+ บ้าน บาน ๆ และ อาหารแช่แข็ง (รูปตรึม)
จ่ายเช็คกันเพลินเลยเดือนนี้ ไหนจะรื้อพื้น รื้อครัว ซื้อครัวใหม่ ซ่อมหลังคา ทาสีผนัง จ้างคนมาอุดปล่องเตาผิง (เพราะรื้อทิ้งไปแล้ว ไม่เก็บไว้ ถ้าไม่อุด เวลาฝนตก อาจจะได้เล่นน้ำกันในบ้านได้) ฯลฯ
ผนังบ้านสีแร่ดได้ใจมาก ครัวผนังสีแดง ห้องนั่งเล่นผนังสีม่วง! เน่! เป็นไงล่ะ ๆ ๆ เอาให้ตาบอดสีกันไปเลย (ทาฝั่งเดียวนะ ทาทุกผนังก็จะเกินไป) ไปให้ที่ร้านเค้าผสมสีให้ ซึ่งจริง ๆ มันก็ไม่ค่อยตรงกับสีตัวอย่างบนกระดาษเท่าไหร่หรอก (ก็กะไว้อยู่แล้ว)
..ยังไงก็ตาม โดยรวมแล้ว บ้านก็ยังดูเหมือนบ้านพักคนงานก่อสร้างแรงงานเถื่อนอยู่ พื้นไม้ก๊อกที่สั่งไปก็เพิ่งเอามาส่ง แต่ยังไม่ได้ปู ก็กองไว้อยู่ยังงั้นน่ะ (บ้านเคยเป็นพิื้นกระเบื้อง แต่ไม่ไหวละ ไม่ไหวจริง ๆ มันเย็นมาก หน้าหนาวนี่อยากตายมาก เลยต้องยอมเปลี่ยนเป็นพื้นไม้ก๊อกแทน อุ่นหน่อย)
ต้องซื้อของหลายอย่าง อันไหนทำเองได้ก็ทำเองประหยัดเงินหน่อย ปรกติเวลาคนที่นี่จะทำบ้านทำอะไร ก็ต้องไป Brico (เหมือน HomePro อ่ะ) แล้วอาทิตย์นี้มันมีโปรโมชั่น “อะไรก็ตามที่ยัดลงถุงได้ ลดกันไปเลย 20%!!”
คือเค้ามีถุงพลาสติก ไซส์ก็ปรกติที่เราซื้อของเข้าบ้านกันน่ะ
ส่วนใหญ่ของที่ Brico มันก็จะใหญ่ ๆ ประมาณแบบว่า มาซื้อกันทีก็ซื้อ ประตู, วงกบ, ผนัง, ชั้นวางของ ฯลฯ กันไปเลย ไอ้เราก็แบบ เฮ่ยยยยย ไม่ได้ละ อยากได้โคมไฟ (ลดราคาแล้วด้วยอีกตะหาก ปรกติมัน 20 ยูโรกว่า ๆ ลดมาเหลือ 19.90) ยอมได้ไง ยัดอีกล่องโคมไฟมันลงถุงไปจนได้ น้องที่แคชเชียร์ยังอึ้ง (คงจะแบบ ยัยนี่กล้ามาก ถุงปริเล็กน้อยอีกตะหาก) แต่ก็ยังลดให้อีก 20%
ภูมิใจโคตรๆ
แว้บไปดูสกู๊ตเตอร์มาหน่อยนึง น่ารักมั่ก ๆ อยากได้นะเนี่ย แต่ต้องคิดดู (ให้หนัก ๆ) ก่อน เพราะหน้าหนาวไม่รู้จะทนขี่มันไหวมั้ย

ครัวเราก็ทะเลาะกันไปหลายรอบ ไอ้เราก็อยากจะได้สีแรง ๆ เว่อร์ ๆ บ้า ๆ ไปเลย แต่คุณชายแกไม่เอาด้วย เราอยากได้เคาท์เตอร์ท๊อปเป็นไม้ เพราะมันดูอุ่นดี แต่คุณชายแกไม่เอา จะเอาแบบโมเดิร์น ๆ สารพัดจะหาเรื่องมาเถียงกัน สรุปมาลงที่สีสุดแสนธรรมดาอย่าง “คาเฟ่ลาเต้” กาแฟนม(เยอะๆ) แล้วอีพื้นมันสีอะไรยังจำไม่ได้เลยเนี่ย
ครัวว่าสั่งมาได้ก็ต้องไปนั่งกุมขมับกับอีน้องคนขาย ที่จบอะไรเกี่ยวกับงานอินทีเรีย ๆ ของหล่อนมานี่แหละ
ฉันอยากได้ลิ้นชักเยอะ ๆ เพราะจะได้เอาไว้เก็บเครื่องปรุง แล้วต้องเป็นแบบลึกหน่อยด้วย เพราะเรามีเครื่องแกง ขวดน้ำปลา นู่นนี่นั่น เลือก ๆ ไปก็เออ โอเค จับนู่นชนนี่ก็ออกมาได้ แต่นังหนูคนขายหล่อนไม่ยอม หล่อนบอกว่า “ลายเส้นลิ้นชักมันจะไม่ขนานกัน ไม่สวยค่ะพี๊! ไม่ได้ค๊า! ไม่ได้ ๆๆๆ ไม่ด้ายยยย!”
ก็กรูจะเอาอะ มีไรไหม
หล่อนก็เคืองไป เพราะคิดว่าตัวเองดีไซน์ระดับโลกแล้วลูกค้าไม่ฟัง (เอ๊าก็กรูไม่ชอบแบบที่เสนอมานี่หว่า จะให้ทำไงอ่ะ)
ครัวนี่เราไปดูหลายที่เหมือนกัน ตอนแรกว่าจะซื้อที่ IKEA แต่ยังไงก็ไม่รู้ ไม่ได้ซื้อ ดันมาได้ที่ Eggo (www.eggo.be)
แล้วสั่งนี่ก็กว่าจะมานะ เป็นเดือน ๆ เพราะเค้าต้องส่งขนาดไปทำที่ไหนไม่รู้ แล้วเราก็ต้องรอ และ รอ และ รอ และ รออออ…
อยู่ ๆ มานี่ไม่มีครัว เลยได้กินอาหารแช่แข็งจนเอียนเลย เอียนมากจริง ๆ รสชาติมันก็พอกินได้นะ แต่รู้สึกเลย อาทิตย์สองอาทิตย์นี่รู้สึกว่ากินอะไรที่ไม่ค่อยจะดีต่อสุขภาพ ก็นะ ผักก็ไม่สด เนื้อก็ไม่รู้ว่าผ่านสารกันบ่งกันบูดอะไรมาบ้างหรืออะไรยังไง ยังดีนะ ยังมีอาหารไทยแช่แข็งตามซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปด้วย ไม่งั้นเอียนได้อีก
บางวันก็เลยต้องระเห็จออกไปกินตามร้านอาหารที่แพงโพด แต่ก็ต้องจำใจ เพราะกินอาหารแช่แข็งทุกวันมิไหวจริง ๆ เอียนมากๆๆๆๆ
บางวันมีการแบบว่าตัดคูปองจากหนังสือพิมพ์ (จริง ๆ นะ) เอาไปลดราคาในร้านหรูที่ปรกติไม่เคยเยื้องกรายเข้าไปหรอก แต่นี่ลดกันแบบ เฮ่ย ต้องตัด ๆ ๆ ๆ เอามาเลยคูปอง เข้าไปร้านงี้อย่างไฮโซ เราเอาคูปองปะ เป้ง! ลงบนโต๊ะเลย น้องเอามาเลย 9 ยูโร 90 เซ็นต์ใช่ปะ จัดมา! (ปรกติมัน 15 ยูโรอ่ะ นี่ว่าจะไปหาตัดมาอีก เหอๆๆๆ)
ไปนี่ปั่นจักรยานไปด้วย ประทานโทด วันอาทิตย์นี่เมืองอย่างร้าง ไม่มีอะไรทำเลย (เรายังนั่งล้างเครื่องทำความร้อนที่บ้าน ฝุ่นกระจาย ปรกติก็ไม่ล้างมันเท่าไหร่หรอก แต่มันไม่มีไรทำ เลยล้างแก้เซ็ง) คนก็ไม่ค่อยออกไปไหนกัน จะออกก็ออกไปนั่งตามคาเฟ่ กับร้านอาหาร เท่านั้นจริง ๆ เราแวะเอาหนังสือไปหย่อนคืนห้องสมุด หนังสือหล่นดังปั้ก! ได้ยินกันทั้งถนน เพราะคนไม่มีเลยจริง ๆ ถนนเงียบมาก

ถ้าวันธรรมดาก็กินหรูได้หน่อย เพราะใช้บัตรเครดิต “บริษัท” คุณแฟนจ่าย จริง ๆ แล้วมันคือการมีบริษัทเองแล้วตั้งตัวเป็นฟรีแลนซ์ ไปทำงานให้บริษัทใหญ่กว่าแล้วก็เอาบริษัทเราเองส่งบิลไปเก็บ
แล้วไอ่เงินเดือนที่ได้ทุกเดือน ๆ เนี่ย ถ้ามันเกินจำนวนหนึ่ง ภาษีก็บาน เราเลยต้องหาเรื่องใช้เงินกันก่อนที่รัฐบาลจะมาเอาไปเป็นค่าภาษีหมดซะก่อน การกินอาหารนอกบ้านก็หนึ่งในนั้น เพราะมันคิดเป็น Business dinner ได้
อยู่เบลเยี่ยมนี่อะไร ๆ ก็เป็นภาษีหมด ไม่ภาษีก็ค่าปรับ นิด ๆ หน่อย ๆ ก็ปรับ อะไรไม่รุ..
เลยไปซัดอาหารญี่ปุ่นบุฟเฟ่ต์มาซะหนึ่ง เค้ากำหนดให้กินได้สองชั่วโมง สั่งอะไรก็ได้ ก็เหมือนเมืองไทยอ่ะนะ ตรงสวนลุมฯอ่ะ ชื่อไรจำไม่ได้ ร้านไม่หรูมาก แต่อาหารนี่อย่างไว หร่อยด้วย ไม่แพงด้วย แต่ที่นี่ ประทานโทด สั่งกว่าจะมา ไม่รู้ว่าเอาซูชิไปปั้นกันที่ตีนภูเขาไฟฟูจิหรืออย่างไรกัน นานมั่ก ๆ แต่ก็โอเคอ่ะ มันก็อร่อยดี
นี่ไม่ได้ทำกับข้าวนานมากกกกแล้วจริง ๆ ครั้งสุดท้ายที่ทำนี่คือตอนอยู่บ้านคุณลุค ทำพาสต้าผัดน้ำพริกเผา (เฮ้ย กินได้จริง ๆนะ ดูรูปประกอบ 555) ตอนนี้อาจจะลืมไปหมดแล้วเนี่ย กับข้ง กับข้าว
อยากกิน ฟูจิิ อ่ะ อยากกินมาก ๆ
งือออออออออ

November 6th, 2009 at 4:02 am
เห็นรูปแล้วน้ำลายไหล ต้องไปฟูจิแล้ว อิอิอิ อยู่กรุงเทพดีอย่างนี้นี่เอง อยากก็ได้กิน ไม่อยากอ้วนก็ได้อ้วน อิอิอิ
November 7th, 2009 at 7:39 am
โอ๋โอ๋ เอาฟูจิมาฝาก..(ฮ่า)
November 16th, 2009 at 11:11 pm
เขียนฮาได้ใจจริงๆคุณบี ขอบคุณมากค่ะ
November 17th, 2009 at 12:37 am
ผมแอบอยู่ตามหลืบ blog พี่มาซักพักนึงละครับ
รู้ตัวมั๊ยว่าพี่เป็น idol ที่ทำให้ผมอยากเขียนบล๊อค ฮ่า ๆๆ
อ่านแล้วเพลินดีครับ
มีความสุขมาก ๆ นะครับ
อ้อ ผมชื่อ วิก ครับ
November 22nd, 2009 at 7:16 am
หวัดดีค่าาา
ขอบคุณค่ะ
November 24th, 2009 at 7:19 pm
ตอนไปเที่ยวเบลเยี่ยม ไปเดินเล่นที่ IKEA มาเหมือนกันค่ะ ของเค้าน่ารักทุกชิ้นเลย อยากได้ตู้ๆของ IKEA มาก แต่แบกกลับมาไม่ไหวอ่ะ เสียดายๆๆ
September 12th, 2010 at 8:16 am
เพ่ค่ะหนูอ่านที่พี่โพสต์มาหนูไม่อยากไปเบลเยี่ยมเลยหนูกลัวเลย
September 12th, 2010 at 8:36 am
ขอแนะนำตัวเลยน่ะขระ หนูชื่อ โบ อายุ 21 ที่อยู่ สมุทรปราการโดยแท้
การศึกษา จบ กศน.ม.6 ทำงานหาเลี้ยงตัวเองและครอบครัวสู้ชีวิตนิดหน่อย ขี้กังวล ไม่มีความมั่นใจ เป็นเด็กบ้าน ๆ ๆ ธรรมดา ถ้าเพ่เมตตากรุณาช่วยให้คำปรึกษาหนูหน่อยน่ะขระ…………………………………….
หนูแต่งงานกับคนเบลเยี่ยมที่ประเทศไทยโดยรู้จักกันได้ 1-2 อาทิตย์
โดยเป็นลูกจ้างของญาติหนูอีกทีหนึ่งในไม่ช้านี้หนูต้องไปประเทศเขาโดยลำพังแต่ไม่น่ากลัวเท่าหนูไม่เป็นภาษาอารายคุยกับแฟนยังแทบไม่รู้เรื่อง
แค่อ่านเรื่องของพี่ทำให้หนูอยากหนีไปอยู่ไกลๆๆเลยหนูไม่อยากไปแล้วแต่หนูแต่งกับเขาไปแล้วแถมยังรู้จักกับญาติหนูอีกหนูไม่รู้จำทำอย่างไรดีจะก้าวต่อไปดีไหมหนูไม่อยากไปเป็นภาระเขาเลยทุกวันนี้ค่าใช้จ่ายค่าเดือนทางเขาส่งเงินออกให้หนูหมดถึงขนาดแฟนหนูเขายอมขายโน๊ตบุ๊คส่งเงินมาให้หนูค่าใช้จ่ายเรื่องเอกสารคือเขาออกให้หนูหมดเลยแต่หนูกังวลมากที่จะไปประเทศเบลเยี่ยมหนูพึ่ง 21 และไม่เป็นภาษาเลยหนูจะทำไงดีแฟนหนูเขาอยู่เมืองเดียวกับเพ่เลยด้วยเขาเป็นแค่ลูกจ้างธรรมดาทำงานเกี่ยวกับตู้ปลาทำงานเป็นชั่วโมงคือเขาไม่ได้มั่นคงอารายแค่เขาพอมีเงินมาขอหนูแต่งงานแค่นั้นเองหนูอยากรู้จักกับเพ่เพราะหนูไม่เคยต้องเจอเรื่องแบบนี้เลยหนูกังวลมากจริง ๆ ๆ ขระถ้าเพ่ว่างเขามาคุยกานบ้างน่ะขระนู๋มีเรื่องปรึกษาเพ่เยอะมากเกี่ยวกับการมีชีวิตอยู่ในเบลเยี่ยมหนูว่าอย่างไงหนูต้องไปที่ประเทศนั้นแน่ ๆ ๆ รบกวนขอ MSN เพ่ได้ไหมขระหนูจะทิ้งของหนูไว้แล้วกันน่ะขระ Thank_you23@hotmail.com อย่าลืมแอดมาน่ะขระเพ่คือความหวังเดียวของหนู ขอบคุณจากจัยจริงเลยน่ะขระ