นอะไรที่เหนื่อยโคตร! กล้ามแทบขึ้น! (แต่ไขมันบังมิดหมดแล้ว ไม่ต้องห่วง) ก็เข็นไป เข็นกลับ ตอนเข็นกลับมาทางสั้นกว่าตั้งเยอะ (แอบเคือง แล้วพาชั้นไปอ้อมทำไมเนี่ย) แต่นึกถึงตัวเองตอนรถชนแล้วต้องนั่งรถเข็นอยู่เป็นเดือน เพื่อน ๆ ยังทำให้เราได้ ทำเพื่อคนอื่นที่เค้่าทำด้วยตัวเองไม่ได้ซะบ้าง จะได้ลดความเห็นแก่ตัวแต่ส่งซาร่าเสร็จแล้วไงละนั่น ตีหนึ่งกว่า รถเมล์ก็ไม่ผ่านทางนี้ ไอ้คันที่ผ่านก็หมดแล้ว โทรหาคุณชายก็ไม่รับโทรศัพท์ (ตายไปแล้ว หมดสภาพ นอนกรนสบายใจเฉิบ) ฉันเลยต้องเดินกลับบ้าน ระยะทางประมาณเดินจากมาบุญครองไปอนุสาวรีย์ชัยเป็นอย่างน้อย ขาแทบขวิด!
  • ไปซัดอาหารไทยมา ปรกติไปกินเฉพาะตอนมีบุฟเฟ่ต์ (คุ้มดี) 20 ยูโรหน่อยๆ มีก๋วยเตี๋ยวด้วย แต่วันนี้นึกอยากกินทอดมันปลากราย เลยเอาวะ เอาซะหน่อยกางเมนูมาดูราคา ปาดเหงื่อค่ะ ที่ฮาที่สุดคือ “น้ำแดงโซดา” (เฮลบลูบอย “เด็กฟ้านรก” อ่ะนะ) แถ้วละ 4 ยูโรค่ะ! น้ำแดงโซดา!! แก้วละเกือบสองร้อยบาท!! พระเจ้าช่วยกล้วยหักมุข! ใครตั้งราคา(วะ!) ถ่ายรูปเมนูมาให้ดูขำๆ
  • รู้สึกว่าพักนี้กินกาแฟมากไป ต้องลด ๆ ลงซะบ้าง ตั้งแต่มาทำงานออฟฟิศนี่กินไม่เคยต่ำว่าวันละสามแก้ว เกรงว่าจะตายก่อนวัยอันควรซะก่อน (“และอาหารด้วยโว้ย” เพื่อนคนหนึ่ง นางตะโกนใส่มาทางโทรศัพท์) อยู่ที่นี่มีแต่กินกับกิน กับกิน อาหารฝรั่งก็นะ.. ผล เป็นไง อืด!! (ยิ่งกว่าเดิม!)
  • อาทิตย์ที่แล้ว ว่าง ๆ เลยนั่งรถเมล์สายอ้อมโลกเล่น ๆ หนุกดี ได้เห็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ตามหลืบ ๆ ของบรัสเซลส์อ่ะนะ ที่ปรกติแล้วคงไม่ดั้นด้นไป “ดู” มันหรอก แต่บางทีทำอะไรแบบไม่คิดแบบนี้ก็ดี ได้เห็นอะไรใหม่ๆ
  • แม่เจ้า!!  เทศกาล โซลเด้น เริ่มขึ้นแล้วค่าาาพ่อแม่พี่น้อง! ทุกร้านปะป้ายลดราคา 50-60% มีหรืออิฉันจะพลาด มีปัญญาซื้อของก็อีช่วงโซลเด้นนี่ล่ะวะคะ (วันก่อนไปสอยรองเท้าผ้าใบของ คาริมอร์ มาได้ เคยเล็ง ๆ ไว้บน amazon แต่มันดันไม่ส่งมาเบลเยี่ยม ปรกติมันประมาณ 60 ยูโร แต่เค้าลดล้างสต๊อก ได้มาคู่ละ 15 ยูโร แฮปปี้สุด!) หวังว่ามันคงไม่กัดนะนั่นน่ะ
  • ปวดฟันขึ้นมาหนึบ ๆ เลยไปให้หมอดูให้ซะหน่อย หมอก็แคะ กรอ ทุบ ทึ้ง โปะ (วันนี้ยังระบมอยู่เลยเนี่ย) รูที่โหว่มาจากที่อุดไว้ตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย หมดไปอีก 65 ยูโร (แต่เดี๋ยวได้คืน) หมอก็นะ ชอบชวนคุยตอนที่กรอฟัน แล้วจะให้กรูตอบยังไงวะ ปากก็ “อ่าาาาาา” อยู่ยังงั้นครั้งนึงซัดต้มยำกุ้งก่อนไปทำฟัน แต่ก็คิดว่าแปรงฟันดีแล้วนา หมอก็ถามว่า กินอะไรมาเนี่ย ไอ้ฉันก็แบบ เฮ้ย ทำไม ต้มยำกุ้งมันแรงขนาดนั้นเลยเรอะ นึกว่าหมอจะแบบว่า “อี๊ย์! กินไรมาอ่ะ!” แต่เปล่า หมอถามว่า ใช้อะไรทำ? ตะไคร้คืออะไร? ที่ เดเลซ มีขายป่าว จะได้ไปซื้อมาลองทำกินมั่ง (กรรมเวร …)แล้วชอบพูดภาษาดัชท์ปนอังกฤษใส่ฉันเป็นชุด ฉันต้องบอกว่าหมอ..ใจเย็น.. ฟังไม่ออกว่าดัชท์หรืออังกฤษกันแน่ เอาซักภาษาเถอะได้โปรด (หมอเป็นคนโปแลนด์นะ แต่อยู่นี่มาสิบปีแล้ว) ทำฟันดีมากกกก
  • พรุ่งนี้ไม่ไปทำงาน ต้องเตรียมข้าวของเสื้อผ้า แพคทุกอย่างให้ได้ในกระเป๋าขนาดเท่าเป้ แจนสปอร์ต (แบบหิ้วขึ้นเครื่องได้) จะไหวมั้ยนี่
  • คริสเตียนเรียกไป “อวย” ว่าขอให้เดินทางสนุกและปลอดภัย ทั้งนี้ทั้งนั้น สมทบทุนค่าเดินทางท่องเที่ยวให้  200 ยูโร (ว้าว) แบบไม่มีภาษีหรือเกี่ยวอะไรกับบริษัททั้งนั้น ให้เฉย ๆ (สด ๆ จากเป๋าตังค์เลย และบอกว่าจริงๆ อยากให้เยอะกว่านี้ แต่รอเศรษฐกิจโงหัวก่อนนะคุณลูกน้องที่รัก คราวนี้เอาไปเท่านี้ก่อนละกัน) ให้เพราะอยากให้ ขอบคุณที่ทำงานหนักมาตั้งแต่เริ่มงาน  เมื่อไปเที่ยวแล้วก็ขออย่าได้คิดเรื่องงาน ทางนี้จัดการได้ ไว้กลับมาค่อยมาลุยต่อ

    ถ้าเมืองไทยเจ้านายเป็นแบบนี้ ฉันคงไม่ลาออกแล้วลาออกอีกหรอก