Posts Tagged ‘เบลเยี่ยม’

+ วีซ่าอยู่ร่วมกันโดยไม่แต่งงาน (Cohabitation หรือ Samenwonen)

Saturday, March 28th, 2009

โพสต์นี้ย้ายไปที่นี่ค่ะ
http://www.beebah.net/visabelgium/2009/03/samenwonen/

ขออนุญาตงดโพสต์ความเห็นที่เกี่ยวกับการขอวีซ่าบน blog นะคะ
รบกวนไปย้ายโพสต์ที่นี่แทนค่ะ http://www.beebah.net/visabelgium


+ เรื่องโง่ๆ ราคาแพง

Monday, February 16th, 2009

วันนี้ซวยซ้ำซากจริง ๆ
เริ่มมาตั้งแต่อาทิตย์ก่อน ยุ่งมาก ๆ ไม่มีเวลาทำอย่างอื่นเลย นอกจากทำงานเสร็จแล้วก็ต้องรีบไปเรียนภาษาต่อ กว่าจะกลับบ้านก็ปาเข้าไปสี่ทุ่มกว่า ขอโทษเถอะนะ เวลาจะผายลมยังแทบไม่มีเลย เหนื่อยมาก ๆ งานก็เยอะ ยิ่งเศรษฐกิจแบบนี้ด้วย สตูดิโอยิ่งต้องพยายามดันลูกค้ามากขึ้น ให้ลูกค้ากล้า ๆ ใช้เงินหน่อย (คือลูกค้าน่ะ มี เงินน่ะมี แต่ไม่มีใครยอมใช้กัน ในยามเศรษฐกิจโลกพังพินาศเช่นนี้)

n732345540_4716869_6607

แล้วมันซวยยังไง

มันซวยก็เพราะฉันไม่มีเวลาไปซื้อตั๋ว STIB สำหรับรถรางที่นั่งอยู่ทุกวัน (จริงๆ มันรวม metro ด้วยแต่ไม่ได้นั่งกะเค้าหรอก ทำงานอยู่ชานเมืองบรัสเซลส์ ไม่รู้โชคดีหรือโชคร้ายเนี่ย) ปรกติจะซื้อแบบ 10 เที่ยว จะได้ถูกกว่าซื้อทีละเที่ยว ทีละเที่ยว (ซื้อต่อเที่ยว 2 ยูโร แต่ถ้าซื้อตั๋ว 10 เที่ยวแค่ 12.30 ยูโร นี่แอบขึ้นราคาด้วยนะ เมื่อก่อนน่ะ 11.50 ยูโร!)

คราวที่แล้วซื้อรวดเดียว 3 ใบเลย ขี้เกียจไปซื้อบ่อย ๆ ช่วงนั้นมาถึงเช้าด้วยเลยมีเวลานั่งรถเลยไปอีกหน่อย ไปซื้อตั๋วที่สถานีหลักได้

เริ่มความซวย..

เช้าวันนี้ควักตั๋วออกมา เอ๊าาาาาาา!! 0 Trip!! เหลือ 0 trip! แม่เจ้า ทำไมฉันลืมซื้อได้วะ เซ็งเป็ด!! เอ่ย ไม่ดิ มันมีอีกใบนี่หว่า ยังไม่ได้ใช้เลย หาก่อน ๆๆ เฮ้ย รถจะออก เออ ขึ้น ๆ ไปก่อนวะ เดี๋ยวค่อยขึ้นไปหา สายแล้วด้วย

ระหว่างล้วงกระเป๋าตัวเองหาไอ้ตั๋วใบที่ยังไม่ได้ใช้อยู่นั้้น เจ้าหน้าที่ตรวจตั๋ว!!ขึ้นมาตรวจตั๋วคับท่าน!!!

ซวย ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ!! ตั๋วที่มึอยู่ก็ดันใช้หมดแล้ว ไอ้ตั๋วที่ยังไม่ได้ใช้ ดันหาไม่เจอ อยู่ไหนวะ รื้อๆๆๆๆ ว๊ากกกกก เค้าใกล้เข้าแล้วๆๆๆๆ!! เฮ้ย ลงก่อนดีกว่าว่ะ คิดอะไรไม่ออก

พอลงไป อ้าว เวร นี่มันกลางป่าเลยนี่หว่า ไม่ดูตาม้าตาเรือเลย (ชานเมืองบรัสเซลส์ มันจะเป็นป่าสน อะไรเงี้ย ไม่มีบ้าน ไม่มีอะไรเลย มีแต่ถนนตัดผ่าน กับรถรางเท่านั้นเอง ซึ่งจริง ๆ มันสวยมากเลยนะ แต่วันนี้มันไม่สวยเอาซะเลย)

“เอ๊กซคิวซีมัวมาดาม @$@!*&#” (รัวภาษาฝรั่งเศสใส่ตูเป็นชุดเลย งงดิคับท่าน) ฉันยืนแข็งเป็นสากกะเบือ เอ้อ ๆ อ้า ๆ อยู่นั่นแหละ เลยพูดภาษาอังกฤษกลับไป
“อ๋อ คุณพูดอังกฤษเหรอ เอ้า งั้นพูดอังกฤษกัน ขอดูตั๋วหน่อยครับ” อ้าว ดันพูดภาษาอังกฤษได้! โชคดีในความโชคร้ายจริงๆว่ะ.. เราก็บอกเค้าไปตรง ๆ ว่าเพิ่งขึ้นมา และหาตั๋วใบที่ยังไม่ได้ใช้ไม่เจอ พวกท่าน ๆ ก็ขึ้นมาตรวจตั๋วกันก่อน ดิฉันก็ตับแหกซิคะ เกิดมาไม่เคยเจอโดนตรวจตั๋วแล้วไม่มีตั๋ว
“ไม่ต้องตกใจครับ ไม่ต้องตกใจ ผมขอ I.D หน่อยครับ” ยอมควัก ID Card ให้ไปอย่างว่าง่าย แต่ในใจคิดไปแล้วว่า “ซวยแล้ว gu!!”
“คราวหน้าคุณต้องรีบซื้อตั๋วกับคนขับนะครับ ห้ามนั่งมาแบบไม่มีตั๋ว..” เจ้้าหน้าที่เทศน์เราไป เขียนข้อมูลเราไปยิก ๆๆ ไอ้เราจะแก้ตัวก็ฟังไม่ขึ้นอยู่แล้ว ก็ตั๋วไม่มีจริง ๆ นี่หว่า แถมยังเจือกจะลงตอนเค้าขึ้นมาตรวจอีก ไม่ค่อยจะมีพิรุธเล้ยยยยยยย (-_-”) คิดแล้วอายตัวเองอย่างแรง ได้แต่ก้มลมมองรองเท้าตัวเอง เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า

“โอเคครับ เรียบร้อย ขอบคุณมากที่ให้ความร่วมมือ” เค้ายื่น ID คืนให้ฉัน ฉันก็รับมาแบบงงๆ
“คุณมีเวลา 10 วันนะครับ”
“10 วันอะไรคะ” (ยังเหวอ ยังเหวอ)
“ไปจ่ายค่าปรับน่ะครับ”
“อ๋อ ค่ะ โอเคค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ ปรกติก็ตีตั๋วตลอดนะคะ แต่วันนี้ คือ..” อยากจะต่อว่า คือมันเป็นวันซวยของตูจริงๆ ทุกวันไม่เห็นพวกเอ็งจะมากันเล้ยยย ทำไมต้องมาวันแรกที่ฉันไม่มีตั๋วด้วยว้าาาาา!

กางใบสั่งออกมาดู

แม่เจ้า!!!

85 ยูโร!! เฉียดสี่พันบาท!!!

คลำ ๆ หัวตัวเอง มีปุ่มงอก ๆ คล้ายจะเป็นเขาขึ้นมา

รู้งี้ตูไม่เสียเวลานั่งรื้อกระเป๋าตัวเองอยู่หรอก ยอมเสีย 2 ยูโร​ซื้อตั๋วเที่ยวเดียวกับคนขับก็สิ้นเรื่อง

เซ็งเป็ด เซ็งห่าน เซ็งๆๆๆๆๆ!!

ทำเอาอารมณ์เสียไปทั้งวัน อายชาวบ้านเค้าก็อาย (มองกันทั้งรถ ไม่อายไงไหว) เสียตังค์ก็เสีย งานก็ทำไม่ออกไปทั้งวัน เฮ้ย คนมันต้องคิดว่าเราตั้งใจโกงแน่เลย เฮ้ย ตูเปล่านะ มันเป็นอุบัติเหตุ ไม่นะ ไม่ ไม่ ม้ายยยยยย!!!

นั่นยังไม่เท่าไหร่

พอกลับมาบ้าน เจอตั๋วใบที่ยังไม่ได้ใช้ ใหม่เอี่ยมอ่อง (ครือ…เอาไปนั่งได้อีก 10 เที่ยว) วางเด่นเป็นสง่าอยู่บนโต๊ะกินข้าว แทบอยากจะเอาถั่วฝักยาวรัดคอตาย ทำไม๊ ทำไมๆๆๆ ต้องมาเป็นวันนี้ด้วย!

จะบอกแฟนก็ไม่กล้าบอก ถ้าบอกมียาวแน่ โดนด่าเป็นรอบที่สองชัวร์ ทำเองก็รับเองวะ เฮ้อ โง่จริงๆ เลยอ่ะ รู้สึกโง่มากๆ วันนี้ รู้สึกว่าโง่ที่สุดในรอบ 10 ปีเลย จะวงไว้ในปฎิทินเลยว่าปีหน้า วันที่ 16 ก.พ. ไปนั่งรถรางวนรอบบรัสเซลส์ซัก 8 รอบให้มันสาสมกับความโง่ของตัวเองในวันนี้..

+ Bad day

Thursday, December 4th, 2008

* post นี้ contain คำหยาบ ไม่เหมาะกับเด็กความสูงไม่เกินสะดือ

เมื่อคืนอยู่ปิด job กันถึงสามสี่ทุ่ม

ความซวยเริ่มมาเยือน เมื่อเจ้านายเริ่มสติหลุด คือคริสเตียนทำหลายอย่าง เจอคนนั้นคนนี้ บางทีคริสเตียนก็ลืมว่าให้ใครดูอะไรไปมั่ง บอกอะไรใครไปมั่ง อย่างเมื่อวานนี้ ฉันใช้ font หน้าตาประหลาด (แต่มันสวยอ่ะ) คริสเตียนก็ว่ามันสวยดี
“แต่มันไม่ตรงกับ font ใน guideline นี่” งงดิกรู guideline ไรวะ ไม่เคยเห็น คริสเตียนก็ยืนยันว่าเคยเอาให้ฉันดูแล้ว ฉันก็ยืนยันนั่งยันนอนยันเหมือนกันว่าไม่เคยเห็นเล้ยยย ไอ้ guideline ที่ว่า คริสเตียนบอกว่า “อยากจะบ้าตาย”

bad_day

ก่อนหน้านี้คริสเตียนก็เม้ง เซ็บ (เซบาสเตียน) ไปรอบนึงแล้ว หาว่าเจ้าเซ็บไปดึงสเก็ตช์งานบนฝาผนังออก (คือบนผนังจะเต็มไปด้วยสเก็ตช์งานที่กำลังทำกันอยู่ และยังไม่เสร็จ โปรเจ็คท์ยังไม่ปิด ต้องแปะไว้ดูพัฒนาการ) ไอ้เซ็บก็บอกว่า ไม่ได้ดึ๊งงงงงงง ไม่มี๊ (ซึ่งมันก็ไม่ได้โกหกนะ เพราะฉันก็ไม่เคยเห็นงานตัวที่ว่านั่นบนผนัง) คริสเตียนโมโห

แล้วความซวยก็มาเป็นระลอก ฉันสเก็ตช์งานไป 3 ชิ้น แต่มันเป็นแค่ sketch ไง ไม่ได้ตัวจริง ไฟล์มันก็พิการ ๆ ไปมั่ง แหม เอาไรมาก ทำเองดูเองอ่ะ แต่คริสเตียนจะเอาไปให้ลุกค้าดู (ก็น่าจะบอกแต่แรก เฮ่ออออ) ก็เลยต้องมานั่งเตรียมไฟล์กันใหม่อีก ฉันเอาไปหนึ่งชิ้น เซ็บเอาไปหนึ่งชิ้น โซฟีเอาไปหนึ่งชิ้น ส่วนอเล็กซ์หนีกลับบ้าน ตัดช่องน้อยแต่พอตัวไปก่อนแล้ว

เมื่อยามปิด job ดึก จะมีการสั่งพิซซ่่าฮัทเกิดขึ้น

ฉันเลยกินพิซซ่าไก่บาร์บีคิวกะเค้าด้วย ขอบ่นหน่อยนะ พิซซ่าฮัทที่เบลเยี่ยม รสชาติโคตรแย่ คือไม่ได้แค่ไม่อร่อยนะ โคตรๆๆๆๆๆ แย่เลยอ่ะ โคตรหวาน เลี่ยน สุดยอดแห่งความ… เฮ้อ…

เซ็บทำเสร็จแล้วหนีกลับไปตอนสามทุ่ม ฉันเสร็จสี่ทุ่ม ดีนะ ที่คุณชายไปรับที่ทำงาน ไม่งั้นคงสลบ บนรถเมล์แน่ๆ โคตรจะเหนื่อยเลย ส่วนโซฟียังมีงานเอกสารต้องทำให้เสร็จอีก ไม่รู้ได้กลับบ้านกี่โมง แต่โซฟี ไม่ทำงานวันพุธ ก็เลยอยู่ดึกได้

เช้าวันนี้

คริสเตียนมาแต่เช้า เพราะมี meeting กับลูกค้าเจ้านี้แหละ เจ้าที่เรานั่งเผางานกันเมื่อคืนนี้แหละ จริงๆ คริสเตียนต้องออกไปตั้งแต่ 10 โมงแล้ว แต่ฉันกะแล้วว่าต้องสาย ก็งานที่จะเอาไป present ยังไม่ได้ปรินท์ด้วยซ้ำ เท่านั้นยังไม่พอ ยังต้องเมาท์บอร์ดอีก ฉันกับเซ็บก็เลยแทคทีมกันทำคนละครึ่ง ไอ้ printer ก็ใช้โคตรยาก บางทีปรินท์ออกมาครึ่งเดียว หรือตั้งค่าผิดไป 3 มิลลิเมตร เบี้ยว โดนด่าก่อนได้เอาไปให้ลูกค้าดูอีก โห ชีวิต..

เซ็บสติแตกไปคนแรก เพราะปรินเตอร์ไม่ได้อย่างใจ เดินด่าเป็นภาษาฝรั่งเศสไปรอบออฟฟิศ (ธรรมดาเซ็บจะไม่ค่อยพูดฝรั่งเศสถ้าไม่ได้คุยกับอเล็กซ์ หรือ ซาวิเย่ร์ เพราะฉะนั้น อันนี้ ลางไม่ดีอันดับหนึ่ง)

นั่งปรินท์ ปะ ปรินท์ ปะ กันอยู่ครึ่งชั่วโมง มีงานให้คริสเตียนเอาไปให้ลุกค้าดูจนครบละกัน

คริสเตียนออกไปได้ซัก 15 นาที ฉันมานั่งรวมไฟล์ที่ปรินท์ไปแล้ว เผื่อจะเอามาย่อแล้วปรินท์รวมกัน เอาไว้ดูกันเองในออฟฟิศ นั่ง ๆ ดูไป ๆ ก็ปรกติ แต่ความซวยครั้งใหญ่ได้มาถึงแล้ว

อิ๊บอ๋ายยยยยยย!!!!!กูปรินท์ผิดไฟล์!!!!!

แล้วคริสเตียนก็เอางานไปพรีเซนต์แล้วด้วย ซวยแล้วกู๊!!!!

นั่งแก้ไฟล์, export โทรไปหาคริสเตียน เว้รรรร!! คริสเตียนปิดมือถือ!!! โอ้ยอยากตายว่ะเฮ้ย!!!

หันไปปรึกษาเซ็บ เฮ้ย เซ็บทำไงดีวะ ไฟล์ที่ปรินท์ไปมันผิดอันอ่ะ ไฟล์ที่แกให้ฉันปรินท์มันไม่ update แกๆๆๆ ทำไงดีอ่ะ เซ็บทำหน้าเหวอ ๆ แล้วก็บอกว่า
“มันไม่ใช่ปัญหาของกรูแล้วล่ะ” โห ซึ้งว่ะ

ช่วยไม่ได้อ่ะ โทรไม่ติด อีเมล์ไปละกัน (T_T)

โห วันนี้ “เฟลล์” มาก ๆ เครียด ทำงานผิดพลาดใหญ่หลวง งานเอาไปพรีเซนต์ลูกค้า เสือกปรินท์ไม่ดู

จริง ๆ แล้วต้อง save as งานพวกนี้ตั้งแต่เมื่อคืน แต่โซฟีบอกว่าไม่ต้อง ให้พิมพ์ตอนเช้าเลยละกัน แต่ไอ้เจ้าเซ็บบอกว่าจะ download มาจาก server (ซึ่งมันเป็นไฟล์เก่าไง) ไอ้เราก็เสือกไม่ดูอีกที ไว้ใจมันเกินไป

ถ้าเป็นเมื่อก่อน คงคิดจะฟ้องแล้วล่ะ ว่าโซฟีบอกว่าไม่ต้อง save หรือบอกว่าไอ้เซ็บบอกว่าให้ download จากอันนี้ๆๆๆ

แต่ตอนนี้ไม่อ่ะ เราก็ผิดเอง ไม่เช็คอีกที สะเพร่า จะไปโทษใคร รับเองคนเดียวเลยดีกว่า ไม่ใช่เด็ก ๆแล้วอ่ะ จะไปโทษชาวบ้านเค้า..โห.. คิดไปต่างๆ นานา คริสเตียนกลับมาเมื่อไหร่กูโดนเละแน่งานนี้ คริสเตียนยิ่งอารมณ์ไม่ดีมาตั้งแต่เมื่อวาน (เรื่องหาไฟล์ไม่เจอ, guideline หาย, ใครมาดึงงานฉันออกจากกำแพง ฯลฯ)

แต่ว่าดีก็ดีใจหายเลยนะ วันก่อนขับปอร์เช่พาฉันกับเซ็บไปซื้อแซนด์วิชอ่ะ เว่อร์มาก

เครียดจริงๆ นะ วันนี้ แบบ ทำงานไม่ออกเลย เครียดจนต้องไปตะโกนให้ห้องส้วมแล้วกลับมานั่งหน้าคอมใหม่ หันไปถามเซ็บว่างานที่จะให้ทำต่ออ่ะ จะให้ทำหรือยัง ตรงไหน มันก็เล่น iPhone อยู่ได้ ฉันยืนเป็นไอ้บ้าอยู่เป็นนาทีกว่ามันจะหันมาถามว่า “ตะกี๊ว่าอะไรนะ” โมโหอ่ะ เฮ้ย ฉันเลยบอกว่า “ไม่มีอะไร เสร็จเมื่อไหร่ไปเรียกละกัน” แล้วเดินไปชงกาแฟ (ถ้าใส่ยาเบื่อหนูลงไปได้คงใส่ไปแล้ว)

จำ “จูลส์” ได้ไหม เพื่อนชาวดัชท์ที่ฉันไปกินข้าวด้วยคราวก่อนนู้น ที่แอนท์เวิร์ป ฉัน sms ไปบ่นกับจูลส์ว่า เฮ้ย วันนี้แย่มากเลยอ่ะ Everything goes wrong จริงๆ เครียดมากๆ เครียดจนน้ำตาแทบไหล คือเหมือนว่าเรามันใหม่ไง พอมีอะไรมาทุกคนก็คาดหวังว่าเราคงรู้แล้วแหละ ไม่ต้องไปบอกมันหรอก มันคงรู้แล้ว (แต่เซ็บ อ่ะ จริงๆ มันดีมากเลยนะ เป็นคนเดียวที่ช่วยฉันทุกอย่าง บอกตลอดว่า “บี ถ้าติดตรงไหน อย่าพยายามคลำหาทางเองนะ ถ้าไม่เจออะไร ถามผม” แต่ในขณะเดียวกันมันก็กวนตีนในบางเรื่อง)

จูลส์ (ที่เพิ่งจะเข้านอนไปไม่กี่ชั่วโมง เพราะทำงานกะดึกอาทิตย์นี้) ส่ง sms กลับมา ว่า เกิดอะไรขึ้นเหรอ ง่วงจังเลย

ฉันก็เล่าให้ฟังไปสั้น ๆ บ่นอะแหล่ะ

ไอ้จูลส์ก็ดี๊ดี อุตส่าห์ให้กำลังใจ ว่าเฮ้ย ใครๆ ก็ทำผิดกันได้น่ะ แกจะนั่งเครียดตอนนี้หรือแกจะบอกตัวเองว่า เออช่างมันวะ ก็มันผิดไปแล้ว ดีเหมือนกัน คราวหน้าจะได้รู้ แล้วไม่ผิดอีก

“บี แกอย่าคิดมาก ยิ้มเข้าไว้ การยิ้มเป็นการให้พลังงานที่ดีนะ” ฉันรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย

พักใหญ่ ๆ ต่อมา เซ็บมันคงรู้แหละ ซักพักมันก็เดินหงิม ๆ เข้ามานั่งข้างๆ
“บี … ยูโอเคป่าว?”
“เออ”
“โกรธผมเหรอ ยูดูไม่แฮปปี้นะ”
“ป่าวเว้ย”
“เฮ้ยยย มีไรบอกได้นะ เราเป็นทีมเดียวกันใช่ป่าว นะ นะ นะ”
“เออ ตกลง booklet จะให้ทำไรเนี่ย ส่งมาดิ” เซ็บก็อธิบายงานมาให้
“โอเค มีไรอีกป่าว” ฉันไม่ได้หันไปมองด้วยซ้ำ กลัวจะโมโห
“ไม่มีแล้ว” แล้วเซ็บก็เดินกลับโต๊ะไปอย่างเจียมตัว

ตอนบ่ายคริสเตียนกลับเข้ามาออฟฟิศ ไม่มีการโดนด่าอย่างที่คาด แต่ก็บรรยากาศมาคุยังไงพิกล มาถึงก็เอาบอร์ดงานไปแปะบนผนัง แล้วหันไปคุยกับเซ็บ ดันเป็นภาษาฝรั่งเศส เซ็งจริงๆเลย ฟังไม่ออก!!! (T_T)

บ่ายแก่ ๆ เอางานลูกค้ามานั่งแก้กันสองคนกับเซ็บ คริสเตียนไม่ได้ว่าอะไร (อาจจะรวมไว้ด่าทีเดียวพรุ่งนี้ก็ได้) คิดไปคิดมา โดนด่าแล้วไงวะ จริงๆ ตั้งแต่มาถึงนี่ เห็นคริสเตียนลงทัณฑ์ด้วยวาจาไปครบทุกคนแล้ว ไม่เว้นแม้แต่โซฟีซึ่งเป็นมือขวา บางทีก็ยังโดนคริสเตียนตำหนิจนจ๋อย เมื่อวานก็ไอ้เซ็บ วันก่อนก็อเล็กซ์ คือโดนกันมาแล้วถ้วนหน้าว่างั้นเถอะ มีฉันนี่แหละ ยังรอดมาได้อยู่ จะโดนซักดอกสองดอกคงไม่ตาย ดีเหมือนกัน จะได้มีภูมิคุ้มกัน เฮ้อ

อ้อ แต่เงินเดือนออกแล้วอ่ะ เลยฉลองเงินเดือนเดือนแรกด้วยการซื้อหูฟัง iPod ใหม่ ราคาหลากหลายเหลือเกิ๊นนนน ตั้งแต่ 5-6 ยูโรไปถึงเป็นร้อยยูโร อันที่ซื้อมาอ่ะ 10 ยูโรหน่อยๆ เหอๆๆๆ

วันนี้มี integration course อีก มีวิทยากรมาพูดเริื่อง media ในเบลเยี่ยม แต่ฉันไม่ค่อยดูทีวีอยู่แล้วอ่ะ ก็เลยเฉย ๆ กับหัวข้อนี้ ส่วนหนังสือพิมพ์ น่าสนใจดีที่ได้รู้ว่าหนังสือพิมพ์แต่ละหัวที่นี่สังกัดพรรคการเมืองกันทั้งนั้น (แต่ไม่ใช่แบบอิทธิพล นะ คือ support พรรคการเมืองด้วยนโยบาย พูดแล้วก็ปวดกบาลอีก)

เหนื่อยจังเลยอ่ะ แต่ก็ต้องสู้ต่อไปทาเคชิ