+ วาจาพิฆาต สถานฑูตเบลเยี่ยม
Tuesday, March 25th, 2008NOTE : Blog นี้เขียนขึ้นเมื่อยามอารมณ์บูด ๆ ๆ ๆ ๆมาก ๆ อาจจะรุนแรงทำร้ายอารมณ์อยู่เล็กน้อย ขอให้ทำใจก่อนอ่าน และต้องขอพูดแทนเจ้าหน้าที่สถานฑูตเบลเยี่ยมคนนั้นด้วยว่าจริงๆ he ไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำอะไรนักหนา แต่ลองคิดดูแทนเขาว่าวัน ๆ เจอคนไม่รู้กี่คนถามคำถามเดียวกันซ้ำๆ ซาก ๆ บางคนก็ไม่ยอมไปหาข้อมูลมาเองก่อน กะว่าโทรมาถามอย่างเดียวจบ …
คุณขา วัน ๆ สถานฑูตมีคนติดต่อเป็นสิบเป็นร้อย ช่วยเหลือตัวเองกันก่อน ตรงไหนไม่เข้าใจจริง ๆ ค่อยถาม (ไม่ใช่แบบ “ฮะโหล คือ จะไปเยี่ยมแฟนที่เบลเยี่ยม ต้องใช้ไรมั่งอะคะ?” แล้ว expect ให้เค้ามานั่งจาระไน บอกคุณทีละข้อทางโทรศัพท์ พูดตรง ๆ นะ เป็นเราเราก็เซ็งอ่ะ พอเค้าเจอแบบนี้บ่อย ๆ ทุกวัน ๆ (กี่ปีมาแล้วล่ะ เราไปมา 3 รอบแล้วอ่ะเบลเยี่ยม ไปขอวีซ่ากี่รอบเค้าก็ยังทำงานอยู่ที่เดิม) พาลให้เค้าอารมณ์เสียไปกับทุกคนด้วย เพราะฉะนั้น ช่วย ๆ กันหน่อยนะคะ ทำการบ้านไปกันก่อน จะได้ไม่มีใครต้องมีอารมณ์เหวี่ยงกันให้เซ็งค่ะ / bee | 1 August 2008
…………………………………………………………………
ใครเคยโทรไปถามข้อมูลอะไรที่สถานฑูตเบลเยี่ยม คงคุ้นกับเสียงผู้ชายที่ฟังดูก็รู้ว่าไม่แมนนี้เป็นอย่างดี ไอ้เรื่องแมนไม่แมนไม่ใช่ประเด็น แต่กิตติศัพท์หล่อนนี้ระบือไกลไปถึงไหน ๆ อันเนื่องมาจากวาจาจิกกัด ฉะดะ ทุกคนที่โทรไปถามข้อมูลวีซ่า
วันไหนหล่อนอารมณ์ดีก็อาจจะตั้งใจฟังคุณได้หน่อย วันไหน she อารมณ์ไม่ดี คนที่โทรไป ถือว่าซวย ๆๆๆๆๆๆๆ
และวันนี้มันก็เป็นวันซวยของข้าพเจ้า
เช้านี้กะว่าต้องไปกองสัญชาติฯ ที่กรมการกงสุล กระทรวงต่างประเทศเพื่อเอาเอกสารไปรับรองซักที ได้ฤกษ์ หลังจากขี้เกียจมานาน (โห ก็บ้านอยู่ปิ่นเกล้า กงสุลอยู่ถนนแจ้งวัฒนะ!)
ขั้นแรกเอาไป 4 ชุดก่อน คือ ทะเบียนบ้าน, ใบรับรองสถานภาพโสด, สูติบัตร จริง ๆ ก็แค่นี้แหละ แต่ของฉันมันดันมีใบเปลี่ยนชื่อด้วยก็เลยเป็น 4 ชุด
อ่านดูในใบรายละเอียดที่สถานฑูตให้มา ขั้นตอนที่สองมันต้องใช้สำเนาหนังสือเดินทางด้วย (ตอนนี้ยังไม่ต้องใช้) แต่งงว่าทำไมพาสสปอร์ตต้องรับรองเอกสารด้วยหว่า ก็เลยโทรไปถามสถานฑูต เจอเจ้าหน้าที่คนเดิม (ที่ใคร ๆ ต่างไม่อยากเจอ)
“สวัสดีครับ”
“ค่ะ คือจะถามเรื่องการรับรองเอกสารโดยกระทรวงต่างประเทศหน่อยน่ะค่ะ”
“คุณไม่ต้องถามหรอก มาเลย”
“มาไหนคะ สถานฑูตเนี่ยนะ?”
“ใช่ มาเลย”
“จะไปทำไมละคะ ดิฉันอยู่ที่กระทรวงฯแล้วค่ะ ถึงดิฉันถ่อไปถึงที่นั่นก็ไม่ได้มีความแตกต่างอะไรอยู่ดี”
“แล้วคุณจะถามอะไรล่ะ!!” น้ำเสียงเริ่มไม่พอใจ
“คือดิฉันสงสัยว่า พาสสปอร์ตเนี่ยต้องทำการรับรองเอกสารด้วยเหรอคะ”
“รับรองอะไร คุณจะทำอะไรเนี่ย”
“ขอวีซ่าเพื่อไปแต่งงานค่ะ”
“ไม่ต้องซิ ก็มันเป็นภาษาอังกฤษอยู่แล้ว”
“อ๋อ อันไหนที่เป็นภาษาอังกฤษอยู่แล้ว ไม่ต้องรับรองเอกสารเหรอคะ”
“ไม่ใช่อันไหนที่เป็นภาษาอังกฤษ แต่อันนี้ไม่ต้อง”
“แต่เห็นบนใบรายละเอียดจากทางสถานฑูต เขียนว่าเอกสารทุกฉบับที่ออกโดยทางการไทย ต้องผ่านการรับรองจากกระทรวงต่างประเทศนี่คะ”
“งั้นก็ทำตามนั้นไปซิ!”
“เอ่า เมื่อกี๊คุณยังบอกไม่ต้องอยู่เลยนี่คะ ตกลงยังไงกันแน่คะ งงค่ะ”
“คุณ คุณจะโทรมาถามแบบนี้ไม่ได้นะ!! มาที่สถานฑูตเถอะน่ะ!!”
อะไรว๊ะ !!?!?!?! ไม่ให้ตูโทรถามสถานฑูตแล้วจะให้ตูโทรถามกระต่ายที่ไหนเนี้ยยยยยยยย นรกมาก ก็เราอ่านบนเว็บไซต์จนตาแทบปลิ้นแล้ว ไม่เห็นบอกว่าพาสสปอร์ตต้องรับรองเอกสาร แต่ใบรายละเอียดภาษาไทยที่สถานฑูตให้มา ดันบอกว่าต้องรับรอง (แต่ไม่ได้ระบุว่าเอกสารอะไรบ้าง หว่านแหเอาเเลย ว่าเอกสารไทยทุกฉบับ) แล้วจะไม่ให้ตูงงได้ไงวะ โทรไปถามก็โดนด่าอีก 
แล้วกว่าท่านจะมาคุยโทรศัพท์กับข้าพเจ้านะ ก็ให้รอโคตรนานเลย ประมาณว่าหันไปตะคอกกับฝรั่งอีกคนอยู่
“No Nederlands!! English!” (ชั้นไม่พูดภาษาดัชท์ย่ะ พูดแต่อังกฤษ)
เฮ้ย นี่มันสถานฑูตเบลเยี่ยมนะเว้ย ไม่เห็นหัวคนไทยก็เกรงใจเจ้าของประเทศเค้าหน่อยมั้ยล่ะนั่นน่ะ 
ตอนที่ฉันไปเอาแบบฟอร์มวีซ่าก้เหมือนกัน เจ๊ไม่พอใจอะไรก็ชอบปิดหน้าต่างเคาท์เตอร์ดังโครม! คนเค้าระอากันทั้งสถานฑูตแล้ว เสื่อมมาก ไม่รู้ทำไมถึงเลือกคนนี้มาทำ
หวังว่าเอกสารอื่นใด มันคงจะไม่มีปัญหาและให้มันเสร็จๆ ไปโดยเร็ว
ชั้นล่ะไม่อยากจะยุ่งกับเกย์วัยทองให้อารมณ์เสียเหมือนกัน ทนมาหลายทีแล้ว ให้ท่านโขกสับ ไม่รู้ไปเป็นหนี้บุญคุณอะไรคุณท่าน ถึงได้ปฎิบัติกับคนที่ไปติดต่อราวกับท่านเป็นพระเจ้า และคนอืื่นเป็นเห็บหมาได้ถึงปานนี้

ข้อมูลแถม : การรับรองเอกสารโดยกระทรวงต่างประเทศ
สำหรับคนที่จะเอาเอกสารไปรับรองที่ กองสัญชาติฯ กรมการกงสุล กระทรวงต่างประเทศ ง่าย ๆ เลย ก็เอาเอกสารตัวจริงที่จะรับรองไปด้วยนะ แล้วถ่ายสำเนาอย่างละใบ ไม่ต้องเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง เอาไปโล้น ๆ อย่างนั้นแหละ

ไปถึงก็รีบไปกดบัตรคิวรอไว้ก่อนเลย แล้วก็จะมีโต๊ะประชาสัมพันธ์ติดกับตู้กดบัตรคิวน่ะแหละนะ ให้พี่คนสวยและใจดีสองคนนี้ตรวจสอบเอกสารให้ซักรอบก่อน พร้อมรับแบบคำร้อง ซึ่งก็ง่าย ๆ แค่กรอกชื่อนามสกุล เลขบัตรประชาชน พร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชนไปกับแบบฟอร์มคำร้องด้วย ใครไม่ได้มาด้วยตนเองก็เอาใบมอบอำนาจให้คนอื่นมาทำให้ก็ได้
เสร็จแล้วก็ไปนั่งรอเรียกคิว

พอถึงคิวก็นยื่นแบบฟอร์ม + แนบสำเนาบัตรประชาชน และเอกสารตัวจริงและสำเนาอย่างละชุด ของเอกสารที่เราจะรับรองให้เจ้าหน้าเอาไปดู พอเค้าดูเสร็จก็จะคืนตัวจริงให้ และเก็บสำเนาไป
ชำระเงิน ค่ารับรองเอกสาร (แบบไม่ด่วน) ฉบับละ 200 บาท (โดนไป 4 ชุดก็ 800 บาท) ถ้าจะไม่มาเอาเอกสารเอง แต่ให้เจ้าหน้าทีส่งมาทางไปรษณีย์ก็แจ้งได้เลย เพิ่มเงินอีก 50 บาท เค้าก็จะให้ซองเอกสารมาจ่าหน้าถึงตัวเราเอง กรอกใบนำส่ง ems
รอใบเสร็จรับเงิน
กลับบ้านได้ ชะเอิงเอย
คนเยอะนะ แต่รอไม่นานมาก ไม่ถึงชั่วโมงก็เสร็จแล้ว ทุกสิ่งอย่าง

เหลือก็แต่อีสถานฑูตเบลเยี่ยมนี่แหละ ที่ต้องไปรบราฆ่าฟันกับท่านต่อไป 
