ต้นไม้หน้าออฟฟิศ  ใบเริ่มเหลืองๆ แล้ว ไม่รู้ว่ามันจะเข้าฤดูใบไม้ผลิหรือว่ามันป่วยกันแน่

เพิ่งรู้ว่ามันคือต้นวอลนัท (แถวบ้านเรียก “เกาลัด”)
ดีใจอยู่ได้ครึ่งวันว่าจะเก็บไปใส่ไมโครเวฟกินให้เปรมเลย
แฟนบอกว่า ไปเก็บมาทำไมเนี่ย นี่มันวอลนัทป่า มันกินไม่ได้(โว้ย)

ต้องเป็นวอลนัทบ้าน  สังเกตุว่าปลายหัวมันจะแหลมๆ ถ้าทั้งลูกกลม ๆ ไปหมดนี่ กินบ่ได้

เศร้าว่ะ…

เดี๋ยวรอให้ต้นแถวบ้านมันเริ่มร่วงก่อน จะปั่นจักรยานหนีบตะกร้าไปเก็บให้สะใจเลย

ออฟฟิศ

วันนี้ทั้งออฟฟิศ นั่งมันคนเดียวเลย
เพราะน้องแม๊กซ์วันนี้ทำงานอยู่ที่บ้าน
โซฟีออกไปประชุมกับไดแอน
เซ็บฯ ลาพักร้อนสองอาทิตย์

ซาวิเย่ร์ ถูกให้ออกไปแล้ว (โคตรดีใจกันอย่างออกนอกหน้าเลย)

พูดถึงซาวิเย่ร์แล้วไม่รู้ว่ามันทำงานอยู่นี่มาได้ไงตั้งน้าน นาน
เพราะงานมันไม่เคยได้ทำให้เสร็จเลย ได้แต่แถไปเรื่อย
มันคงคิดว่ายังไงมีมันทำได้คนเดียว ทำงานมั่งไม่ทำมั่งคงไม่เป็นไร
พอคริสเตียนไม่อยู่แล้ว บริษัทเลยได้ฤกษ์ ให้มันออกซะที ในที่สุด
ที่ฮาคือมันไปทำออฟฟิศที่เพื่อนเก่า(คนเบลเยี่ยมเหมือนกัน)ของฉันเป็นหนึ่งในหุ้นใหญ่

โลกแคบสุดๆ วงการนี้..

นั่งทำงานไปทั้งวัน กะว่าโซฟีกับไดแอนคงกลับมาประมาณบ่ายโมงครึ่ง
ก็รอไปดิ เมื่อไหร่จะมาว้าาาา ฝากซื้ออาหารกลางวันไปด้วยอ่ะ
ออฟฟิศกันดารมาก เป็นย่านสถานฑูต (ประมาณถนนสาทร แต่เงียบกว่าร้อยเท่า)
ประทานโทษ ไม่มีอะไรขายเลย  ถ้าจะออกไปซื้ออะไรกินต้องเดินออกไปขึ้นรถราง
นั่งไปลงสต๊อกเกล ที่ห่างไปประมาณ  3 ป้ายรถเมล์

สรุปวันนี้กว่าอาหารกลางวันจะมา

บ่ายสามโมงสี่สิบห้านาทีครับพี่น้อง…
คราวหน้าตูเอาข้าวมาแช่แข็งไว้ที่ทำงานดีกว่า ไม่อยากไว้ใจ
ดีนะไปคุ้ยเจอคุกกี้ในครัว เลยเอามาแทะประทังชีวิตไปได้
ไม่งั้นคงหิวเป็นลมตายไปแล้ววันนี้

- – - – - – - – - — – - – — – - – — – - – — – - – — – - – — – - – -

Leuven

Leuven เริ่มคนหนาแน่นแล้ว เพราะเปิดเทอม
รถเมล์ตอนเช้า ๆ นี่ีมียืน (หลังจากที่นั่งมันคนเดียวโล่งทั้งคันมานาน)
แต่มันก็ยืนแป๊บเดียวอะนะ ไปต่ออีกสายก็นั่งสบายเหมือนเดิมเลยไม่รู้จะบ่นอะไร

สองสามอาทิตย์ก่อนมีตลาดของเก่าหน้าสถานีรถไฟด้วย
มีแต่คนแก่ ๆ ออกมาปาร์ตี้กัน เฮ้ยไม่ช่ายยย เค้าออกมานั่งกินเบียร์ สูบซิการ์ กันตามคาเฟ่
(เหมือนบ้านเราคงไปนั่งร้านน้ำชาปาท่องโก๋)

ไม่ได้ไปซื้ออะไรกะเค้าหรอก พอดีพลาดรถเมล์ไปทำงาน เลยหาเรื่องเดินเล่น เข้าออฟฟิศสายซะงั้น..

ตามมาด้วยงานวัด Kermis ที่มาทุกเดือนกันยายน
มีพวกยิงปืนล่ารางวัล ปาเป้า ไรงี้อ่ะนะ ก็เหมือนกันทุกปีแหละ เรื่องของเรื่องคือจะไปกินไอ้นีอ่ะ จำชื่อไม่ได้
มันเป็นแป้งทอดโรยน้ำตาลไอซิ่ง เรากินกันปีละครั้งเท่านั้นแหละ คุณเบิร์ตเค้าชอบนักหนา ขนาดขับรถออกไปที่งานเพื่อไปกินไอ้เนี่ย แล้วก็ขับรถกลับ ลงทุนมากมาย

ตามมาอีกด้วยอาหารเฟลมมิช (น่าจะเป็นดัชท์มากกว่า) เป็นเทศกาลเป็นล่ำเป็นสันของเบลเยี่ยม (พอ ๆ กับเนเธอร์แลนด์)คือ มุสเซลเล่น หรือหอยแมงภู่อบซอส กินกับเฟรนช์ฟรายส์ ตามร้านอาหารส่วนมากจะขึ้นป้ายกันอลังการมากเวลาเค้ามีเมนูนี้ เพราะมันมาเป็นฤดู ไม่ได้มีตลอดปี ถ้าขยันหน่อยก็ทำกินเองที่บ้านได้ (กินตามร้าน หม้อละประมาณ 20 ยูโรเป็นอย่างต่ำ)

อันนี้คุณพ่อฝาชีเค้าเลยทำเองแล้วชวนเราไปกิน (เอาของกินมาล่ออีกแล้วอ่ะ ไม่แฟร์เลย)

รื้อบ้าน!

บ้านชั้นล่างถูกรื้อไปแล้วเรียบร้อย
ตอนนี้เลยมาสิงสถิตย์อยู่บ้านเพื่อนคุณเบิร์ต (จ่ายค่าเช่านะนั่นน่ะ)
แต่เค้าจัดบ้านให้ซะอย่างดี เราอยู่ชั้นสาม มีห้องน้ำในตัวเรียบร้อย
ส่วนเจ้าของบ้านระเห็จไปอยู่ห้องนอนเล็กชั้นสอง (บ้านเค้าใหญ่อ่ะ อยู่คนเดียวอีกต่างหาก
มันจะใหญ่ไปมั้ยอ่ะ?) ชั้นล่างเป็นห้องรับแขกกับครัวหรูโคตรๆ (แต่ไม่เคยทำกับข้าวเลย)
และหลังคาเปิดได้! เพื่อรับแดด

ราคาติดตั้ง ก็ไม่เท่าไหร่หรอก แค่หนึ่งล้านบาทถ้วน

ทุกวันนี้เห็นว่ารัดเข็มขัดสุด ๆ จะกินอะไรยังต้องเลือกที่ถูกที่สุดไว้ก่อน
มาคิดดูแล้ว มันคุ้มมั้ยวะเนี่ย…ได้หลังคาเปิดได้มา แล้วต้องมานั่งกินอะไรที่ไม่อยากกินเป็นปีๆ
ขนาดวันก่อนคุณแฟนซื้อพิซซ่าแช่แข็งมากิน เค้ายังกระแนะกระแหนเลยว่า
“เอ๊อ ไอ้คนมีตังค์” งง!!! ไรวะ พิซซ่า หกยูโรสี่สิบเซ็นต์นี่นะ

อาทิตย์หน้าบ้านน่าจะเสร็จแล้ว ตอนนี้เพิ่งปูพื้นในครัวเสร็จ
สั่งครัวไปใหม่ แต่กว่าจะมาส่งก็โน้นนนนน พฤศจิกาฯ
ทำใจกินอาหารไมโครเวฟไปละกัน…

คนที่มาทำบ้านเค้าบอกว่า บ้านนี่ไม่เคยได้ดูแลรักษาเลยสงสัยนานนับสิบๆปี
(เราเพิ่งซื้อมาได้ไม่ถึงสี่ปี) เพราะเค้ารื้อสายไฟออกมาเพื่อวางผังใหม่แล้วเห็นว่า
ข้างในมันพันกันยุ่งไปหมด เหมือนพยายามทำเองแล้วทำไม่เป็น (เจ้าของเก่าอ่ะ)
ที่ขนหัวลุกคือตรงฝ้าเพดานตรงสายไฟมันเริ่มมีรอยดำ ๆ เหมือนเกิดจากความร้อน

บ้านเกือบไฟไหม้แล้วอ่ะ

“นี่ถ้าเกิดลัดวงจรไฟใหม้ขึ้นมา แล้วบริษัทประกันมาเห็นว่าสายไฟเดินไว้แบบนี้นะ
เค้าไม่จ่ายค่าประกันให้แน่นอน” นั่นคือเฮียที่มาทำระบบไฟฟ้าบอกมาเมื่อวาน
คิดแล้วสยอง

อันนี้ถ่ายเมื่อวาน เค้ามาปะ ๆ ผนังคืนแล้วบางส่วน

เอารูปสภาพบ้านหลังการทุบวันแรกไปดู
เหมือนมีระเบิดเพิ่งมาลงยังไงยังงั้น