
จั่วหัวได้น่าหวาดเสียวมาก ยังกับโรงหนังแถวสะพานควาย
กลับมาเมืองไทยตั้งแต่วันที่ 18 เดือนที่แล้ว (กันยาฯ) กลับมาถึงก็จัดงานเที่ยวซะมโหฬารเลย เริ่มด้วยการไปปล่อยแก่ที่สวนสยาม (ก็อยากเล่น vortex อ้ะ) ไหน ๆ ก็จะไปแล้ว ก็เลยชวนพวกเพื่อน ๆ ไปด้วย นับได้รวมแล้วก็ 10 กว่าคน
บางคนไปพร้อมกัน บางคนตามมาทีหลัง บางคนไปไม่ถึง ด้วยสาเหตุที่ฮาไม่ออกคือ ข้าพเจ้าส่งเพื่อนสามคน (เบลเยี่ยมสอง อเมริกันหนึ่ง) ขึ้นแท็กซี่จากถนนข้าวสาร บอกโชเฟอร์เรียบร้อยว่าให้พาไปสวนสยาม ส่วนข้าพเจ้านั้นหรือก็แชร์แท็กซี่อีกคันไปกับเพื่อนอีกสามคน (อินเดียสอง สิงคโปร์หนึ่ง) ที่เหลือก็ไปกับรถส่วนตัวอีกสองคัน (คนไทยสาม โบลิเวียหนึ่ง ฟินแลนด์หนึ่ง)
ไอ้เราก็ไปหลังสุดเลย เจ้าคันแรกไปถึงแล้ว เจ้าดุ๊กกี้ (จากเบลเยี่ยม) โทรมาตามยิก ๆ ว่าอยู่ไหนแล้ว
“เออ กำลังไปเว้ย อยู่ไหนแล้วล่ะ”
“เนี่ยก็ถึงแล้วเนี่ย”
“โอเค ๆ กำลังจะถึงแล้ว เจอกันหน้า Ticket office ละกันนะ” ขณะนั้นเป็นเวลาเกือบเที่ยงวัน กำลังอยู่บนเลียบด่วนรามอินทรา
สิบห้านาทีต่อมา โทรไปหาดุ๊กกี้ว่าไหนว่าบอกว่าอยู่หน้า Ticket officeไง ไม่เห็นเจอใครเลย
“อะไร มั่วป่าว เนี่ยมาถึงนานแล้ว”
“แกเห็นที่ขายตั๋วเปล่าล่ะ เนี่ยยืนกันอยู่ตรงเนี้ย” หันไปดูอีกที เพื่อนแขกบอมเบย์สองคนไปยืนผลัดกันถ่ายรูปหน้าปราสาทสีรุ้งกันอย่างน่ารักน่าถึบ ขัดกับใบหน้าเป็นอย่างมาก
“ดุ๊ก เอ็งไปเอาใครก็ได้แถว ๆ นั้นน่ะ คนไทยนะ ไปเอามาคุยโทรศัพท์กะชั้นหน่อยซิ”
“เออได้ ๆ รอเดี๋ยว” แล้วดุ๊กก็ไปหาเหยื่อแถวนั้นมา
“ฮะโหล” เป็นเสียงผู้หญิงพูด
“สวัสดีค่ะ ขอโทษที่ต้องรบกวนนะคะ ไม่ทราบว่า นั่นเค้าอยู่ที่ไหนกันน่ะคะ?”
“อ๋ออออออ อยู่สยามพารากอน ค่าาาาา”
เวร
เวร
เวร
เวร
บอกให้มันไปสวนสยาม ดันไปสยามพารากอน!!! แล้วสามคนนี่ก็ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย บอกมันว่า water park มันก็คงนึกว่าเป็นสวนน้ำในห้างละมั้ง! สรุปแล้วแม้ว่าเจ้าดุ๊กจะอยากมาสวนสยามใจจะขาด แต่อีกสองทหารเสือไม่ยอมมาด้วย เพราะมันขี้เกียจกันหมดแล้วเลยบอกว่าจะไปดูหนัง ไปนวดแผนไทยแทน (เจอดุ๊กวันถัดมา ดุ๊กบอกว่า กรูน่ะอยากไปจะตาย แต่ไอ้อีกสองคนมันไม่ยอม น่าสงสารจริงๆ)
สวนสยามเป็นอันว่าผ่านไปด้วยดี ปนทุลักทุเลเล็กน้อย ใครไม่มีรถนี่ไม่สามารถไปเที่ยวสวนสยามอย่างมีความสุขได้เลยนะ ต้องมาคอยกังวล ออกมาแท็กซี่ก็ไม่ค่อยจะจอดอีก เวรจริงๆ จบจากสวนสยาม เป็นอันว่าสลบเหมือดกันไปหลายราย บางรายเข้าขั้นตาลอย ต้องยกเลิกโปรแกรมหมูกะทะช่วงเย็นไปซะงั้นน่ะ
หมูกะทะคนเยอะมาก ไม่คิดว่าจะเยอะขนาดนี้ (รู้งี้ตูไม่จัดดีกว่า) คนเยอะเกินไปก็ไม่ดี แถมไอ้วงดนตรีที่ร้านนี้ (ริมน้ำ เชิงสะพานปิ่นเกล้า) เป็นวงที่ห่วยสุดจะห่วย เกิดมาไม่เคยเจอวงไหน เล่นและร้องเพลงได้ทำลายประสาทหูแบบนี้มาก่อนเลย ไอ้เราก็โคตรจะหิวเลย แต่ก็ไม่ค่อยได้กินเท่าไหร่ เพราะว่าดันเป็น organizer ต้องคอยนั่งเทคแคร์คุยกันชาวบ้านชาวช่อง เข้าใจหัวอกคนที่เค้าแต่งงาน เลยว่าวันงานน่ะ แขกอิ่ม แต่เจ้าภาพอ่ะ กิ่วครับกิ่ว …
ตอนกลางคืนบางคนอยากไปปาร์ตี้กันต่อ ก็เลยพาไป RCA ก็ฮากันดี เรียกว่าไม่มีคนไหนไม่เมา (ยกเว้น มุสลิมสองคน คือน้องอิมส์ จากอินเดีย และน้องอีลินจากสิงคโปร์ ที่ไม่แตะแอลกอฮอล์ แถมคนนึงยังถือศึลอดอีกตะหาก ดีนะ ที่ตอนนั้นมันมืดแล้ว ไม่งั้นลมอาจจะใส่ได้)
งานนี้ปิดท้ายได้มันส์มาก เพราะกระเป๋าถูกขโมยไปทั้งใบ เรื่องของเรื่องคือเราฝากกระเป๋าไว้ ที่ตะแกรงใต้โต๊ะที่เพื่อนเรานั่งอยู่ แล้วเราก็เดินไปเข้าห้องน้ำ กลับมาไอ้เพื่อนน่ะ เมาปลิ้นไปเต้นกะแด่ว ๆ อยู่ที่หน้าบาร์ พอร้านปิด ไฟเปิด โอ๊ กระเป๋าข้าพเจ้า อันตรธานหายไปแล้วเรียบร้อยโรงเรียนจีน สอบถามพวก bouncer ที่ร้าน (บอกเลยก็ได้ ร้าน Jazz It)ว่าเห็นใครน่าสงสัยบ้างไหม หรือเห็นกระเป๋าบ้างไหม ก็บอกไม่เห็น แล้วก็มายืนบ่นว่า เราไม่ควรทิ้งของไว้ ซึ่งก็โอเคอ่ะ มันก็จริง คนมันเยอะ เค้าคงมานั่งดูให้ทุกคนไม่ได้ ใครเป็นใครก็ไม่รู้
แต่ที่กวนตีนคือเราเดินออกมาจากร้านแล้ว เพื่อออกมานั่งโทรแคนเซิลพวกบัตรเครดิต บัตร ATM ทั้งหลายแหล่ ไอ้ bouncer สองคนนั้นยังอุตส่าห์ ตามออกมายืนด่าซ้ำเติม ว่าไม่ใช่ความผิดของมันซะหน่อยนะขอบอก ทิ้งกระเป๋าไว้เองทำไม ของมันก็หายน่ะซิ ทำไมไม่รู้จักดูแล ฯลฯ ไอ้เราก็งงซิคับ ของกรูหายแล้ว เอาเรื่องก็ไม่ได้เอา เรียกร้องอะไรก็ไม่ได้เรียกร้อง ยั๊งงงงอุตส่าห์ตามออกมาเทศน์ถึงนอกร้าน (ไกลด้วยนะนั่นน่ะ) เราเลยด่ามันไปว่า เอ็งไปให้พ้น ๆ หน้าเลยนะ ไม่ช่วยแล้วยัง…
แถมฟักไปอีกหนึ่งลูก เพื่อนมาบอกทีหลังว่า ไอ้หนึ่งใน bouncer นั่น มันบอกจะฟ้องหมิ่นประมาทเรา เพราะเราไปด่ามันว่า f**k you “คิดว่าผมฟังไม่ออกเหรอ จะฟ้องข้อหาหมิ่นประมาท” เออ ก็ฮาดีนะ อยากให้มันฟ้องเหมือนกันแหละ ดูซิว่าใครจะรับฟ้องมันเนี่ย ศาลโลกเลยมั้ย? แหม คนเรา คิดได้เท่านี้ ใครไปร้านนี้อ่ะ ระวังเลยนะ ข้าวของ วางไว้ไม่ได้เลย แม้แต่ครึ่งวินาที คิดว่ามันคงทำกันเป็นประจำอยู่แล้ว เพราะหลังตึสองไปคนก็เมา ๆ กันหมดแล้ว พวกนี้คงจ้องเลยแหละว่าใครวางของอะไรไว้อ่ะนะ เงินมีอยู่สามพันกว่าบาท (ไม่เป็นไร เงินทองหาใหม่ได้) แต่ไอ้บัตรต่าง ๆ นานานี่ซิ โอ่ คิดแล้วปวดกบาลว่ะ เซ็งจริง ๆ

































+ เมนท์กันหมาด ๆ