ลาลับกับเมืองจีน

ไม่รู้ว่าเหตุผลที่เราไม่ชอบเมืองจีน(โดยรวม) ซักเท่าไหร่ คืออะไรกันแน่
ไม่รู้ว่า เพราะความที่ “แทนที่จะได้กลับบ้าน กลับต้องมาติดอยู่เมืองจีน” หรือเปล่าหว่า
คิดว่าอันนั้นน่าจะกว่า 50%..

ก็คิดดู ไม่ได้กลับบ้านมาเป็นปี ตั้งหน้าตั้งตาว่า “เมืองไทย เมืองไทย เมืองไทย”

แง่ง ดันพาเราไปเมืองจีนเกือบเดือน เซ็งจะตายชัก

อุตส่าห์เอา”ซินเจียง” มาล่อ ว่า เฮ้ย มันไม่เหมือนเมืองจีนหรอกหนา ซินเจียง มีเอกลักษณ์แตกต่าง เหมือนชนเผ่า เร่ร่อน วัฒนธรรม วิถีชีวิต ฯลฯ เค้าต่างกับวัฒนธรรมจีน – ไอ้เรารึก็เชื่อ

พอไปถึงจริง ๆ เค้ามีจลาจลกันเฉยเลย ขออภัยนะ แมร่ง เซ็งจริง ๆ ว่ะค่ะ

Somewhere on our way from Almaty crossing to China

Somewhere on our way from Almaty crossing to China

เมืองจีนนี่ก็พอมีเรื่องอะไรงี้ปั๊บ พ่อก็บล๊อกทุกอย่างเลย ตั้งแต่ข้ามแดนมาจากคาซัคสถาน ก็งานเข้าเลย แม้จะเรียกแท๊กซี่มาส่งถึงในเมือง แท๊กซี่ยังโดนทหารกั้นไม่ให้เข้า พวกเราถูกจับโยนขึ้นรถเมล์อีกทอด (กลางไฮเวย์เลย) เพื่อจะเข้าเมืองให้ได้

ก็ไม่รู้เหมือนกัน เค้าจะปิดถนนไปเพื่ออะไร

คุยกันก็ไม่ค่อยจะรู้เรื่องอีก
บางคนภาษาจีนก็ไม่ใช่ภาษาแม่เค้า เพราะเค้าเป็นอุยกูร์ มิใช่คนจีน

ไอ่เมืองที่จะไปต่อ ก็ไม่ได้ไป รถบัสไม่วิ่ง รัฐบาลสั่งห้ามวิ่ง เอ้า ต้องบินภายในประเทศ (ตั้งห้าพันกว่าบาท เซ็งว่ะ) จะจองตั๋วเครื่องบินที่โรงแรม จ่ายด้วยบัตรเครดิตก็ไม่ได้ รัฐบาลบล๊อกอินเตอร์เน็ต (กรูอยากตาย), จะหาแท๊กซี่ไปสนามบินก็ไม่มี แท๊กซี่ห้ามเข้าเมือง ฯลฯ สารพัดจะปัญญาโลกแตก

yininh-xinjiang-soldiers

พอบินไปถึงอุรุมฉี แทนที่จะได้ดูบ้านเมือง ชาวบ้ง ชาวบ้าน ก็ไม่ได้ดู ร้านค้าปิดเงียบเชียบ เมืองเงียบเป็นป่าช้าวัดเส้าหลิน (มีป่าววะนั่นน่ะ) ตำรวจก็คุมทุกจุด เดินไปไหนมาไหน โดยเรียกตรวจพาสสปอร์ตทุกสิบนาที (ไม่ได้เว่อร์นะ เรื่องจริง คือแมร่งเรียกจนฉัีนตัดสินใจว่าไม่ออกจากโรงแรมดีกว่าเว้ย รำคาญ ตรวจอยู่ได้)

ทางตะวันตก เมืองมันก็เหมือน ๆ กันหมด เพราะเป็นโครงการ “พัฒนา” ของรัฐบาล

บ้านเมืองจะเก่าโบราณมาแต่ไหน ไม่สน กรูเอารถมาไถกลบเลย แล้วสร้างตึกหน้าตาเหมือน ๆ กันให้หมด ทุกเมืองมีห้าง ในห้างมี KFC, มีแมคโดนัลด์, หรือฟาสฟูดส์สัญชาติจีน ผุดกันขึ้นอย่างกัีบเชื้อราในร่มผ้าในหน้าฝน

ผ่านไปได้ห้าวัีน ฉันก็เครียดแดก เพราะนั่งรถไฟเป็นร้อยเป็นพันกิโล เมืองไหน เมืองไหน ก็หน้าตาเงี้ยะ! เหมือนกันยังกะ copy-paste ยิ่งเซ็ง ๆ อยู่ไม่ได้กลับไทย ต้องมาติดอยู่ในสภาวะแวดล้อมที่แสนน่าเบื่ออย่างแสนสาหัส

พาลให้เห็นทุกอย่างเป็นลบไปหมด ทั้งคนขาาาาากถุย!!, อาซิ้มที่ชอบเอาข้อศอกดันหลังเราเวลาเข้าแถว ดันอยู่นั่นน่ะ ดันจนอยากหันไปต่อยหน้า ดันไปด่าไปอีกตะหาก, อาเจ๊ที่ชอบแซงคิวตอนซื้อตั๋วรถไฟเ้หมือนเป็นเรื่องปรกติสามัญ ที่ใคร ๆ ก็ทำ, พวกสูบบุหรี่ไม่เลือกที่ (รถทัวร์ติดแอร์ มันก็สูบ ไอ้เวรเอ๊ย), อากาศที่ร้อนเหนอะหนะ บางวันปาเข้าไป 40 องศาเซลเซียส ออกไปเดินเที่ยวไหนก็ไม่ได้ จะเป็นลมตาย

ฯลฯ

Xian : Hot hot hot hot day

Xian : Hot hot hot hot day

แม้แต่เซี่ยงไฮ้ เมืองสุดอลังการ มหานครแห่งเอเชีย

ห้างหรูมีเป็นสิบ แต่ไม่มีห้างไหนมีที่ฝากกระเป๋า จะเข้าไปซื้อของในซูเปอร์ ยังต้องแบ้กเป้เดินไปเดินมา เป็นนัยยะว่า ถ้าเมิงต้องฝากของล่ะก็ ห้างนี้ก็ไม่ได้ทำไว้ให้เมิงเดิน

สตาบัคส์ กาแฟแก้วละ 200 กว่าบาท สาขาเยอะยิ่งกว่าเซเว่นในเมืองไทย

ยอมรับว่าอคติกับเมืองจีน และอาจจะไม่แฟร์ที่ตัดสินเมืองจีนยามที่เราไปเที่ยวเมื่อไม่อยู่ในอารมณ์อยากจะเที่ยวแล้ว ใจน่ะ กลับกรุงเทพฯไปนานแล้ว ทำไมกรูต้องมานั่งลุ้นอาหารในจาน ว่าจะมีหัวเป็ด ตีนไก่ ใส่มาเป็นอภินันทนาการ(โดยไม่ได้ขอ) อีกหรือเปล่า หรือ ทำไมชั้นต้องมานั่งสูดควันบุหรี่ของอาเจ็ก อาแปะ ที่รวมตัวกันมาสูบบุหรี่บนรถไฟตู้นอนใกล้ ๆ ที่นอนเราด้วย(วะ)

แต่ตอนนั้นก็คิดว่า เอาวะ เพื่อสุริยุปราคา ที่เกิดมายังไม่เคยเห็น

เห็นบางคนเค้าถึงกับตามดูทุกครั้งที่มี มันคงจะพิเศษมากมาย

ครั้งนี้ดันมาผ่านเมืองจีน ก็เอา มาดู จะได้เห็นกับตาเสียที

ผ่านไปสามอาทิตย์แห่งความทรมาน

วันที่เกิดสุริยุปราคาเต็มดวง ปรากฎการณ์ที่นาน น้่านนนนนน จะมีซะที
วันนั้น วันเดียวเท่านั้น

ฝนดันเทลงมาแบบไม่ลืมหูลืมตา

อย่าว่าแต่จะหวังว่าจะได้เห็นสุริยุปราคาเลย แม้แต่พระอาทิตย์อยู่ตรงไหน เรายังไม่รู้เลย!!
คุณเบิร์ตก็จิตตกอย่างแรง ย้ำ ว่า”อย่างแรง” หลังจากทะเลาะตบตีกันไปหลายยก ฉันจะหนีกลับเมืองไทยไปก่อนหน้าก็หลายหน ที่ทนอยู่มานี่ก็เพราะสุริยุปราคานี่แหละ

กลับไม่ได้เห็น

เหมือนที่ทนมาทุกอย่าง มันหมดเลย นี่เรามาทำบ้าอะไรที่นี่วะ

จะว่าไป ช่วงเวลาที่ดีื ๆ ในเมืองจีนมันก็มี
คนจีนที่ดีื ๆ ใจดีชนิดที่อยากจะขอบคุณเขาซักพันครั้ง ก็มีหลายคน

ชอบความสวยงามของปิงหลิงซื่อ ที่เค้าเรียกกันว่า กุ้ยหลินน้อย, รักเมืองเล็ก ๆ อย่างเซี่ยะเหอ ที่วัดทิเบตใหญ่เกือบครึ่งของเมือง, ชอบความจัดจ้านของอาหารเสฉวน, ชอบความอลังการและล้ำหน้าของเซี่ยงไฮ้, อึ้งและขนลุกไปกับวัฒนธรรมอารยธรรมโบราณ ตามเส้นทางสายไหม ที่ยังเหลือร่องรอยไว้มากอย่างน่าอัศจรรย์ใจ ใน เมือง ตุนหวง ..

แต่เสียดาย
ที่สิ่งที่ไม่ประทับใจ มันมากกว่าสิ่งที่ประทับใจ

โดยเฉพาะเรื่อง “ขากถุย” อันเลื่องลือ
รับไม่ได้ว่ะค่ะ

ได้ยินทีไรแล้วอยากจะอ้วก !!
ใครจะว่ากระแดะก็ช่าง
รับไม่ได้จริง ๆ

คงจะลาขาดอีกนาน สำหรับเมืองจีน จะให้ไปอีก คงเป็นเฉพาะเรื่องงาน ถ้าจำเป็นต้องไป ก็ไปได้ ไม่ถึงขั้นรังเกียจ
แต่จะให้ไปเองด้วยความสมัครใจ ขอเวลาอย่างน้อยอีกซักสิบปี..  เพื่อทำใจ..

เรื่องราวต่าง ๆ จะพยายามทยอยมาแปะละกันน่อ..

Tags: , ,

8 Responses to “ลาลับกับเมืองจีน”

  1. ฟอ - เฟิน Says:

    ว่าทำไมบล็อกร้างไปตั้งนาน..|ตอนนี้รู้แล้ว| กะรออ่านตอนที่พี่เขียนเกี่ยวกะเมืองจีนอยู่น่ะเนี้ย…พออ่านแล้วต้องทำใจไปอีกคนด้วย :( ) …พี่คงโชคร้ายไปหน่อย ดันเจอตอนที่เค้าเกิดเรื่อง
    ถือว่าเป็นแจ็คพลอต ก็แล้วกันน้า…

  2. ploynice Says:

    กลับบ้านสบายใจเฉิบ ๆ

  3. น้องชมเอง Says:

    โหว…โพสนี้แรงน่าดู…
    จะแว้บมาบอกว่าส่วนตัวชอบซินเจียงอย่างแรง
    ชอบชุมชนส่วนที่เป็นอุยกูร์กับกระแสวัฒนธรรมที่โคตรจะไม่จีน ที่ยังพยายามเข้มแข็งภายใต้การพยายามกลืนกลบอย่างหนักจากรัฐบาล
    เชื่อว่าพี่ไปเจอะเอาตอนจราจลอ่ะค่ะ เลยเซ็งสุดๆ
    อยากจะเชียร์ให้กลับไปสัมผัส Sunday market ของ Hotan หรือ Livestocl market ของคัชการ์ ไปจิบชากินโยเกิร์ตโฮมเมดใส่น้ำผึ้ง กินก๋วยเตี๋ยวอุยกูร์เส้นเหนียวนุ่ม
    แต่สงสัยจะเชียร์ไม่ขึ้น
    แหะ แหะ

  4. น้องชมเอง Says:

    แต่เข้าใจเรื่องความรู้สึกโดนตรวจพาสปอร์ทค่ะ
    เป็นประเทศที่พารานอยเรื่องซีเคียวริตี้อย่างหนัก
    เห็นด้วยอย่างรุนแรง
    ^^

  5. +Bee Says:

    พี่ก็คาดว่าอย่างนั้นล่ะนะน้องภู่

    คือพี่ไม่ค่อยสนใจวัฒนธรรมจีนอยู่แล้ว เป็นการส่วนตัว (ป่านนี้ยาย ทวด บรรพบุรุษฝั่งแม่พี่ คงนั่งด่าเป็นภาษาแต้จิ๋วอยู่บนสวรรค์แล้ว ไอ่หลานเนรคุณ ฮ่าๆๆ) เลยกะว่าจะไปลั้ลลัลลา ณ ซินเจียง เพราะดูแล้วคนละเรื่องกันเลย กับวัฒนธรรมจี๊น จีน ณ มณฑลอื่นๆ

    แต่ด่ามากก็เกรงว่าจะได้ จีนเตี๊ยะ เจี๊ยะตีง ซะก่อน เอาเป็นว่า อาจจะกลับไป แต่คงจะอีกนาน

    เป็นประเทศที่เที่ยวแล้วอึดอัดมาก ไม่มีอิสรภาพเลย

    นี่ขนาดเราแค่ไปเที่ยวนะ แล้วคนกลุ่มน้อยที่เค้า(ต้องจำใจ)อยู่ในจีน จะอึดอัดขนาดไหน

    ขนาดดาไลลามะ (ของจีน) รัฐบาลจีนยังเลือกเลย เค้าบอก ดาไลลามะของทิเบต ไม่ใช่ดาไลลามะ (อยากจะด่า “แล้วเมิงไปยุ่งไรกะเค้าวะนั่นน่ะ”) อ่าน china today หรืออะไรก็ตาม มีแต่คำชวนเชื่อในรัฐบาล ด่าชาติตะวันตก ล้างสมองคนจีนให้เชื่อว่าการยึดครองทิเบตเป็นเรื่องที่ทิเบตควรต้องขอบใจ เพราะไปสร้างความเจริญให้แท้ ๆ, เรียก องค์ดาไลลามะ ในแบบที่เหยียดหยามดูหมิ่น

    พี่รับมิค่อยจะได้

    และน้องไปช่วงหน้าหนาว คงบรรยากาศแตกต่างกะพี่ลิบลับ อากาศร้อน ไม่เหมาะกับการเที่ยวเมืองจีนอย่างแรง ใครจะไปเมืองจีนน่าร้อน ช่วยบอกด้วยว่า “อย่าไป”

    สงสัย พี่คงจะถูกกะคนอินเดียมากกว่า ไม่รู้เป็นเพราะอะเริย..

  6. Lynn Says:

    P’Bee, i was thinking about to go travel around in china but after read your blog might have to change my mind.. but now you back in BKK that’s the best.. and i’ll be there on wednesday.. home sweet home..

  7. นก Says:

    คุณบี เห็นด้วยว่าเมืองจีนนี่สุดยอดเลย เป็นประเทศที่ไปเที่ยวแล้วไม่ชอบอย่างมาก คนเยอะ ขากถุย แซงคิว อาหารก็น่ากลัวสุดยอดห้องน้ำ อ้อ มลพิษเยอะมากๆด้วย เคยนั่งรถไฟไปทิเบต ตามทางไกลไปถึงซินเกียงก็ยังมีโรงถ่านหินพ่นควันโขมง สรุปไม่ชอบเหมือนกันจ้า

  8. LJ Says:

    ตามมาอ่านเรื่องวีซ่าเพราะจะไปเที่ยวออสเตรียสิงหานี้ อ่านเจอเมืองจีนนี่ขอแจม เพราะนอกจากทำอาชีพเดียวกัน เชื้อสายจีนเหมือนกัน แล้วยังเกลียดขากถุยและพ่นควันเหมือนกันด้วย ไปเมืองจีนหลายรอบ เรื่องงานซะส่วนใหญ่ เจอแต่พวกพ่นควันใส่่ตลอดเวลา ทั้งในลิฟท์ ร้านอาหาร เดินถนน ล็อบบี้โรงแรม สถานที่ราชการ วันสุดท้ายสติแตก มีห้องสูบบุหรี่ในแอร์พอร์ต มันเข้าไปยัดกัน 8 คน สูบในนั้นแต่เปิดประตูไว้ ควันก็เหม็นออกมา ทนไม่ได้ เดินไปปิดแม่งเลย ฝรั่งที่นั่งอยู่บ้านนึงตบมือให้ 555 อยากทราบว่าถ้ามันออกมาตื้บเรา พวกนี้จะช่วยมะเนี่ย …แถมเคยโดนขากถุยใส่เท้าแต่ชักหลบได้ด้วยความไวแสง ไม่งั้นนะ สยองสุดๆ …อันที่จริงธรรมชาติเขาสวย แต่รับไม่ค่อยได้กับคนเท่าไหร่ เซ็งทุกทีที่ต้องไป

Leave a Reply