Archive for the ‘วีซ่า’ Category

✈ ประเทศที่คนไทยไม่ต้องขอวีซ่า

Monday, August 6th, 2007

UPDATE : สิงหาคม 2550

สำหรับนักเดินทาง ก่อนเดืนทางเข้าประเทศใดก็ตามต้องผ่านการตรวจลงตรา (วีซ่า) ก่อนเข้าประเทศนั้น ๆ บางประเทศก็ต้องขอไปล่วงหน้า โดยไปขอได้ที่สถานฑูตของประเทศที่เราจะเดินทางไป หรือบางประเทศก็สามารถไปทำเรื่องขอ ได้ที่ชายแดนหรือสนามบินของประเทศนั้นเลย (เช่น เนปาล กัมพูชา ฯลฯ) แต่ก็มีบางประเทศที่ทางไทยได้ทำข้อตกลง ยกเว้นวีซ่าให้กับผู้ถือหนังสือเดินทางไทย โดยเราสามารถเดินทางไปประเทศนั้น ๆ โดยหนีบพาสสปอร์ตไปอย่างเดียว ไม่ต้องขอวีซ่า แค่ไปประทับตราเป็นหลักฐานการเข้าประเทศ ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองตามปรกติ

รายชื่อประเทศที่ได้ทำความตกลงยกเว้นการตรวจลงตราหนังสือเดินทางทูต ราชการ และธรรมดา กับประเทศไทย

✈ สำหรับผู้ถือ หนังสือเดินทางฑูต,หนังสือเดินทางราชการ และหนังสือเดินทางพิเศษ
รายชื่อประเทศที่ได้ทำความตกลงยกเว้นการตรวจลงตราหนังสือเดินทางทูต หนังสือเดินทางราชการ และหนังสือเดินทางพิเศษ กับประเทศไทย โดยสามารถพำนักได้เป็นระยะเวลาไม่เกิน 30 และ 90 วัน (เลื่อนลงไปดูด้านล่าง สำหรับข้อมูลสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดา)

……………………………………………………………………………………………..

ระยะเวลา 30 วัน


1. กัมพูชา
2. จีน
3. ลาว
4. มองโกเลีย
5. พม่า
6. โอมาน
7. เวียดนาม
……………………………………………………………………………………………..

ระยะเวลา 90 วัน

1. อาร์เจนตินา (Argentina)
2. ออสเตรีย (Austria)
3. เบลเยียม (Belgium)
4. ภูฏาน (Bhutan)
5. บราซิล (Brazil)
6. ชิลี (Chile)
7. คอสตาริกา (Costa Rica)
8 โครเอเชีย (Croatia)
9 สาธารณรัฐเช็ก (Czech Republic)
10.เยอรมนี (Germany)
11. ฮังการี (Hungary)
12. อินเดีย (India)
13. อิสราเอล (Israel)
14. อิตาลี (Italy)
15. ญี่ปุ่น (Japan)
16. สาธารณรัฐเกาหลี (Republic of Korea)
17. ลักเซมเบิร์ก (Luxembourg)
18. มาเลเซีย (Malaysia)
19. เม็กซิโก (Mexico)
20. เนเธอร์แลนด์ (The Netherlands)
21. เนปาล (Nepal)
22. เปรู (Peru)
23. ฟิลิปปินส์ (The Philippines)
24. โปแลนด์ (Poland)
25. โรมาเนีย (Romania)
26. รัสเซีย (Russian Federation)
27. สิงคโปร์ (Singapore)
28. สาธารณรัฐสโลวัก (Slovak Republic)
29. แอฟริกาใต้ (South Africa)
30. สวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland : including Liechtensin)
31. ตูนีเซีย (Tunisia)
32. ตุรกี (Turkey)

……………………………………………………………………………………………..

✈ สำหรับผู้ถือ หนังสือเดินทางธรรมดา

2. รายชื่อประเทศที่ได้ทำความตกลงยกเว้นการตรวจลงตรา หนังสือเดินทางธรรมดากับประเทศไทย โดยสามารถพำนักได้เป็นระยะเวลาไม่เกิน 30 และ 90 วัน

ระยะเวลา 30 วัน

30daysvisafree

1. ลาว
2. รัสเซีย
3. เวียดนาม

4. มองโกเลีย
5. เขตบริหารพิเศษฮ่องกง (***)
6. เขตบริหารพิเศษมาเก๊า (***)

(***) ตามความตกลงระหว่างประเทศไทยกับฮ่องกง และระหว่างไทยกับมาเก๊า หนังสือเดินทางของไทยทุกประเภท ทั้งประเภททูต ราชการและธรรมดา จะได้รับการยกเว้นการตรวจลงตรา
(ข้อมูลจาก เว็บไซต์กระทรวงต่างประเทศ) http://www.mfa.go.th/web/939.php

……………………………………………………………………………………………..

+ + + + เพิ่มเติม + + + +
นอกจากนี้ยังมีประเทศที่ไม่ได้ระบุไว้บนหน้า http://www.mfa.go.th/web/939.php แต่คนไทยที่เดินทางในฐานะนักท่องเที่ยว และถือหนังสือเดินทางธรรมดา โดยไม่ต้องใช้วีซ่า แต่อาจจะต้องมีหลักฐานอื่น (เช่น หนังสือเดินทางที่ยังมีอายุการใช้งานได้อีก 6 เดือนขึ้นไปเป็นอย่างน้อย, ตั๋วเครื่องบินไป – กลับ ฯลฯ แล้วแต่ข้อกำหนดของแต่ละประเทศ) คือ

พำนักไม่เกินระยะเวลา 14 วัน

1. บรูไน
พำนักไม่เกินระยะเวลา 14 วัน และสามารถขอวีซ่าแบบ on arrival


1. บาห์เรน (visa on arrival)
2. อิหร่าน
(visa on arrival)
……………………………………………………………………………………………..

พำนักไม่เกินระยะเวลา 21 วัน

1. ฟิลิปปินส์ (ไม่ต้องขอวีซ่า ใด ๆ ทั้งสิ้น บินไปได้เลย สแตมป์ที่สนามบิน แล้วเข้าประเทศได้เลยจ้า)

……………………………………………………………………………………………..

พำนักไม่เกินระยะเวลา 30 วัน

1. สิงคโปร์
2. อินโดนีเซีย
3. จอร์แดน
4. รัสเซีย
5. แอฟริกาใต้
6. ศรีลังกา

……………………………………………………………………………………………..

พำนักไม่เกินระยะเวลา 90 วัน


1. เกาหลีใต้
2. มาเลเซีย
3.
อาร์เจนติน่า
4. บราซิล
5. ชิลี
6. เปรู

……………………………………………………………………………………………..

* ข้อมูลอาจมีการเปลียนแปลง ควรเช็คข้อมูล จากสถานฑูตอีกครั้งก่อนเดินทาง

อ้างอิง
Singapore : Immigration & Checkpoints Authority
Brunei : Immigration & National Registration Department
กระทรวงการต่างประเทศ
วิกีพีเดีย ภาคภาษาไทย หน้า หนังสือเดินทางประเทศไทย
Department of Immigration and Emigration Sri Lanka “Schedule A” List
Korea Immigration Service, Ministry of Justice Republic of Korea. Countries under visa waiver agreements

Vietnam National Administration of Tourism : Visa exemption
☛ Embassy of the Republic of Indonesia – Bangkok : visa info


✈ เหตุเกิด ณ สถานฑูตเบลเยี่ยม

Wednesday, May 23rd, 2007

manneken.jpg
อาทิตย์ที่แล้ว เอเยนซี่ที่ซอยรามบุตรี ข้างๆวัดชนะสงครามโทรมาปลุกแต่เช้า
“ฮาโหลลลล”
“พี่คะ ตั๋วเครื่องบินพี่เมื่อไหร่จะมาซื้อคะ รอจนแห้งแล้ว”
“ตั๋วอารายยย” (ยังไม่ตื่น)
“ตั๋วไปบรัสเซลส์อะค่ะ พี่จ่ายไว้แล้วนะ 5 พันกว่าบาท”
พอพูดถึงเรื่องเงินตาก็สว่างโร่.. เออ จริงด้วย ยังไม่ได้ไปซื้อซักที เพราะมันต้องมีวีซ่าก่อน เอ๊ะ แต่เดี๋ยว วีซ่า ยังไม่ได้ไปขอเลยนี่หว่า กรำ …
“ได้ค่ะคุณน้องเดี๋ยวขอไปทำวีซ่าก่อน”
“รีบๆหน่อยนะคะเดี๋ยวโดนแขกมันตบเอาค่ะพี่” แขกตบไม่ว่า แต่แขกเอานี่ อืม 555 โอเครีบไปทำวีซ่าดีกว่า

เอกสาร เอกสาร และ เอกสาร

เอกสารก็ยังไม่ได้ก๊อปปี้อะไรซักอย่าง เมื่อไหร่จะเลิกนิสัยนี้ได้ก็ไม่รู้ เบื่อตัวเองมาก เช้ามาต้องบึ่งแท็กซี่ไปถ่ายเอกสารก่อน เอ๊า ไปที่ไหนดีวะเนี่ย ศึกษาภัณฑ์ละกันน่าจะมี เดินเข้าไปศึกษาภัณฑ์ราชดำเนิน เจอเด็กพาณิชย์ฝึกงาน หน้าตาจิ้มลิ้มเลยถามว่าในนี้มีที่ถ่ายเอกสารไหม
“พี่ลองไปถามพี่เสื้อเหลืองดูอ่ะค่ะ”
หันไป เจอเสื้อเหลืองประมาณ 20 คน null
“ไม่มี ต้องไปถ่ายข้างนอก” (เอ๊า เดี๋ยวเลอะเทอะหรอก) น้ำเสียงเธอช่างขุ่นมัว แม้มันจะเพิ่งเลยเวลาเข้างานมาไม่ถึง 2 ชั่วโมงเท่านั้น ไม่น่าหงุดหงิดได้เร็วขนาดนี้ stamina อยู่ในระดำต่ำมากแน่นอน เลยต้องเดินตัวลีบ(พยายามแล้วก็ไม่ค่อยลีบเท่าไหร่)ออกมาข้างนอก ในที่สุดก็หาร้านถ่ายเอกสาร ได้จากความช่วยเหลือของแม่ค้าขายปกพลาสติกหน้าศึกษาภัณฑ์นั่นแหละ (ขอบคุณค้าบบบ)

สถานฑูตเบลเยี่ยม

ไปถึงสถานฑูตเบลเยี่ยม ถนนสาทรใต้ ก็ปาเข้าไปจะ 11 โมง
03-escal.jpg
สถานฑูตที่นี่เล็กนิดเดียว กระจุ๋มกระจิ๋ม แม้ที่นั่งรอก็มีเพียงม้านั่ง 4 ตัวเท่านั้น สงสัยค่าเช่าจะแพงหรืออย่างไรก็ไม่ทราบได้ หรือจะเพราะคนไม่ค่อยมาขอวีซ่าที่นี่ก็คงไม่ใช่ เพราะไปทีไรคนก็ล้นทะลักกันออกมาข้างนอกทุกที ช่างอัตคัตเหลือคณา ยืนรอกันจนขาแข็งเป็นตอไม้กันทุกคน
02-sign-belgium-embassy.jpg
หยิบบัตรคิวแล้วไปยืนหาวหวอด ๆ อยู่ด้านนอก แล้วเสียงเรียกเบอร์ก็เบาแสนเบาราวกับลมที่ลอดผ่านรูกุญแจ เลยไปรอไกลก็ไม่ได้ ต้องมายืนคอย เหมือนเวลาคอยรถเมล์ พลาด มี อด ขึ้น นะ เว้ย

ได้เลขดีเชียว สิบสาม null
เจ้าหน้าที่ฝ่ายกงสุลยังเป็นคนเดิม หน้าตาคุ้นเคย ดุแบบนิ่มๆ เหมือนเคย แต่ก็เข้าใจนะ ว่าทำไมเจ้าหน้าที่สถานฑูตมักจะดุ หรือไม่ก็ฟังดูน่ากลัวเหมือนลอร์ดโวเดอร์มอร์ เพราะคนที่มาขอแต่ละคนนี่ก็จริง ๆ เลย บางคนโดนดุจนเราสงสารแทน แต่มันก็มีเหตุผลที่เค้าต้องดุ
01-atmsph.jpg
เช่น คนนึงมาพร้อมเอกสารที่ได้มาทาง fax เอามาทำวีซ่า ซึ่งมันใช้ไม่ได้ ต้องใช้ตัวจริงเท่านั้น คือส่งเอกสารจริงมาทางไปรษณีย์ ซึ่งก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร 4-5 วันก็ถึงแล้วจากยุโรปมาเมืองไทยอะนะ ซึ่งฟังจากบทสนทนาแล้ว (ไม่ได้ตั้งใจแอบฟัง แต่ยืนต่อแถวอยู่ ไม่ได้อยากฟังจริง จริ๊งงงงง) คือเธอคนนี้เอาเอกสารมาผิด 3 รอบแล้ว
“ผมบอกแล้วไงครับว่าให้เอาตัวจริงมา ไม่ใช่แฟกซ์”
“แต่เค้าส่งอันนี้มาให้ คือ…”
“ไม่ได้ครับอันนี้มันไม่ใช่ตัวจริง มันคือแฟกซ์ ผมบอกคุณไปสองรอบแล้ว ปากจะฉีกอยู่แล้วนะครับเนี่ย” จ๋อยอะดิ…ก็กลับบ้านไปตามระเบียบ

ที่เจ้าหน้าที่โดนคนที่มาติดต่อหลอกด่าก็มี ผู้หญิงวัยซัก 30 ปลาย ๆ มาคนเดียว และแต่งตัวธรรมดาแบบติดดิน กางเกงขาก๊วยมาเลย แต่ดูออกว่าท่าทางไม่ใช่คนจะไปทำมิดีมิร้ายในต่างประเทศ หรือไปขุดทองยุโรปแต่อย่างใด เธอเดินไปชำระค่าวีซ่า แต่เจ้าหน้าที่ไม่มีเงินทอน เธอเลยหันมาพูดดังปานโทรโข่งเวลาสนามหลวงมีงานประท้วง
“เอ้า ใครมีแบ็งค์ร้อยแลกบ้างคะ!เค้าไม่มีเงินทอน!” ออกแนวประณามเล็กน้อย
“สุดยอดเลย ต้องทำเองทุกอย่าง บริการประชาชนนิด ๆ หน่อย ๆ ก็ไม่มีเลย” แล้วก็บ่นต่อไปอีกประมาณหลายยก

ส่วนที่เหลือ ที่ส่วนมากเป็นผู้หญิงวัยไม่น่าเกิน 20-30 ปี มากับคู่ชาวเบลเยี่ยมที่อายุอานามห่างกันหลายปีแสง สงสัยมาขอคนเดียวคงจะเหงา เลยต้องลากเจ้าของประเทศมาด้วย (ก็ไม่ได้หมายความว่าวีซ่าจะผ่านนะ)

ไม่สัมภาษณ์เรอะ?

ถึงคิวเราซะที
“ทำงานอะไรคะ” เจ้าหน้าที่หลังเคาท์เตอร์ถาม ระหว่างเรามีกระจกใสกั้น ไม่รู้ว่าให้ความรู้สึกอย่างไรเมื่ออยู่ด้านใน อาจให้ความรู้สึกอภิสิทธิ์เล็กน้อย เห็นกระจกใสที่แบ่งฐานันดรก็เป็นได้ เห่อะๆๆ
“เป็นฟรีแลนซ์ค่ะ”
“ไม่ได้ทำงานประจำหรือคะ?” เธอถามพลางพลิกดูเอกสารที่เราแนบไปด้วย มีจดหมายเชิญ ใบจองตั๋วเครื่องบิน พาสสปอร์ต 2 เล่ม(เก่า ที่หมดอายุแล้ว แต่มีวีซ่าเชงเก้นอยู่ 2 ใบ ใช้แล้วเมื่อปี 2005 และเล่มใหม่เอี่ยมอรทัย มีแค่สแตมป์เข้าสิงคโปร์ มาเลเซีย และลาวเท่านั้น ยังไม่มีวีซ่าซักใบ ใหม่สดซิงๆ) จดหมายแนะนำตัวที่ใช้แทนจดหมายรับรองการทำงาน​(เพราะไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง)
“ไม่ได้ทำค่ะ”
“ไปกี่วันคะ”
“เอิ่มมมม… 3 เดือน” เธอมาหยุดที่จดหมายแนะนำตัว แล้วอ่านอย่างละเอียดทุกบรรทัด (ดีนะ ที่อุตส่าห์เขียนโม้ไปมากมาย ภาษาอังกฤษคงผิดตรึม แต่ช่างมัน)
“ค่าวีซ่า 2600 ค่ะ” ประมาณ 60 ยูโร มีป้ายเขียนไว้เป็นภาษาไทยว่า โปรดเตรียมเงินให้พอดี (แล้วตรูจะไปแลกที่ไหนล่ะ นาทีนี้ ไม่ใช่ที่นั่งเล่นเกมตู้นะ จะได้มีโต๊ะพนักงานรับแลกเหรียญบริการ) ในที่สุดเจ้าหน้าที่ก็ไปหาเงินมาทอนให้เราจนได้น่ะแหละ
“ทำประกันสุขภาพยังคะ”
“เอ่อยังค่ะ”
“ไปทำมาก่อนนะคะไม่งั้นวีซ่าไม่ออกนะคะ”

ลืมมมมไปซะสนิิท ดูนาฬิกาตอนนั้นอีกใกล้ 11 โมงเข้าไปทุกที เอาวะ ลองดู

ทำประกันสุขภาพ
ออกไปเรียกมอไซค์ไป office ของประกัน BUPA ที่ Qhouse ซอยคอนแวนต์ มอไซค์ก็ดี๊ดี ตรงนั้นมันห้ามกลับรถ เลยไปซอกแซกออกซอยบ้านท่านคึกฤทธิ์โน่น จนโผล่มาออกสาทรได้เหมือนเดิม ตรงไปก็เข้าซอนคอนแวนต์แล้ว มันเสือกเลี้ยวขวา ! เลี้ยวทำม้ายยยยยยยยย ตูยิ่งรีบๆ อยู่
“น้องๆ Qhouse ตรงไปก็ถึงแล้ว ตะกี๊ตรงไปไม่ได้เหรอ”
“อ๋อตรงได้ครับ”
“อ่าวแล้วจะเลี้ยวไปไหนเนี่ย”
“ก็คิดว่าจะไปเข้าอีกทาง”
ทางไหนวะ????? งงซิครับ ​Qhouse อยู่ข้างหน้าเห็นกันอยู่จะจะ พ่อเล่นเลี้ยวไปขี่รถเล่น
“วนกลับไปเลยน้องเอ๋ย พี่รีบโคตรๆ ขอย้ำ รีบโคตรๆ”
“ครับๆๆ”

ถ้าเดินคงใช้เวลา 20 นาที นั่งมอไซค์ควรจะ 5-10 นาที แต่มอไซค์ท่านนี้ใช้เวลาจากสาทรใต้ไปซอยคอนแวนต์ร่วม 20 นาที
“ไปวนเล่นซะรอบกรุงเทพฯเลยนะ” เราคืนหมวกกันน็อกให้มอไซค์ตัวแสบ
“แหะๆๆๆๆ คับ” ค่าเสียหาย 40 บาท …ขณะนี้เวลา 11:10

ประกันสุขภาพ ต้องทำแผน Gold เท่านั้น แล้วระยะประกัน 90 วัน อยู่ที่ราคา 3600 บาทถ้วน!! กรูอยากกกกตายยยยย เจ้าหน้าที่สาวๆ ที่นี่หน้าตาน่าเอ็นดู ทำเอกสารแป๊บ ๆ เสร็จละ ดูเวลา 11:22 ใช้บัตรเครดิตรูดปื้ดไปตามระเบียบ (เพราะเงินม่ะพอแว้ว) บึ่งมอไซค์กลับไปสถานฑูต อ๊ะจ๊าก อีก 2 นาที อันมีค่า รีบวิ่งขึ้นลิฟต์ไปชั้น 17

ส่งเอกสารทันเป็นคนสุดท้ายพอดี เฮ่อ…อ…อออ

เจ้าหน้าที่ไม่ยักกะพูดอะไร ไม่มีนัดสัมภาษณ์ ไม่มีนัดรับเอกสาร ก็เลยงงๆเล็กน้อย กะว่าอีก 2-3 จะโทรมาตามผลอีกที เพราะวันรุ่งขึ้นเป็นวันหยุดของสถานฑูต (เกี่ยวกับศาสนาคริสต์ อะไรซักอย่าง)

หมดไปอีกหนึ่งวัน นรกสุด ๆ
05-foodcourt.jpg

^
^
Food Court ที่ชั้นใต้ดิน สาทรซิตี้ทาวเวอร์ ใช้ได้ ๆ
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
เมื่อวานโทรไปถามมา เจ้าหน้าที่ทำเสียงดุ ๆ ใส่ว่า
“แล้วเค้าบอกว่าเมื่อไหร่ให้มารับ”
“ไม่มีใครบอกอะไรนี่คะ”
“มีซิ” เอ่า ก็ไม่มีจริงจริ๊งงง
“เอ่อ ไม่มีจริงๆค่ะ”
“พรุ่งนี้เข้ามาฟังผลตอนเช้า” ไรว้า ฟังผล แค่เนี้ยะเหรอ
ปรากฎว่าไปถึงสถานฑูต ยื่นใบรับให้เจ้าหน้า เค้าก็ไปหยิบพาสสปอร์ตมาให้
“90 วันนะ”

อ่าว ได้ละเหรอ อะไร งง งงมาก เออ แต่ก็ดี 555
คือคราวที่แล้วที่เราไปขอ เค้าให้เราอยู่รอสัมภาษณ์ต่อตอนบ่าย ถามคำถามเช่น รู้จักกันมานานหรือยังกับคนเชิญ ( 4 ปี), มีแผนแต่งงานมั้ย (ไม่รู้), จะไปทำอะไร (ไปเยี่ยมเฉย ๆ และไปพักผ่อน), ซื้อตั๋วหรือยัง (จองแล้วยังไม่ได้จ่ายตังค์), แฟนทำงานอะไร (เป็นวิศวกรซอฟท์แวร์), ไปนาน ๆ แบบนี้เจ้านายไม่ว่าเหรอ (ไม่ว่าอะไร เจ้านายเป็นคนเบลเยี่ยมเหมือนกัน), จะไปทำงานหรือเปล่า (เปล่า..), ฯลฯ แล้วห้องสัมภาษณ์ก็ยังกะห้องเยี่ยมนักโทษ มีกระจกกั้น มีเก้าอี้ฝั่งละตัว ผนังสีขาว เข้าไปนั่งร้องเพลงรออยู่ตั้งหลายนาที (เสียงมันก้องดี เหมือนร้องเพลงในห้องน้ำ)

รอผล 3 วัน เค้าก็โทรมา ให้เอาตั๋วเครื่องบิน (ตัวจริง) ไปรับวีซ่า ได้มา 45 วัน แต่คราวนี้ ไม่ยักกะถามอะไร ตั๋วก็ยังไม่ได้ซื้อเลย แต่คิดว่าเค้ามีประวัติอยู่แล้ว แล้วคราวก่อนที่ไปมาก็ไม่ได้ overstay หรืออะไร ก็เลยง่าย

06-visa.jpg
ไปแระ เดือนหน้า ข้อยซิไปเบลเยี่ยมแล้วเด้อล่า
เมืองที่ข้าพเจ้าจะไปสิงสถิตย์นั้นหรือ มันคือเมือง Leuven นั่นเอง รูปนี้แหละ แต่มันไม่สวยอย่างนี้ทุกวันหรอกนะคะพี่น้อง บางวันอากาศห่วย มันก็โคตรจะน่าเบื่อเลยค่ะ แต่ไม่บ่นก็ได้ เพราะเบียร์อร่อย อิอิ

07-leuven.jpg