+ คริสเตียน เลนาร์ดส์..

ผ่านไปแล้วหนึ่งอาทิตย์ครึ่ง กับการกลับมาทำงานที่บริษัท
คอมพิวเตอร์ยังเหมือนเดิม ไฟล์งานยังซ้อนสุมกันเป็นพะเนินเหมือนเดิม
งานที่ยังไม่ปิดจ๊อบ ก็ยังแปะอยู่บนผนังเหมือนเดิม
โต๊ะฉันยังอยู่ที่เดิม ออฟฟิศเจ้านายเรา, คริสเตียน เลนาร์ดส์ ,ก็ยังเป็นห้องเดิม..
ที่ไม่เหมือนเดิม คือคริสเตียนไม่ได้นั่งอยู่ในนั้น
และเราจะไม่ได้เห็นคริสเตียนมานั่งในนั้นอีกแล้ว..
กรอบรูปที่มีรูปถ่ายขาวดำของไดแอน ภรรยาของคริสเตียน ก็ถูกนำออกไป
(ไดแอนเป็นคนเอาออกเอง) เหลือไว้แต่กรอบรูปที่มีรูปลูกสาวทั้งสองคนของทั้งคู่ตั้งอยู่ที่เดิม
เคียร่า เก้าขวบ กับอเล็กซานดร้า ห้าขวบ
โดยเฉพาะเคียร่า หน้าตาเหมือนคริสเตียนอย่างกับแกะ
ทั้งคู่ผมสีทอง ตาสีฟ้าเหมือนคริสเตียน
ที่ออฟฟิศเราคุยกัน พยายามไม่ให้กลับไปเศร้าอีก
เพราะนี่ก็เกือบสองเดือนแล้วที่คริสเตียนจากไป
บนผนังที่เราใช้แปะงานสเก็ตช์ ตอนนี้มีเพิ่มมาคือรูปคริสเตียนที่ปรินท์ออกมา เอามาปะไว้ข้าง ๆ งาน
ทุกคนต้องการกำลังใจ..
ฉันเพิ่งกลับมา ก็เลยยังรู้สึกแปลกมากมาย กับการทำงานที่ไม่มีเจ้านายคนเดิมมาคอยเดินวนเวียน ช่วยออกความเห็น หรือแม้กระทั่งกรีดร้องว่า “ทำไปได้ไงเนี่ย ห่วยแตก!” ซึ่งกรณีนี้มักจะตามมาด้วยเสียงหัวเราะว่า เออ มันห่วยจริงว่ะ..
วันแรกที่กลับมานั่งในออฟฟิศ โซฟีมานั่งคุย ถามว่าเรารู้แล้วใช่ไหมว่าทำไมคริสเตียนถึงไป
ฉันบอกว่า ไม่รู้หรอก แต่ถ้้าเล่าแล้วคุณไม่ปี่แตกน้ำตาไหล ก็ฟังได้ แต่ถ้าไม่ไหว ฉันก็ไม่จำเป็นต้องรู้
โซฟีบอกว่าคืนที่คริสเตียนขับรถกลับจากเยอรมนี คืนนั้นก็เพิ่งคุยกันก่อนคริสเตียนออกจากโรงแรม เค้ายังบ่นๆ ว่าอีเมล์ส่งไม่ไปเลย เซ็งจริงๆ
คืนนั้นระหว่างขับรถกลับเบลเยี่ยม มาถึงเมืองอาเค่น ใกล้ถึงชายแดนเบลเยี่ยมอยู่แล้ว ฝนตกหนักมาก ๆ จนในที่สุดถนนมีน้ำนองสามเซ็นติเมตร
ขนาดรถสปอร์ตปอร์เช่ คันที่คริสเตียนเคยพาพวกเราไปนั่งซิ่งกันมาแล้วทุกคน ยังเอาไม่อยู่ รถเสียหลัก คริสเตียนคงบังคับมันไม่ได้จริง ๆ ฉันรู้แค่ว่าคริสเตียน ไม่ทรมาน คือไปเลย ไม่มีการหามส่งโรงพยาบาล
จากนั้นฉันไม่ได้ฟังต่อ พอดีลูกค้าโทรเข้ามา โซฟีเลยต้องไปรับงาน
แล้วฉันก็ไม่ได้อยากรู้มากไปกว่านั้นหรอก
เมื่อวานคุยกับอันเดรอัส..
อันเดรอัสคือเพื่อนเก่าแก่ของคริสเตียน คบกันมาร่วม 20 ปี เป็นชาวเยอรมัน
ทั้งคู่มีความสนใจใกล้เคียงกัน แถมเรียนออกแบบยานยนต์มาเหมือนกันอีก
อันเดรอัสเป็นดีไซเนอร์ออกแบบรถยนต์อยู่หลายปี ช่วงเดียวกับคริสเตียนเริ่มออกแบบรถยนต์เหมือนกัน ทั้งคู่รู้จักกันผ่านเพื่อนของไดแอน
แต่อันเดรอัสหันไปทำงานด้านการเงินเมื่อซักสิบปีมาแล้วเค้าบอกว่าทำงานเป็นดีไซเนอร์ออกแบบรถยนต์ พอทำไป ๆ ก็กลายเป็นเมเนเจอร์ ผมไม่ชอบ”จัดการ” แต่ชอบออกแบบเฉยๆ
แต่ทั้งคู่ก็ยัง คบหาเป็นเพื่อนสนิทกันมาเรื่อย หากได้คุยกันคงไม่พ้นเรื่องรถยนต์
อันเดรอัสบอกว่า เค้าก็ไม่รู้ว่าคริสเตียน “ไป” ยังไง
และถ้ารู้แล้วมันก็ไม่ได้เปลี่ยนความจริงที่ว่าคริสเตียน จากเราไปแล้ว เค้าไม่อยากรู้ว่าสภาพรถเละยังไง
เราก็คุยกันฮา ๆ ไปเรื่อยเกี่ยวกับคริสเตียน
ฉันก็เลยเปรย ๆ กับอันเดรอัสว่า “พวกเราคิดถึงคริสเตียนมากจริงๆ คุณรู้มั้ย”
อันเดรอัสก็บอกว่าเค้ารู้ และเค้าบอกว่า เค้าก็คิดถึงคริสเตียนเหมือนกัน แต่เราต้องทำใจและ “move on” กันต่อไปให้ได้
“วัน สองวันแรกที่ผมเข้ามาในออฟฟิศ ผมรู้สึกจริง ๆ ว่าคริสเตียนยังอยู่ที่นี่ บางทีเหมือนเค้าเดินไป ๆ มา ๆ อยู่ตามมุม ๆห้อง”
อันเดรอัสไม่เคยเข้ามาออฟฟิศนี้ (เพราะเป็นออฟฟิศใหม่) แล้วบอกแบบนี้ เราก็งงว่าเออ คริสเตียนชอบเดินมุม ๆ ห้องจริง เพราะได้เห็นว่าใครทำอะไรอยู่ ฟังแล้วก็มีขนลุก
ทุกคนมักจะเอาเรื่องขำ ๆของคริสเตียนมาคุยกัน เพื่อบำบัดความเศร้าและบรรยากาศเศร้าหมองในออฟฟิศ แต่กับ “เซ็บฯ” ที่กลัวผีขึ้นสมอง เซ็บบอกว่า เค้ารักและนับถือคริสเตียนมาก แต่ถ้าให้เจอ ขอผ่านละกัน
“คืนก่อน .. บี” เซ็บฯบิ๊ว ระหว่างเรารอกาแฟกันในห้องครัว
“ผมฝันว่าทำของหล่นใต้เตียงเว้ย”
“แล้ว?..”
“ผมเลยก้มลงไปหาของใชป่ะ”
“อาฮะ”
“แล้ว ..บี!!”
“อาไร้!”
“ผมเจอคริสเตียนอยู่ใต้เตียง!”
“เย๊ย!”
“เอ๊อ!!!”
“แล้วคริสเตียนไปทำไรที่นั่นล่ะ”
“ไม่รู้เรอะ!! แต่คริสเตียนพูดว่า -ไม่ต้องห่วง ทุกอย่างจะโอเค-..”
“โอ.. ” ฉันถือถ้วยกาแฟค้าง
“แล้วนี่อีกเว้ย บี!!”
“อะไรอีกล่ะ!”
“ผมฝันอีก”
“กรรม..”
“ผมฝันว่ากำลังชงกาแฟอยู่ในครัวนี่แหละ”
“แล้วไง”
“พอหันไป เจอคริสเตียนอยู่หลังประตู!!”
“เฮ่ยยยยยยยยย”
“แล้วคริสเตียนก็ดูงง ๆ แล้วพูดว่า – มีคนบอกว่าฉันตายแล้วล่ะ-”
“แหง่ะ”
“ผมก็เลยบอกว่า -คริสเตียน เอ่อ คุณตายแล้วจริง ๆนะครับ-เค้าก็บอกว่า อ้าว งั้นรึ..”
“แล้วไงต่อ”
“แล้วเค้าก็เดินลอย ๆ หายไปในออฟฟิศอ่ะ”
“กรรม..”
ฉันไม่กลัวนะ กับเรื่องนี้ แต่ถ้าจะมาก็ขอให้ให้สัญญาณกันหน่อย อย่ามาแบบซาวด์เอฟเฟค “แท้น!!”
แต่เซ็บฯนี่ไม่เอาเลย ถ้ามาถึงออฟฟิศคนแรก เวลาเปิดไฟต้องพูดก่อนเลยว่า “คริสเตียน ไม่เล่นนะครับ ถ้าจะมาให้เห็นก็ขอให้ดูก่อนว่าเป็น บี นะครับ” (เอ๊า!?)
“ไม่แน่นะเซ็บฯ ถ้าคุณไปเปิดคอมพ์คุณใช่ปะ แล้วบนเดสก์ทอป มีไฟล์ปริศนา กองกันจนรกหน้าจอ คุณรู้ใช่ไหม ว่าใคร? 55555″ โซฟีที่เพิ่งเดินเข้ามาก็พลอยขำไปด้วย เพราะนั่นคือคริสเตียนเต็ม ๆ เลย ชอบมาใช้คอมลูกน้อง เซฟนู่นนี่นั่นจนหน้าจอรกไปหมด แล้วก็หายตัวไปปล่อยให้เจ้าของเครื่องเดินมาเจอแล้วต้องกรี๊ดว่า “ใครวะ!!”
“แต่ผมคิดว่านะ..” เซ็บฯยังมิวาย..
“ผมคิดว่าคริสเตียนอยู่บนสวรรค์ ป่านนี้คงแฮงค์เอาท์อยู่กับพวกนักแข่งรถพวกนั้น” (หมายถึงพวกที่เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้แล้ว)
ฉันกับโซฟีก็พลอยขำไปด้วย คือมันเป็นอารมณ์ที่เวลาเรานึกถึงใครที่เราสนิท แล้วเค้ามีวีรกรรมห่าม ๆ ตลก ๆ คิดถึงทีไรก็ขำ คือขำปนเศร้า เวลานึกถึงเรื่องที่ผ่านมามันก็เป็นความรู้สึกดี ๆ ที่ทำให้ยิ้มได้ถึงแม้ว่าข้างในจะเศร้ากันสุด ๆ โดยเฉพาะโซฟี ที่ทำงานกับคริสเตียนมาเป็นสิบปี พอพูดถึงบางเรื่อง โซฟีก็น้ำตารื้นทุกครั้ง
อย่างเมื่อสองวันก่อน มีบริษัทที่ทำงานด้วยกันกับบริษัทเรา คนนึงในนั้นคือ “กี” (สะกด “จี ยู วาย” อ่ะนะ อ่านว่า “กี” เออ ก็แปลกดี) คุณกี เนี่ยมีชื่อเสียงในเรื่องเป็นคนเสียงดัง และโวยวายในมีทติ้งบ่อยมากกกกก ซักหลายปีก่อน โซฟีเอางานไปส่งที่ออฟฟิศคุณกี แล้วอยู่ในประชุมด้วย คุณกีโมโหอะไรก็ไม่ทราบได้ ตะโกนใส่หน้าโซฟีซะลั่นออฟฟิศ
โซฟีกลับมาถึงออฟฟิศเรา นั่งร้องไห้ขี้มูกโป่ง (เกิดมาไม่เคยเจอใครด่าขนาดนั้น แล้วผิดอะไรยังไม่รู้เลย) คริสเตียนกลับมาเห็นเลยถามว่า เป็นไรเนี่ย ร้องไห้ทำไม โซฟีเลยเล่าให้ฟัง
เท่านั้นแหละ คริสเตียนบึ่งรถไปที่ออฟฟิศคุณกี พอเจอหน้าก็ซัดเลยว่า
“คุณฟังนะ ไม่มีใครมาตะโกนใส่ลูกน้องผมแบบนี้!!!” คุณกีก็งงแดก! แถมหน้าแหกด้วย แต่จากนั้นมาไม่เคยตะโกนใส่โซฟีอีกเลย
พูดถึงตรงนี้โซฟีก็เริ่มน้ำตาจะไหลอีก
แต่คริสเตียนเป็นเจ้านายแบบนี้จริง ๆ คือจะด่าก็ด่าเลย แต่จะไม่ยอมให้คนอื่นมาด่าลูกน้องตัวเอง ถ้าจะมีอะไรให้ต้องโดนด่า คริสเตียนจะเป็นคนออกหน้าแทนก่อนตลอด
แม้แต่เรื่องวีซ่าเข้าอังกฤษที่ฉันยังเข้าไม่ได้ เพราะไม่ได้ถือพาสสปอร์ตเบลเยี่ยยม คริสเตียนก็บอกว่า “จะไปเมื่อไหร่บอก จะส่งให้ไปคุยกับลูกค้าที่ลอนดอน ใครมันมีปัญหา ไม่ออกวีซ่าให้ ให้มันโทรมาคุยกะผมนี่”
คริสเตียนเป็นเจ้านายแบบนี้…
อาทิตย์ที่ผ่านมา ฉันวิ่งจนหัวหมุน โซฟีก็ไม่อยู่ ไปฝรั่งเศส กว่าจะกลับก็โน่น สิ้นเดือน
ส่วนเซ็บฯก็ไปอังกฤษ ไดแอนก็ยังเข้าออฟฟิศไม่ค่อยได้ เพราะต้องจัดการเรื่องมรดก วุ่นวายอยู่กับทนายความ เอกสาร ฯลฯ
ฉันทั้งรับโทรศัพท์ ประชุมกับลูกค้า (คุยเห็นหน้ายังไม่ค่อยจะรอด แล้วนี่ต้องฟังทางโทรศัพท์ อยากจะบ้าตาย) ออกแบบงานตัวเอง ออกแบบงานของเซ็บฯ (แถมมีต้องเข้ามาแก้งานวันเสาร์ด้วย ก็คุณกี เจ้าเดิมนี่แหละ) ออกแบบงานอื่น ๆ ที่มีเส้นตายอาทิตย์หน้าถึงสามงาน!
ดีนะที่คุณอันเดรอัสเข้ามาอยู่ด้วยที่ออฟฟิศ ทำให้รู้สึกว่า เออ เราไม่ได้ตัวคนเดียว
ลืมเล่าไปว่า พอรู้ข่าวว่าคริสเตียนเสีย อันเดรอัสก็ช๊อคมาก คือทุกคนช๊อคหมด
ที่สำคัญคือเพื่อนคนหนึ่งของคริสเตียน ที่ให้งานของโตโยต้าชิ้นนี้แหละ ที่ทำให้คริสเตียนต้องขับรถเทียวไปเทียวมาระหว่างเบลเยี่ยม กับ เยอรมนี จนเกิดเหตุ เค้าเศร้ามากและรู้สึกผิดมาก ๆ
โซฟีเล่าให้ฟังว่าถึงขนาดร้องไห้อย่างหนักในอ้อมแขนไดแอนในงานศพคริสเตียน พลางพูดซ้ำไปซ้ำมาว่า “ผมไม่น่าให้งานนี้เค้าเลย”
ส่วนอันเดรอัส หลังงานศพของคริสเตียน ก็เข้ามาช่วยเราดูแลโปรเจ็คท์ คุยกับลูกค้าบ้าง ไปจนถึงช่วยเราออกแบบนั่นนี่ แล้วมาช่วยเฉย ๆ ด้วยนะ ไม่เอาค่าจ้างใด ๆ ทั้งสิ้น ถึงขนาดทิ้งบริษัทตัวเองในมิวนิคไว้กับลูกน้อง แล้วมานั่งช่วยพวกเราที่ออฟฟิศที่บรัสเซลส์ทุกวัน
คิดดูว่าคริสเตียนเป็นคนดีขนาดไหน…
Tags: ชีวิตในเบลเยี่ยม, ออฟฟิศ

August 23rd, 2009 at 8:46 pm
อ่านไปแล้วอยากจะร้องไปด้วยล่ะ ไม่รู้หรอกว่าเค้าเป็นคนดีแค่ไหน แต่เค้าเป็นคงคนที่น่ารักมากแหละ….
ปล.ความรู้สึกดีดีจะอยู่กะเราไปนานนาน
August 23rd, 2009 at 9:01 pm
เพิ่งจะ Comment คุณบี ครั้งแรก ครั้งแรกจริงๆ ตั้งแต่ติดตาม
มาจะเป็นปีแล้ว ตอนแรกที่อ่านเข้าใจว่า เค้าประสบอุบัติเหตุ
และอาการปลอดภัย จนมาถึงตอนนี้ก็รู้ว่า เค้าจากไปแล้ว
วิติดตามเรื่องทุกเรื่องที่คุณบีเขียน จนรู้จักคนที่คุณพูดถึง
คุณบีเขียนได้เข้าถึงและใกล้ชิด กับทุกๆ คน
ก็ขอแสดงความเสียใจกับเจ้านายคุณบีด้วยนะคะ
วิรันต์ ( แฟนเพลงบ้านนอก ) อิอิ
August 25th, 2009 at 6:24 am
ทำไมคริสเตียน น่ารักอย่างนี้
September 11th, 2009 at 2:05 am
ไม่ได้เข้ามาเยี่ยมพี่ผึ้งตั้งแต่กลับมาจากเบลเยี่ยมเดือนที่แล้ว (หวังว่ายังจำกันได้นะคะ) ก็มัวยุ่งอยู่กับงาน เพราะกำลังพยายามเคลียร์ทุกอย่างให้เสร็จก่อนสิ้นเดือนนี้
พอดีวันนี้เข้ามาค้นข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่าแต่งงานที่นู่น แต่พออ่านเรื่องคริสเตียนก็เลยตอ้งชะงักแล้วก็หยุดเช็ดน้ำตาอยู่พักใหญ่
ทำไมคนดีๆต้องมาจากเราไปเร็วซะเหลือเกิน ส่วนคนที่ทำไม่ดีกลับลอยหน้าลอยตาอยู่ได้
September 11th, 2009 at 4:34 am
นั่นสิ…
September 15th, 2009 at 5:10 am
เข้ามาอ่านเว็บฯของคุณบีตั้งแต่เมื่อ 4-5 เดือนที่แล้ว ที่แพลนว่าจะไปเที่ยวเบลเยี่ยม เลยมาหาข้อมูลเรื่องการยื่นเอกสารขอวีซ่า
นอกจะได้ข้อมูลเรื่องการขอวีซ่าแล้ว ยังเลยเถิดไปอ่านเรื่องอื่นๆด้วย ทำให้เหมือนกับรู้จักคนอื่นๆที่คุณบีเล่าให้ฟังด้วยตัวเองไปด้วยซะงั้น พอได้มาอ่านเรื่องของคริสเตียนคราวนี้เลยรู้สึกเหมือนว่าได้สูญเสียคนที่รู้จักไปด้วย (จริงๆอ่านมาได้สัก 2 อาทิตย์แล้วแต่ไม่ได้ทิ้งคอมเม้นต์ไว้) สงสารครอบครัวของคริสเตียนที่อยู่ข้างหลัง ได้แต่หวังว่าภรรยาของเค้าจะเข้มแข็งและดูแลลูกๆอันเป็นที่รักได้ราวกับไม่ได้ขาดหัวหน้าครอบครัว
ขอบคุณสำหรับเว็บดีๆ ที่ได้ทั้งข้อมูลที่มีประโยชน์ ทั้งเรื่องราวความผูกพันต่างๆ บางทีอ่านไปยิ้มไปเพราะสนุก บางทีทำเอาน้ำตาซึมเอาเหมือนกันนะคะ (อย่างตอนนี้)
ขอบคุณค่ะ
September 24th, 2009 at 9:16 pm
พานู่ไปเที่ยวด้วยคนได้ไหมเนี่ย อยากไปเมืองนอกมั่งจัง >.<
November 10th, 2009 at 9:27 pm
เมื่อวานเพิ่ง google เจอเวปของพี่บีหลังจากมีไม่ได้อ่านมานาน เมื่อวานอ่านตั้งแต่สองทุ่มถึงห้าทุ่ม วันนี้มาอ่านต่อ ยิ่งอ่านยิ่งเศร้าอ่ะ เพราะเคยอ่านตั้งแต่พี่บีรู้จักคุณคริสเตียนวันแรกที่ทำงาน
“ไม่ชอบการลาจาก… โดยเฉพาะกับคนที่เราชอบ, รัก และเคารพ… โดยเฉพาะการลาจากที่ไม่สามารถกลับมาเจอกันอีก… โดยเฉพาะการจากไปอย่าไม่ทันได้เตรียมตัวเตรียมใจ”
รัก, แม้ไม่เคยเจอกันหรือรู้จักกันเป็นการส่วนตัวครับ
นพ
(ปล. รักแบบมิตรรักแฟนบล๊อกนะ!!)