✈ มาย เนเบอร์ฮู้ด
Monday, July 30th, 2007
เห็นไก่มั้ย???
เมื่อคืนเราไปปาร์ตี้ขึ้นบ้านใหม่ของหนุ่มโสด น้องโยฮัน เพื่อนของคุณเบิร์ต ที่เพิ่งซื้อบ้านใหม่แถวๆ Antwerp มา นอนค้างคืนนึง กลับมาเมื่อเช้า กำลังขนของกันลงจากรถ คนที่อยู่บ้านตรงข้ามเดินดุ่ย ๆ เข้ามา แล้วก็พูดภาษาดัชท์ใส่เป็นชุด ฉันก็เลยบอกว่า เอิ่มมมม แบบ คือว่า ภาษาดัชท์ถ้าไม่ได้เกี่ยวกะการซื้ออาหาร การช็อปปิ้ง การขึ้นรถไฟ ฯลฯ ตายสนิท ไม่แข็งแรงอ่ะ ฟังออก แต่พูดม่ะได้ พูดภาษาอังกฤษได้มั้ยอะคะ หมอนั่นก็กลอกตา ทำหน้าแบบ “กูรู้น่ะ” แล้วพูดเป็นภาษาอังกฤษกลับมาว่า
“ผมพูดภาษาจีนก็ได้นะถ้าคุณต้องการ”แล้วก็พล่ามต่อเป็นภาษาดัชท์ ฟังได้คร่าว ๆ ว่า “เห็นไก่มั้ย?”
ไก่!! ไก่ !??
เราก็งงดิ ไก่ไรวะ แถมอารมณ์พุ่งปรี๊ด ว่าเห็นว่าเราเป็นเอเชีย แล้วคิดว่าเราเป็นคนจีนอย่างเดียว เอเชียนทุกคนแม่-พูดภาษาจีนหมดหรือไงวะ ไอ้คว้ายยยยยย ! แล้วถ้ามันพูดได้จริงจะไม่ว่าเลย นี่แบบ ไงล่ะ กวน teen !น่ะ
ฉันเลยยิ้ม ๆ แล้วตอบไปว่า “ไก่บ้านพ่อตาเอ็งอะดิ ไก่บ้าที่ไหน ไม่เห็นโว้ย!” เป็นภาษาไทย! สมน้ำหน้า ฟังไม่ออกอะเด้ เหอๆๆๆๆๆๆ ว่าแล้วก็สะบัดตูดเดินเข้าบ้านไปเลย ปล่อยมันให้หาไก่ของมันต่อไป คุณเบิร์ตเดินออกไปเอาของในรถพอดี มันก็ชี้ ๆ ๆ ถามว่า
“แล้วนายล่ะพูดดัชท์ได้หรือเปล่าเนี่ย ฮึ!!” คุณเบิร์ตก็งง แต่ก็ตอบไปว่า “ก็คนที่นี่ เกิดที่นี่ คุณคิดว่าผมจะพูดภาษาไรละครับ”
ถามคุณเบิร์ต คุณเบิร์ตบอกว่าได้ยินไก่ขันมาหลายวันแล้ว (เป็นเมืองไทยไม่ได้ยินดิแปลก) แต่คนที่นี่เซ้นซิทีฟมาก มีไก่มาป้วนเปี้ยนหน่อย ขันพอขำ ๆ ก็นอนกันไม่หลับแล้ว แหม เว่อร์จิง.. ทีบางวันเปิดเพลง กินเหล้ากัน เมาอึกทึกไม่ยักเป็นไร หมอนั่นบอกว่า เห็นไก่เจ้าปัญหาเมื่อไหร่ละก็จะยิงให้ตายเลย!

คนข้างบ้าน
คนเราก็นี่แปลกนะ แถมคนข้างบ้านอีก เคยมีเมียเป็นคนมองโกเลียหรือไงเนี่ยแหละ แล้วเมียหนีไปมีชู้ ตั้งแต่นั้นมา หมอก็ตั้งหน้าตั้งตาเกลียดคนต่างชาติ ต่างสีผิว คิดว่าคนเอเชีย “ไม่มีเกียรติ ไม่มีศักดิ์ศรี มาเกาะประเทศมันกิน” หน้าบ้านจะติดธง “ฟลานเดอร์ส” ที่มีพื้นสีเหลือง ตรงกลางเป็นสิงห์โตสีดำคำราม แล้วไม่เคยติดธงชาติเบลเยี่ยม เพราะหมอนี่ไม่เชื่อใน “ราชอาณาจักรเบลเยี่ยม” ที่มีความหลากหลายทางภาษาและชาติพันธุ์ แม้ว่าเบลเยี่ยมทางฝั่งวอลลูนจะพูดฝรั่งเศส หรือมีคนแอฟริกาที่โตที่นี่ และพูดฝรั่งเศส ดัชท์ ถือพาสสปอร์ตเบลเยี่ยม หมอนี่ก็ไม่แฮปปี้ จะมีความสุขมาก ถ้าแยกเป็นสองประเทศไปเลย ฝั่งฟลานเดอร์ควรเป็น สาธารณรัฐไปเลย ให้รู้แล้วรู้รอด
แค่นี้ก็เล็กจะตายแล้ว จะเอาให้เท่าสิงคโปร์หรือลักเซมเบิร์กเลยมั้ย จะได้สะใจ
อาทิตย์ก่อนเราไม่อยู่บ้านกัน ฝากหมอนั่นให้รดน้ำต้นไม้เผื่อด้วย เพราะเค้าก็รดทุกวันอยู่แล้ว กลับมาจากเดนมาร์ก ต้นไม้ตายเป็นเบือ มันไม่เคยฟังอะไรใครหรอก แบบ เออๆ ออๆ ไปงั้นแหละ ถ้าไม่ได้เกี่ยวกะบ้านมันนะ มันแทบจะมองด้วยหางตาเลย ประมาณว่า”ไร รดน้ำต้นไม้? เรื่องไร ไม่ใช่ต้นไม้กรูหนิ”
คนแถวนี้บ้านอยู่ติดกันแต่ไม่คุยกันหรอก ตั้งหน้าตั้งตาเอาแต่อิจฉาสวนคนข้างบ้าน อุูย กรูต้องเอาดอกไม้มาลง ข้างบ้านมี กรูต้องมีด้วย ในบ้านจะเละช่างมัน หน้าบ้านกรูสวยพอ บางทีครึ้ม ๆ จะปาร์ตี้กันก็เสียงดังไปถึงปากซอยโน่น โอ๊ยเบื่ออออออออ
ยัยป้าขายเฟรนช์ฟรายส์
เดินออกไปปากซอยจะมีร้านขายเฟรนช์ฟรายส์ (ที่นี่เรียก Frit – ฟริท) และของทอดกินเล่นกรุบ ๆ ที่นี่เรียกว่า Fritcot ลักษณะ cot คืออะไรที่เป็นตู้ ๆ เล็ก ๆ พอเข้าไปยืนได้สี่ห้าคนไรงี้อะนะ ไอ้ Fritcot เจ้านี้ ถ้าวันไหนคนขายเป็นผู้ชาย จะดี พูดภาษาอังกฤษพอได้และเป็นมิตร วันไหนเป็นแม่เค้ามาขาย หืออออออออีเจ๊นี่นะ เคยดูลิตเติ้ลเมอร์เมดมั้ย ไม่ใช่นางเงือกนะ แต่ she เหมือนนางปลาหมึกตัวนั้นมากๆๆๆๆๆ แถมไม่พูดอังกฤษซักคำ โอเค ไม่เป็นไร เราพอพูดดัชท์ได้ แต่ she คงไม่รู้ว่าเราฟังออกมากกว่าพูดได้
วันก่อนเพื่อน she เพิ่งกลับมาจากซื้อของ เดินผ่านหน้าร้าน เอาของที่เพิ่งซื้อมา มาอวดใหญ่ (ราวตากผ้านี่นะ น่าอวดมากเลย ป้า) เราก็ยืนรอเฟรนช์ฟรายส์เราอยู่ อีป้าสองคนนี่ก็นินทาเราสนุกเลย ขำกันคิกคัก ประมาณพูดว่าเราคงมาจากกัมพูชา ซื้อ frit ์ไปจะกินเป็นเปล่าก็ไม่รู้ ฯลฯ
ฉันยืนฟังอยู่ก็ขำไม่ค่อยออกหรอก แต่ก็ทำใจ พอได้เฟรนช์ฟรายส์ ก็เลยพูดเป็นภาษาดัชท์ไปว่า “ไม่เอาซอส ขอบคุณ แล้วก็อีกอย่าง ไม่ได้เป็นคนกัมพูชาด้วย” แกรมม่าคงผิดเพียบ แต่ช่างมันปะไร
ยัยป้าราวตากผ้ารีบเซย์กู๊ดบายแล้วเดินดุ่ม ๆ หายไป อีป้าคนขายก็ทำหน้าถึก ๆ แบบไม่รู้จะพูดอะไร ลูกค้าอีกสองสามคนในนั้นก็ยืนกระสับกระส่าย ไม่รู้จะทำอะไร ฉันคว้าห่อเฟรนช์ฟรายส์แล้วเดินออกมาแบบ โห๊ ไม่รู้จะโกรธอะไรดี โกรธที่หาว่าเป็นคนเขมร? ก็ไม่น่าโกรธ เป็นเขมรไม่น่าอายตรงไหน เป็นฝรั่งที่ไม่มีการศึกษาแถมมารยาทหยาบช้ายิ่งกว่าหนังแรดนี่ซิ น่าอายมากกว่าหลายเท่า








