Posts Tagged ‘เครื่องบิน’

✈ อียิปต์แอร์ สู่ บรัสเซลส์

Tuesday, July 3rd, 2007

ไปจริง ๆ นะคราวนี้

เช็คอินด้วยใจตุ๊ม ๆ ต่อม ๆ เผื่อว่ามันจะเด้ง ไม่ได้ไปอีก คราวนี้ก็กลับบ้านไปเล่นกับหมาแล้วแหละ เฮ้อ แต่ก็เช็คอินมาได้ไม่มีปัญหาอะไร แต่ประทานโทษนะ ไม่เห็นมันจะอัพเกรดอะไรให้เลย แถมเครื่องยังดีเลย์อีก 2 ชั่วโมง! จากเวลาเดิม ต้องออกเที่ยงคืนสี่สิบห้า กลับไปออกตีสองกว่าเกือบตีสาม

สายการบินอียิปต์เลยให้ voucher รับประทานอาหารฟรีมามูลค่า 200 บาท ที่ พิซซ่าคอมปะนี, เบอร์เกอร์คิง กับ คาเฟ่ อะไรซักอย่าง

ฉันเข้าไปเดินเตร็ดเตร่อยู่ข้างใน duty free และดูแล้วว่าไม่มีอะไรซื้อลงเลยซักอย่าง ก็เลยเดินผ่านไปเล่น ๆ และไปสั่งกาแฟที่ร้านที่ได้ voucher มา กาแฟมอคค่าหนึ่งแล้ว คุกกี้แห้ง ๆ อีกสองชิ้น 215 บาทเว้ยเฮ้ย เลยต้องจ่่ายเพิ่มไปอีก 15 บาท

หนูมานู เพื่อนชาวอิตาเลียนที่กำลังจะบินกลับโรม, อิตาลี บินคืนนี้เหมือนกัน แต่ประมาณตี 3 ตามมาสมทบได้ทันเวลา ฉันเลยถือโอกาศเลี้ยงกาแฟ ค่า-ปู้-ชี-โน่ (กรุณ่ออกสำเนียงแบบอิตาเลี๊ยน อิตาเลียน) และมัฟฟินช้อคโกแกลต เพราะอาจจะไม่ได้เจอกันอีกนาน

manu.jpg

ฉันนั่งดู มานู กินมัฟฟินกับกาแฟ แบบบิมัฟฟินเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วเอาลงไป “กวาด” ฟองกาแฟคาปูชิโนขึ้นมา แล้วค่อย ๆ หย่อนเข้าปาก เคี้ยวงั่ม ๆ ๆ เป็นการกินมัฟฟินและกาแฟที่ดูน่าอร่อยที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา มานูน้ำหนักหายไปหลายกิโล หลังจากไปขลุกอยู่ที่อินเดีย และ เนปาลกว่าเดือน

คุยกันจนได้เวลาขึ้นเครื่อง มานูเดินมาส่งที่ gate แล้วก็แยกไป

ใครมานั่งที่ตูเนี่ย..

ฉันเดินไปหาที่นั่งบนเครื่อง พอหาเจอ ก็พบว่าที่นั่งของฉันถูก take over ด้วยชายชาวจีน ที่นอนเหยียดยาวอย่างสบายอารมณ์ ฉันเลยสะกิด พร้อมให้ดู boarding pass “ขอโทษนะคะ ฉันคิดว่า ที่นั่งข้างในนั่น เป็นของฉันนะ” อาเฮียลุกพรวดพราดขึ้นมา แล้วก็จากไป พร้อมกับผ้าห่มและหมอนที่ถูกแกะออกมาใช้เรียบร้อยแล้ว! (แหงะ..)

ดีจัง ได้ที่นั่งสองตัวติดกัน นอนได้สบาย เอ แล้วไหน agency ว่ามันอัพ class ให้เราวะ ไม่เห็นจะได้อะไรเลย เซ็งจริง ๆ แต่ตอนนั้นไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะโทรไปด่าแล้ว เอาเป็นว่า ให้ไปให้ถึงที่หมายก็แล้วกัน

ฉันนั่งตาจะปิดอยู่รอมร่อ เสียงกัปตันประกาศเป็นภาษาอารบิค ตามด้วยภาษาอังกฤษ และ แอร์โฮสเตสประกาศเป็นภาษาไทย และ จีน (คาดว่าไฟลท์นั้นถ้าไม่ได้มาจากจีน ก็ฮ่องกง เพราะทั้งลำเต็มไปด้วยอาเจ็ก อาม่า และ อาหมวยกางเกงขาสั้นจุ๊ดจู๋อีกสองคนเป็นอย่างน้อย) รู้สึกอุ่นใจ ที่ยังไงก็ยังมีแอร์คนไทยคนนึง

flight.jpg

เครื่อง take off ไปได้ซักพัก ก็มีพนักงานเอาหูฟังมาแจก ช่อง 1 – 5 เป็นเพลงอาหรับ แนวระบำหน้าท้อง ฟังแล้วได้อารมณ์แบบนั่งอยู่ในกระโจมกลางทะเลทรายก็มิปาน แต่พอมีหนัง in flight ช่อง 1 จะเปลี่ยนเป็น พากย์อาหรับ และ ช่อง 2 เป็น soundtrack เรื่องแรกคือ Mistress of spices นำแสดงโดยอดีตมิสเวิร์ลด์ ไอชวารายา ราย คิดว่าหนังเรืองนี้ได้ฉายในเทศกาลภาพยนตร์ท่ี่ไหนซักแห่ง หลาย ๆ คนชอบ (อ่านดูจาก review บนเว็บไซต์) เป็นเรื่องเกี่ยวกับสาวชาวอินเดีย ที่ได้รับพลังพิเศษที่สามารถเยียวยาจิตวิญญาณของผู้คนได้ ด้วยเครืองเทศ มีข้อแม้ว่าเธอจะต้องไม่ออกจากร้าน ไม่ถูกเนื้อต้องตัวมนุษย์คนไหนเลย อืมมมมมม….

แต่ฉันทนดูไปได้แต่ต้นเรื่อง ตอนนางเอกพบพระเอกที่เกิดอุบัติเหตุ ได้รับบาดเจ็บหน้าร้านเครื่องเทศของนางเอก พอดิบพอดี (โอ๊ว ช่างบังเอิญ) ดูเหมือนหนังจะพยายามมากเกินไปที่จะให้ดูลึกลับ น่าฉงน ดูเป็นความลึกลับน่าพิศวงแห่งเอเชี๊ย เอเชียจนเลี่ยน ฉันเลยนอนเหยียดยาว เอาที่คาดตามาใส่ แล้วนอนยาวถึงไคโร

วิว”ดูไบ”จากอากาศ

ซัก 7 โมงเช้า แอร์มาปลุก เพื่อเสิร์ฟอาหารเช้า ผู้โดยสารชาวจีนยังคงเดินกันพล่าน ส่วนใหญ่จะไปชะโงกดูทิวทัศน์ข้างนอก ที่จริง ๆ แล้วมันก็ดูสวยแปลกตาดี เป็นระลอกภูเขาสีน้ำตาลเป็นแนวยาวเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด ไม่รู้ว่ามันคือส่วนไหนของโลก รู้แต่ว่า ไม่ไกลจากอิรักมากนัก
sm01.gif

thepalm.jpg

ซักพักเครื่องก็ร่อนผ่าน ดูไบ สังเกตุได้ง่ายมาก จากเกาะรูปร่างประหลาดบนผืนน้ำด้านล่าง เป็นเกาะรูปต้นปาล์ม มันคือ The Palm แห่งดูไบ ที่ดูบ้าดีจริง ๆ แล้วไอ้เจ้า The Palm นี่ เค้าเคลมว่าสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า จากนอกอวกาศ! ที่สร้างเป็นรูปต้นปาล์ม คือต้องการให้มีพื้นที่ด้านหน้าเป็นชายหาดติดทะเลมาก ๆ เพิ่มพื้นที่ี “beach front” ให้ดูไบถึง 166% ใครๆ ก็คงอยากได้บ้านที่มีชายหาดอยู่หน้าบ้านละมั่้ง รอบ ๆ เกาะมีเกาะรูปวงกลมอีกชั้น เพื่อกั้นคลื่นจากทะเล ต้นไม้กว่าหมื่นต้นถูกลำเลียงมาปลูกบนเกาะ ทั้งหมดมาจากเนิร์สเซอรี่ต้นไม้ในดูไบ

เก่งนะ มนุษย์นี่ … ช่างสรรหาวิธีจริง ๆ

สนามบินไคโร

8 โมงกว่า เครื่องลงที่ กรุงไคโร ประเทศอียิปต์
เดินลงถึงสนามบิน มีเจ้าหน้าที่มายืนถาม “Transit? Transit?” ฉันคิดว่า เจียดเงินไปทำป้ายเขียน Transit มาติดไว้จะง่ายกว่าไหม ..
เหล่าผู้โดยสาร Transit ทั้งหลายถูกต้อนมายืนรวมกัน ไม่มีใครคุยจิ๊จ๊ะ ซักพักก็ถูกย้ายไปรวมกันอีกฝั่ง คนเยอะมาก แออัดยัดทะนาน บางคนไม่ยอมต่อแถว คนอื่นต้องสะกิดเตือน เจ้าหน้าที่เอาพาสสปอร์ตไปแยกเป็นกอง ๆ แบ่งตามประเทศที่จะบินไปต่อ ที่ที่เห็นก็มีต่อไป บรัสเซลส์ ต่อไปแฟรงค์เฟิร์ต ต่อไปเจนีวา ห้องนั่งรอแทบจะไม่มีที่นั่งว่าง บางคนเล่นนอนเหยียดยาวกินไป 3 ที่นั่ง เซ็งเป็ด..

cairo_airport.jpg

ได้พาสสปอร์ตกลับมา หลังจากคำถามประมาณว่า ไปไหน ไปครั้งแรกหรือเปล่า ฯลฯ ฉันก็ตอบไป แต่ใจก็คิดว่า แล้วมันเรื่องอะไรของเค้าวะ วีซ่าก็ได้มาอยู่แล้ว แล้วออกจากเมืองไทยด้วย ไม่ได้ขอที่อียิปต์ซักหน่อย ไม่รู้จะเดือดร้อนอะไรนักหนา พาสสปอร์ตก็ดูแล้วดูอีก ราวกับเราเห็นอาชญากรอย่างนั้นแหละ

ฉันไปนั่งรอบริเวณชั้นสอง ตรงนี้จะมีคาเฟ่ มีร้านขายของที่ระลึก ของปลอดภาษี น้ำหอม บุหรี่ ปิรามิดทับกระดาศ อูฐยัดนุ่น ฯลฯ ฉันแงะโน้ตบุ๊คออกมาลองหาสัญญาณ wifi ปรากฎว่ามีเว้ยเฮ่้ยยย เลยยั่งเล่น net ฟรีไปชั่วโมงนึง ได้เวลาบอร์ดขึ้นเครื่องต่อไปบรัสเซลส์ เที่ยวบินนี้ ส่วนมากเป็นนักท่องเที่ยวชาวเบลเยี่ยมที่มาเที่ยวอียิปต์ บินกลับบ้าน แต่ละคนถือถุง Cairo Airport Duty Free กันคนละสามสี่ใบ

จากไคโรมาบรัสเซลส์ ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง ฉันได้ที่นั่งริมหน้าต่าง ติดกันเป็นผู้หญิงวัยกลางคน ฉันก็คิดว่าที่นั่งคงเต็มแน่ แต่เปล่า ที่นั่งริมทางเดินยังว่าง ฉันก็คิดว่า she จะย้ายไปนั่งตรงนั้นหลังเครื่อง take off จะได้ไม่เบียดกันมาก ไอ้นั่งเฉย ๆ น่ะ ไม่เท่าไหร่ เวลากินนี่ซิ she กางข้อศอกแทบจะไม่เกรงใจกันเลย ฉันนั่งกินด้วยมือขวาถือส้อมข้างเดียว มือซ้ายต้องหุบไว้ราวกับเป็นง่อย เพราะยัยนี่มารุกรานพื้นที่ไปจนหมดแล้ว ก็ไ่ม่รู้เหมือนกัน จะมานั่งติดกันทำไมเนี่ย ที่ก็ออกจะว่าง

บรัสเซลส์

จากกรุงเทพ ไคไร มาถึงบรัสเซลส์ ฉันอ่านนิยายแปลจบไปหนึ่งเล่มเต็มๆ เลยยกให้พี่คนไทยที่นั่งอยู่ข้างหลังไปอ่านต่อ เห็นพี่เค้ามีลูกชายตัวเล็ก ๆ น่ารักมาด้วย คุณพ่ออุ้มอยู่ตลอด พี่เค้าบอกว่ายังไม่ได้ย้ายมาเบลเยี่ยม ยังไป ๆ มา ๆ อยู่ ลงมาจากเครื่องแล้วก็ไม่เห็นพี่เค้าอีก

บรัสเซลส์แอร์พอร์ต ตม.ดูพาสสปอร์ตปราดเดียว สแตมป์ ปึ้ง ! แล้วก็ให้ผ่านไป ไมถามอะไรซักคำ ไม่เหมือนคราวที่แล้วที่อัมสเตอร์ดัม มีถามนิดหน่อย ว่าจะไปไหนต่อ อยู่นานไหม ฯลฯ เดินไปเอากระเป๋าที่สายพาน มาพอดี แว้ก! มันทำอะไรกับกระเป๋าเดินทางใหม่เอี่ยมของช้านนนนน กระเป๋าสีครึมใหม่กิ๊ง มีรอยดำเป็นคราบปื้นบะเร่อเท่อ~! ฮ่วย!

ข้างนอกค่อนข้างหนาว ดูจากพยากรณ์อากาศ วันนี้ประมาณ 13-14 องศาเซลเซียส ถือว่าไม่หนาวมาก แต่นั่งนาน ๆ ก็เริ่มแหง่กเหมือนกัน ซั่กครึ่งชั่วโมงคุณเบิร์ตเอาน้อง Honda Jazz (ตั้งชื่อเองว่าน้อง ยูมิ) มารับ ตกใจมากกับผมหมอนี่ ทำไมมันยาวแบบนี้เนี่ย

padthai.jpg

จากบรัสเซลส์ ใช้เวลาขับรถประมาณครึ่งชั่วโมงก็ถึง Leuven (ลือย์เฟ่น) ที่ที่ข้าพเจ้าจะขลุกอยู่จากนี้ต่อไปเป็นเวลา 3 เดือน

อาทิตย์ที่ผ่านมามีบาร์บีคิวกันที่บ้าน มีทำอาหารไทยเชิญเพื่อนในเน็ต “คริสตอฟ” กับแฟนเขามากินที่บ้านด้วย (คุยกันมาปีนึงเพิ่งได้เจอนี่แหละ) เจสซี่ แฟนของคริสตอฟ หอบเอาช็อคโกแล็ตมาให้สองถ้วยใหญ่ ๆ กินกันจนเลี่ยน มีออกไปค็อกเทลล์ต่ออีก (แก้วละ 6 ยูโร แต่แก้วเค้าใหญ่จริง ๆ นะ ไม่ใช่เล็กปื้ว ๆ แบบค็อกเทลบ้านเรา) กาแฟคาปูชิโน 2 ยูโร, ตั๋วหนังวันธรรมดา 5 ยูโร ถ้าเสาร์อาทิตย์ 6 ยูโีร (ซับไตเติ้ลเป็นภาษาฝรั่งเศส กับดัชท์)

โอย เมื่อย ไปแระ ต้องไปซื้อของ หิวซก ๆ
rabbit-fly.gif

✈ ตกเครื่องบิน ดัง แง้..!!

Friday, June 22nd, 2007

egyptair_logo.gif

รอน้องหมาเช็คอิน
ตกเครื่องบิน ทั้ง ๆ ที่ก็ไม่ได้เช็คอินสาย ไม่ได้ไปผิดที่ แต่เพราะเอเยนซี่ ทำตั๋วผิด!!

เมื่อคืนจริง ๆ ต้องไปบรัสเซลส์แล้ว พ่อแม่พี่น้องญาติโกโหติกา อุตส่าห์ใจดี ไปส่งที่สนามบิน ไฟลท์เกือบเที่ยงคืน ซักสามทุ่มครึ่งก็ถึงสนามบินแล้ว เช็คอินก่อนได้เปรียเฟ้ยยย

ฝรั่งแก่ ๆ คู่หนึ่ง ผู้หญิงอายุน่าจะ 60 กว่าแล้ว ใส่รองเท้าส้นสูงสีดำ พันขึ้นมาถึงหน้าแข้ง ถ้าคนแก่บ้านเราแต่งแบบนี้ มีโอกาสโดนประณามด้วยสายตาสูงมาก อาจลามไปถึงนินทาลูกหลาน

หล่อนเอามาปั๊กหน้าตาตลกมาด้วย น่าอิจฉาหมา บางคนเกิดมาทั้งชีวิต เครื่องบินยังไม่ได้ขึ้นเลย ฉันเองกว่าจะได้ขึ้นเครื่องบินกับเขา ก็ตอนอายุ 22 ปีแล้ว เริ่มทำงานหาเงินเองได้ จึงมีปัญญา นั่งเครื่อง กรุงเทพฯ – เชียงใหม่! ฉันยืนมองฝรั่งคู่นี้นับแบ็งค์พันเป็นฟ่อน จ่ายที่เคาน์เตอร์ เป็นค่าดำเนินการ เอาหมาสุดที่รักขึ้นเรือบิน

ผู้หญิงไทยอีกคนที่ยืนข้างหน้าฉัน กระเป๋าเธอใหญ่กว่าตัวเธอ 3 เท่าเห็นจะได้ และคงบินเป็นครั้งแรก เพราะออกอาการตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด และหลังจากเช็คอินไปแล้ว ก็เดินกลับมาถามพนักงานอีกหลายรอบ ว่าตั๋วจาก กรุงเทพฯ ไป ไคโร อันนี้ แล้วจากไคโร ไป บรัสเซลส์ ต้องไปเอาที่ไหน ฯลฯ เป็นต้น

ตั๋วที่ว่างเปล่า

พอถึงคิวฉัน ก็เช็คอินตามปรกติ กระเป๋าใบใหญ่ชั่งได้ 22.8 กิโล (เค้าให้ 20 kg แต่ก็หยวน ๆ อะนะ) ตอนนั้นยังอารมณ์ดี มีหน้าขอ window seat เค้าด้วย เค้าบอกว่า ต้องไปขอที่ gate เอ๊า ก็ได้ ๆ

แล้วพนักงานก็ทำหน้ายุ่ง แล้วบอกฉันว่า
“รอซักครู่นะคะ” ซักครู่ของเธอคือ 15 นาที ฉันเริ่มเกรงใจคนที่ต่อคิวอยู่ด้านหลัง ซักพักพนักงานกลับมา บอกว่า status ของตั๋วเครื่องบินของฉันโดนแคนเซิล เหมือนว่าจะโดนแคนเซิลมากจาก agency

icon5.gif!!!!!!!

โอ้ มาย มาเต้อร์ออฟก๊อดดดดด!!! เกิดมาไม่เคยเจออะไรอย่างนี้ ดูนาฬิกา ปาเข้าไปจะ 5 ทุ่มแล้ว พนักงานบอกให้เขยิบไปติดต่อเจ้าหน้าที่ของสายการบิน Egypt (MS) โดยตรง ซึ่งเธอก็หน้าเครียดไม่แพ้กัน แต่ก็เช็คให้อย่างขยันขันแข็ง จนจนปัญญา ต้องส่งต่อให้เจ้านาย (ไม่ทราบชื่อมิสเตอร์อะไร เป็นชาวอียิปต์ ร่างสูงใหญ่) ฉันเลยบอกกับเขาว่า เมื่อคืนเพิ่งเช็คจาก checkmytrip.com ซึ่งเป็นเว็บที่เช็คสถานะการบินได้ ถ้ามีโค้ด 6 ตัว เช็คแล้วก็คอนเฟิร์มหมด เค้าก็บอกว่าจะไปดูให้ แล้วก็เดินหายไป เกือบครึ่งชั่วโมง พร้อม e-ticket ของฉัน

ฉันดูนาฬิกา ไม่รู้ป่านนี้เอเยนซี่จะปิดร้านกลับไปนอนหรือยัง แต่ก็เสี่ยงโทรไปมือถือ ดีทีมีคนรับ เค้าก็ตกใจ แล้วถามว่า ฉันอยู่ที่ไหน

“อยู่ที่สนามบินซิคะ ถามได้” ฉันอยากจะร้องไห้
“คุณทำอะไรกับตั๋วดิฉันคะเค้าบอกว่ามันแคนเซิล”
“แคนเซิล!? เป็นไปไม่ได้ ผมก็เช็คอยู่เมื่อคืน ก็คอนเฟิร์มนี่ครับ นี่เช็คตอนนี้ก็คอนเฟิร์ม”
“แต่ดิฉันอยู่ที่เคาน์เตอร์สนามบิน มันไม่คอนเฟิร์มค่ะ แถมแคนเซิลด้วย”

ฉันด่าไปชุดใหญ่ นี่ถ้าเกิดไปมีปัญหาที่ไคโรจะทำยังไง ใครมันจะมาฟังเราหรือช่วยเรา ขนาดอยู่เมืองไทยอยู่นี่ ยังไม่ค่อยจะได้เรื่องได้ราวเลย เค้าก็ได้แต่พึมพำ ว่า เอ๊ มันเป็นไปได้ยังไงนะ ไม่น่าเป็นเป็นไปได้ ฯลฯ ไปถึงกระทั่งบอกว่า เครื่องคอมที่สุวรรณภูมิไวรัสลงหรือเปล่า (นั่นมันเครื่อง CTX ต่างหากเล่า..) แต่ก็สัญญาว่าเดี๋ยวจะเช็คให้

ตกเครื่องอย่างเป็นทางการ

ฉันนั่งดูคนเช็คอินไฟลท์ MS 0959 จนเกลี้ยง แม้แต่แหม่มสองคนที่มาก่อนเคาน์เตอร์ปิดแค่ 10 นาที ก็ได้จากไปแล้ว มีฉันที่นั่งแกร่วไม่รู้ชะตากรรมอยู่คนเดียว ดูนาฬิกาอีกรอบ เที่ยงคืน.. เครื่องออกเที่ยงคืน สี่สิบห้า ไม่มีทางทัน..
sm04.gif

พี่หนุ่มอียิปต์เดินกลับมาแล้ว อ่านจากสีหน้า ก็บอกให้รู้ว่าสิ้นหวัง กลับบ้านไปกินก๋วยเตี๋ยวคั่วเถอะคุณ ตั๋วมันมีปัญหาจริง ๆ แล้วเค้าก็ทำหน้าเศร้าปนสังเวชฉันสุด ๆ ฉันเลยต่อโทรศัพท์ไปที่เอเยนซี่อีกรอบ ให้เค้าคุยกันเอง ซึ่งทางนี้ก็บอกเหมือนที่บอกฉันนั่นแหละ ว่าตั๋วมัน Void คือ ว่างเปล่า ไม่มี record ใด ๆ ทั้งสิ้น แล้วก็คืนโทรศัพท์ให้ฉัน ฉันตกลงเวลากับเอเย่นต์เรียบร้อย และรีบวางหูก่อนที่จะปรอทแตกไปมากกว่านี้ ฉันไม่ลืมที่จะหันไปขอบคุณเจ้าหน้าที่ชาวอียิปต์คนนั้น ที่ช่วยเป็นธุระให้

นั่นแหละ ฉันโทรไปเม้งที่เอเยนซี่อีกหนึ่งชุดใหญ่ ว่าเกิดมาไม่เคยพบเคยเจออะไรอย่างนี้ นี่ถ้าเป็นคนอื่นที่เค้่ามีความจำเป็นจริง ๆ อย่าง อาจจะลางานได้แค่ไม่กี่วัน หรือ มีประชุมที่นั่น หรือจองตั๋วรถไฟไว้ จองโรงแรมไว้ มิตายหรือ????

เค้าก็ขอโทษขอโพย แล้วบอกว่าให้กลับมาที่เอเยนซี่ตอนเช้าวันรุ่งขึ้น เค้าจะโทรเช็คกับทางสำนักงานใหญ่ให้ และจะออกตั๋วใหม่ให้ได้เร็วที่สุด ฉันไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะฟังอะไรต่อ เลยบอกว่า เจอกันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน

ฉันกลับมาถึงบ้าน ออนไลน์ เพื่อนทักกันเป็นแถว เฮ้ย ทำไมยังอยู่อีก นึกว่าไปแล้ว หลอกกันนี่หว่า ! เอ๊อ ๆๆๆๆ จะมีก็คนเดียวเท่านั้น ที่ดีใจอย่างออกนอกหน้า คืออีตาเคน ลูกค้าชาวสิงคโปร์ ที่งานเรายังค้างคากับเขาอยู่ และเขาก็เป็นลูกค้าจำพวกชอบจิกกัด ทุกวัน วันละหลายรอบเสียด้วย พอรู้ว่าเรายังอยู่ ก็กระดี๊กระด๊า หัวเราะร่า เหมือนตอกย้ำความ suck ของชีวิตฉันขณะนั้น
sm01.gif

เอา Business Class มาซะดี ๆ

เช้าวันรุ่งขึ้น ฉันไปที่เอเยนซี่ตามนัด ซึ่งก็ดูเหมือนว่าเค้าจะไม่ได้มีวันที่ดีอยู่เท่าไหร่นัก เพราะฝรั่งข้างในก็นั่งบ่นอยู่ เรื่องจะจ่ายตั๋วเครื่องบินด้วยบัตรเครดิตแล้วต้องชาร์จ 3% (ซึ่งมันก็ปรกติ)แต่ he ไม่ยอมจ่าย จะเอาเงินสดมาจ่ายก็ไม่เอาอีก ก็เลยไม่รู้ว่าตกลงเค้าทำยังไงกับหมอนั่นในที่สุดกันแน่

คนที่ออกตั๋วให้เรา หน้าซีดอย่างเห็นได้ชัด จนเราเกือบจะสงสาร แต่นึกถึงสภาพตัวเองที่ถ่อไปถึงสนามบิน ไปถึงเคาท์เตอร์เช็คอินแล้วไม่ได้ขึ้นเครื่อง นึกถึงครอบครัวที่อุตส่าห์อดหลับอดนอนขับรถไปส่ง แล้วก็สงสารไม่ลง

สรุปแล้ว ดูเหมือนจะเป็นความผิดพลาดของเอเย่นต์ใหญ่ อีกเอเย่นต์หนึ่งที่เค้าทำงานร่วมกันอยู่ เห็นเค้าเรียกคุณอรวรรณ ๆ (ไม่รู้อรวรรณเดียวกับที่ไปลง ad ขายตั๋วใน pantipmarket บ่อย ๆ เปล่าฟระ..) ซึ่งเค้าก็บ่นไปเยอะเหมือนกัน ว่าทำแบบนี้เค้าก็เสียหายน่ะซิ ลูกค้าของเค้าเนี่ย ขายไปแล้ว ไปถึงแล้ว ตั๋วไม่ผ่าน

“พี่ไม่ต้องมาขอโทษผมเลยครับ มันเสียหายไปถึงไหน ๆ แล้ว”
“ขายตั๋วเครื่องบินมา 10 ปีไม่เคยเจออะไรอย่างนี้เลย” จริง ๆ Egypt Air ถือเป็นสายการบินที่ใช้ได้ ไม่น่าจะมีปัญหาแต่กลับมาเจอแบบนี้ ซึ่งมันก็ไม่ใช่ความผิดของสายการบิน แต่เป็นความผิดของเอเยนซี่

เค้าหันมาบอกฉันว่า เมื่อคืนนี้ เด็กที่ต้องส่ง list ผู้โดยสาร ตอนสองทุ่ม เกิดกดอะไรก็มิิอาจทราบได้ บนคอมพิวเตอร์ ทำให้รายชื่อฉันตกหล่น และ หล่อนก็ไม่ได้เช็คอีกรอบ กลับบ้านไปนอนสบายใจเฉิบ เป็นสาเหตุที่ว่า ตั๋วฉัน จากสถานะ confirmed กลับกลายเป็น canceled ไปอย่างไม่น่าให้อภัย

เค้าบอกว่าจะออกตั๋วให้ใหม่ บินวันที่ 25 ถ้าจะบินพรุ่งนี้ ต้องไปค้างไคโร สองคืน (จะบ้าเรอะ ไม่เอา! ไปแล้ว! จะไปอีกก็ต้องเสียค่าวีซ่า ต้องไปสถานฑูตอีก ไม่เอาเฟ้ย!) จุดหมายหลักคือ Brussels เบลเยี่ยม ให้ไปค้างไคโรสองคืน แบบไม่ได้ออกไปไหน จะไปทำไมเล้า..! sm03.gif

แล้วมันง่ายไปหรือเปล่า ตั๋วมีปัญหา ออกให้ใหม่ บินอีก 3 วันถัดไป อยู่ดี ๆ มาทำเราตกเครื่องบิน แล้วจะมาบอกว่า “โอ๊ว ไม่เป็นไรค่ะ เราออกตั๋วให้คุณใหม่ ในอีก 3 วันข้างหน้า โอเคนะคะ จ๋าจ๊ะ … ” แค่นี้? ปัญหา จบ? มันจะง่ายเกินไปหน่อยมั้งนะ คิดถึงคนที่เค้าเดือดร้อนบ้าง จากความชุ่ย ฉันก็บอกว่าเค้า ฉันเข้าใจ ว่ามันไม่ใช่ความผิดของทางเค้าทั้งหมด แต่เป็นความผิดของเอเย่นต์ใหญ่ที่เค้าเป็นพาร์ทเนอร์ด้วย ซึ่งเค้าก็ต้องไปคุยกันเอง ฉันไม่เกี่ยว

ในที่สุดเค้าจึงเสนอเป็นการ upgrade ไปชั้น business class ให้ โดยทางเค้ารับผิดชอบออกค่าใช้จ่ายส่วนต่างให้ทั้งหมด (ใช่ซี๊ ! ก็ควรจะต้องเป็นอย่างนั้น)

เสาร์ อาทิตย์ นี้ก็ได้ลัลลัลล้ากับอาหารไทย ข้างทาง ราคาถูก ต่ออีกสองวัน ก่อนจะไปผจญกับราคาอาหารที่กระเดือกไม่ลงที่นู่นในอาทิตย์หน้า
sm01.gif