Posts Tagged ‘แบกเป้ in ยุโรป’

✈ มาย เนเบอร์ฮู้ด

Monday, July 30th, 2007

highway-belgium.jpg

เห็นไก่มั้ย???

เมื่อคืนเราไปปาร์ตี้ขึ้นบ้านใหม่ของหนุ่มโสด น้องโยฮัน เพื่อนของคุณเบิร์ต ที่เพิ่งซื้อบ้านใหม่แถวๆ Antwerp มา นอนค้างคืนนึง กลับมาเมื่อเช้า กำลังขนของกันลงจากรถ คนที่อยู่บ้านตรงข้ามเดินดุ่ย ๆ เข้ามา แล้วก็พูดภาษาดัชท์ใส่เป็นชุด ฉันก็เลยบอกว่า เอิ่มมมม แบบ คือว่า ภาษาดัชท์ถ้าไม่ได้เกี่ยวกะการซื้ออาหาร การช็อปปิ้ง การขึ้นรถไฟ ฯลฯ ตายสนิท ไม่แข็งแรงอ่ะ ฟังออก แต่พูดม่ะได้ พูดภาษาอังกฤษได้มั้ยอะคะ หมอนั่นก็กลอกตา ทำหน้าแบบ “กูรู้น่ะ” แล้วพูดเป็นภาษาอังกฤษกลับมาว่า

“ผมพูดภาษาจีนก็ได้นะถ้าคุณต้องการ”แล้วก็พล่ามต่อเป็นภาษาดัชท์ ฟังได้คร่าว ๆ ว่า “เห็นไก่มั้ย?”

ไก่!! ไก่ !??

เราก็งงดิ ไก่ไรวะ แถมอารมณ์พุ่งปรี๊ด ว่าเห็นว่าเราเป็นเอเชีย แล้วคิดว่าเราเป็นคนจีนอย่างเดียว เอเชียนทุกคนแม่-พูดภาษาจีนหมดหรือไงวะ ไอ้คว้ายยยยยย ! แล้วถ้ามันพูดได้จริงจะไม่ว่าเลย นี่แบบ ไงล่ะ กวน teen !น่ะ

ฉันเลยยิ้ม ๆ แล้วตอบไปว่า “ไก่บ้านพ่อตาเอ็งอะดิ ไก่บ้าที่ไหน ไม่เห็นโว้ย!” เป็นภาษาไทย! สมน้ำหน้า ฟังไม่ออกอะเด้ เหอๆๆๆๆๆๆ ว่าแล้วก็สะบัดตูดเดินเข้าบ้านไปเลย ปล่อยมันให้หาไก่ของมันต่อไป คุณเบิร์ตเดินออกไปเอาของในรถพอดี มันก็ชี้ ๆ ๆ ถามว่า
“แล้วนายล่ะพูดดัชท์ได้หรือเปล่าเนี่ย ฮึ!!” คุณเบิร์ตก็งง แต่ก็ตอบไปว่า “ก็คนที่นี่ เกิดที่นี่ คุณคิดว่าผมจะพูดภาษาไรละครับ”

ถามคุณเบิร์ต คุณเบิร์ตบอกว่าได้ยินไก่ขันมาหลายวันแล้ว (เป็นเมืองไทยไม่ได้ยินดิแปลก) แต่คนที่นี่เซ้นซิทีฟมาก มีไก่มาป้วนเปี้ยนหน่อย ขันพอขำ ๆ ก็นอนกันไม่หลับแล้ว แหม เว่อร์จิง.. ทีบางวันเปิดเพลง กินเหล้ากัน เมาอึกทึกไม่ยักเป็นไร หมอนั่นบอกว่า เห็นไก่เจ้าปัญหาเมื่อไหร่ละก็จะยิงให้ตายเลย!

heverlee-1.jpg

คนข้างบ้าน

คนเราก็นี่แปลกนะ แถมคนข้างบ้านอีก เคยมีเมียเป็นคนมองโกเลียหรือไงเนี่ยแหละ แล้วเมียหนีไปมีชู้ ตั้งแต่นั้นมา หมอก็ตั้งหน้าตั้งตาเกลียดคนต่างชาติ ต่างสีผิว คิดว่าคนเอเชีย “ไม่มีเกียรติ ไม่มีศักดิ์ศรี มาเกาะประเทศมันกิน” หน้าบ้านจะติดธง “ฟลานเดอร์ส” ที่มีพื้นสีเหลือง ตรงกลางเป็นสิงห์โตสีดำคำราม แล้วไม่เคยติดธงชาติเบลเยี่ยม เพราะหมอนี่ไม่เชื่อใน “ราชอาณาจักรเบลเยี่ยม” ที่มีความหลากหลายทางภาษาและชาติพันธุ์ แม้ว่าเบลเยี่ยมทางฝั่งวอลลูนจะพูดฝรั่งเศส หรือมีคนแอฟริกาที่โตที่นี่ และพูดฝรั่งเศส ดัชท์ ถือพาสสปอร์ตเบลเยี่ยม หมอนี่ก็ไม่แฮปปี้ จะมีความสุขมาก ถ้าแยกเป็นสองประเทศไปเลย ฝั่งฟลานเดอร์ควรเป็น สาธารณรัฐไปเลย ให้รู้แล้วรู้รอด

แค่นี้ก็เล็กจะตายแล้ว จะเอาให้เท่าสิงคโปร์หรือลักเซมเบิร์กเลยมั้ย จะได้สะใจ

อาทิตย์ก่อนเราไม่อยู่บ้านกัน ฝากหมอนั่นให้รดน้ำต้นไม้เผื่อด้วย เพราะเค้าก็รดทุกวันอยู่แล้ว กลับมาจากเดนมาร์ก ต้นไม้ตายเป็นเบือ มันไม่เคยฟังอะไรใครหรอก แบบ เออๆ ออๆ ไปงั้นแหละ ถ้าไม่ได้เกี่ยวกะบ้านมันนะ มันแทบจะมองด้วยหางตาเลย ประมาณว่า”ไร รดน้ำต้นไม้? เรื่องไร ไม่ใช่ต้นไม้กรูหนิ”

คนแถวนี้บ้านอยู่ติดกันแต่ไม่คุยกันหรอก ตั้งหน้าตั้งตาเอาแต่อิจฉาสวนคนข้างบ้าน อุูย กรูต้องเอาดอกไม้มาลง ข้างบ้านมี กรูต้องมีด้วย ในบ้านจะเละช่างมัน หน้าบ้านกรูสวยพอ บางทีครึ้ม ๆ จะปาร์ตี้กันก็เสียงดังไปถึงปากซอยโน่น โอ๊ยเบื่ออออออออ

ยัยป้าขายเฟรนช์ฟรายส์

เดินออกไปปากซอยจะมีร้านขายเฟรนช์ฟรายส์ (ที่นี่เรียก Frit – ฟริท) และของทอดกินเล่นกรุบ ๆ ที่นี่เรียกว่า Fritcot ลักษณะ cot คืออะไรที่เป็นตู้ ๆ เล็ก ๆ พอเข้าไปยืนได้สี่ห้าคนไรงี้อะนะ ไอ้ Fritcot เจ้านี้ ถ้าวันไหนคนขายเป็นผู้ชาย จะดี พูดภาษาอังกฤษพอได้และเป็นมิตร วันไหนเป็นแม่เค้ามาขาย หืออออออออีเจ๊นี่นะ เคยดูลิตเติ้ลเมอร์เมดมั้ย ไม่ใช่นางเงือกนะ แต่ she เหมือนนางปลาหมึกตัวนั้นมากๆๆๆๆๆ แถมไม่พูดอังกฤษซักคำ โอเค ไม่เป็นไร เราพอพูดดัชท์ได้ แต่ she คงไม่รู้ว่าเราฟังออกมากกว่าพูดได้

วันก่อนเพื่อน she เพิ่งกลับมาจากซื้อของ เดินผ่านหน้าร้าน เอาของที่เพิ่งซื้อมา มาอวดใหญ่ (ราวตากผ้านี่นะ น่าอวดมากเลย ป้า) เราก็ยืนรอเฟรนช์ฟรายส์เราอยู่ อีป้าสองคนนี่ก็นินทาเราสนุกเลย ขำกันคิกคัก ประมาณพูดว่าเราคงมาจากกัมพูชา ซื้อ frit ์ไปจะกินเป็นเปล่าก็ไม่รู้ ฯลฯ

ฉันยืนฟังอยู่ก็ขำไม่ค่อยออกหรอก แต่ก็ทำใจ พอได้เฟรนช์ฟรายส์ ก็เลยพูดเป็นภาษาดัชท์ไปว่า “ไม่เอาซอส ขอบคุณ แล้วก็อีกอย่าง ไม่ได้เป็นคนกัมพูชาด้วย” แกรมม่าคงผิดเพียบ แต่ช่างมันปะไร

ยัยป้าราวตากผ้ารีบเซย์กู๊ดบายแล้วเดินดุ่ม ๆ หายไป อีป้าคนขายก็ทำหน้าถึก ๆ แบบไม่รู้จะพูดอะไร ลูกค้าอีกสองสามคนในนั้นก็ยืนกระสับกระส่าย ไม่รู้จะทำอะไร ฉันคว้าห่อเฟรนช์ฟรายส์แล้วเดินออกมาแบบ โห๊ ไม่รู้จะโกรธอะไรดี โกรธที่หาว่าเป็นคนเขมร? ก็ไม่น่าโกรธ เป็นเขมรไม่น่าอายตรงไหน เป็นฝรั่งที่ไม่มีการศึกษาแถมมารยาทหยาบช้ายิ่งกว่าหนังแรดนี่ซิ น่าอายมากกว่าหลายเท่า

✈ Road Trip 3 ประเทศ ตอนที่หนึ่ง

Friday, July 13th, 2007

กลับมาจากอภิมหาอมตะ Road Trip แล้วค่ะ เราขับรถกันจากเบลเยี่ยมไปเดนมาร์ก!! ดูในแผนที่มันก็ไม่ไกลเท่าไหร่ แต่ไปจริง โอ้ มายพระพุทธเจ้า เข้าเนเธอร์แลนด์ปั๊บก็หลงปุ๊บเลย ตื่นมาอีกที (อ้าว เค้าเลยรู้เลยว่านั่งหลับมาตลอดทาง) อยู่ที่ไหนวะเนี่ย พยายามหารถตัวเองบน GPS ก็ยังงง ๆ

เนเธอร์แลนด์ ขับผ่าน ขับผ่าน

ไอ้เจ้า GPS นี่หนา ช่างมีประโยชน์มากมายหลายคณานับ แค่เอาตัวรับสัญญาณมาติดไว้ในรถ ก็สามารถหาตำแหน่งที่เราอยู่ได้ จากนั้นก็แค่ใส่จุดหมายปลายทาง เพื่อความแม่นยำ เราใช้ Google Map หาตำแหน่งจากที่อยู่ก่อน ไม่น่าเชื่อ แค่ใส่ที่อยู่ ชื่อถนน เมือง ประเทศ กูเกิ้ลแมป สามารถค้นหาตำแหน่งได้ภายในเวลาเสี้ยววินาที ค้นได้กระทั่งเลขที่บ้าน!

แต่เจ้า GPS นี่มันก็หาได้ฉลาดไปซะทุกอย่าง มันก็มีรั่ว ๆ อยู่บ้าง คือเมื่อไปถึงชายแดน แผนที่มันจะตัดขาดอยู่แค่นั้น เป็นปัญหาน่ารำคาญ เปรียบเหมือนดูบอลอยู่แล้วนักเตะกำลังเล็งจะยิงประตูแล้วไฟดับ ! เป็นสาเหตุให้เรามางมตำแหน่งในเนเธอร์แลนด์กันใหม่ เมื่อข้ามพ้นเขตเบลเยี่ยมมาได้หลายกิโลเข้าไปแล้ว

“รู้ไหม ทำไมถึงรู้ว่าอยู่ เนเธอร์แลนด์” พลขับที่พาหลงยังมีอารมณ์เล่นทายปัญหา
“ไม่รู้อ่ะ ทำไม มีกังหันลมเหรอ”
“บ้า เห็นกังหันกี่อันแล้ว”
“ไม่เห็นซักอัน”
“เอ้อ !!”
“งั้นทำไม”
“เพราะผู้ชายส่วนใหญ่ที่นี่ตัวสูงเหมือนเสาไฟ ผมทอง และมีหนวด และทุกคนมี รถบ้าน เป็นดัชท์แน่นอน ฮ่าๆๆๆ”
ตลกตายล่ะ

คาราวานรถบ้าน

รถบ้าน หรือ “คาราวาน” นี้ พบเห็นได้ทั่วไปบนไฮเวย์ของยุโรปในหน้าร้อน ทุกครอบครัวดูเหมือนจะมีรถหนึ่งคัน ลากคาราวานหนี่งคัน ห้อยจักรยานมาด้วยอย่างน้อยสองคัน (หรือสาม สี่คันถ้ามีปัญญาขน) ภายในคาราวาน จะมีเตียงนอน อุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน มากน้อยแล้วแต่ฐานันดรและความหนาของเงินยูโนในกระเป๋า มีเครื่องครัว ที่ล้างจาน เคาน์เตอร์ ตู้เย็น ฯลฯ ไม่แปลกใจเลยที่บางคนอาศัยอยู่ในคาราวาน หรือรถบ้านแบบนี้กันจริง ๆ จัง ๆ แบบไม่สนใจจะซื้อบ้านช่องเป็นหลักเป็นแหล่ง โดยเฉพาะพวกฟลาวเวอร์พาวเวอร์ฮิปปี้บุปผาชนทั้งหลายในยุคก่อนนู้น แบบว่ามีห้องเดียว เปลี่ยนโลเคชั่นได้ แค่ขับไปจอดที่อื่น !

แต่มาในยุคนี้ ยุคที่ทุกถนนมี สิ่งประดิษฐ์ที่เรียกว่า มิเตอร์หยอดเหรียญค่าจอดรถ และ ยุคที่การมีรถซักคัน นั้นไม่พอ ยังต้องเช่าโรงรถสำหรับจอดรถอีกด้วย (เผลอ ๆ แพงกว่าเช่าบ้าน) สงสัยว่าเค้าเอาไปจอดกันที่ไหนวะเนี่ย

ในขณะที่คนอื่นขับรถพ่วงรถบ้าน หรือคาราวานคันเท่ารถถังดูน่าเกรงขาม ฮอนด้าแจ๊ซของเราปุเลง ๆ ถึงชายแดน เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี กะเค้าเหมือนกัน เราแวะกินเฟรนช์ฟรายส์ (คนเบลเยี่ยมเรียก ฟริทท์ คนดัชท์เรียก ปาตั๊ด !!) สังหรณ์ใจว่าจะเป็น ฟริทท์คอตต์ (แปลเห่ย ๆ ประมาณว่า กระต๊อบเฟรนช์ฟรายส์) สุดท้ายก่อนเข้าเยอรมนี

ดอยช์ลันด์!! ยินดีต้อนรับสู่เยอรมนี

ปาดคราบมายองเนส และเฟรนช์ฟรายส์ แล้วก็ขึ้นรถต่อ แล้วฟริทท์คอตต์นั้นก็เป็นฟริทท์คอตต์สุดท้ายจริง ๆ เพราะเพิ่งเห็นว่า มันอยู่บนชายแดนเกือบจะพอดิบพอดี จะเรียกว่าชายแดนก็ยังแปลก ๆ เพราะมันไม่มีอะไรกั้นเลย มีป้ายเล็ก ๆ ขนาดอาจจะเล็กกว่าก้นของข้าพเจ้า สี่เหลี่ยมจตุรัส สีน้ำเงินเข้ม มีดาวล้อมรอบสัญลักษณ์ของสหภาพยุโรป มีอักษรชื่อประเทศบอกให้รู้ว่า ขณะนี้เอ็งได้ข้ามเข้ามาสู่เยอรมนีแล้ว (ไม่รู้ตัวล่ะซิ)

เข้าเยอรมนีได้ก็เซิร์ชหาคลื่นวิทยุ เพื่อที่จะฟังดีเจชาวเยอรมันพูดมากเป็นต่อยหอย ไม่รู้พูดอะไรกันเยอะแยะแทบทุกสถานี คุณเบิร์ตเริ่มทำสำเนียงล้อเลียนตามไปด้วยอย่างสนุกสนาน

ตอนนี้จุดหมายเราอยู่ที่ ฮัมบูร์ก (Hamburg) ไปแบบไม่ค่อยรู้อะไรหรอก รู้แต่มีเพื่อนที่นั่น แล้วก็เป็นเมืองที่ไม่เคยไป ก็ถือโอกาสแวะไปเยี่ยมเยียนและเที่ยวเตร็ดเตร่ไปในคราวเดียวกัน

ตลอดทางสังเกตได้ว่าคนเยอรมันขับรถเร็วมาก เร็วจนแบบ โฮ๊ จะรีบไปไหนกันเหรอครับเฮีย แต่ละคนไม่ว่า ผู้หญิง ผู้ชาย จะแก่ จะหนุ่ม เหยียบเฉียด ๆ สองร้อย น้องแจ๊ซของเราไปแบบชิว ๆ ที่ร้อยถึงร้อยยี่สิบก็พอ เจียมเนื้อเจียมตัว แวะปั๊มเข้าห้องน้ำยืดแข้งยืดขาบ้าง ไม่รีบร้อน

ปั๊มน้ำมันเป็นแหล่งชุมนุมอย่างดีของผู้คนที่สัญจรไปมาบนไฮเวย์ มีร้านอาหาร ร้านค้า ห้องน้ำ ซึ่งส่วนมากจะต้องหยอดเหรียญ 50 เซนต์ (ประมาณ 20 บาท) เพื่อผ่านเข้าไปใช้ได้ เมื่อหยอดเหรียญเข้าเครื่องไปแล้ว จะได้ voucher มูลค่าเท่ากันออกมา เอาไปใช้แทนเงินสดได้ที่ร้านค้าภายในปั๊ม (จะมีป้ายติดไว้ที่แคชเชียร์ว่า Redeem your voucher here) แต่ปั๊มที่เล็กกว่าบางที่ อาจจะมีคุณลุง คุณป้า ยืนถือจานยิ้มเผล่อยู่หน้าห้องน้ำเพื่อรับ “ทิป” ก่อนเข้าจะเข้าไปทำธุระ ซึ่งจะไม่ให้ก็ได้ (มั้ง) แต่เห็นให้กันทุกคน 20, 30 เซนต์ บ้าง 50 เซนต์บ้าง บางคนก็ให้ถึง 1 ยูโร (โอ๊ว เข้าส้วมที 40 กว่าบาท)

เอาโต้บาห์น

ไฮเวย์ หรือ ในเยอรมนีเรียกว่า เอาโต้บาห์น นี่มันน่าเบื่อเหมือนกันทุกที่ในโลกหรือเปล่าไม่รู้ หรือเป็นเพราะฉันเป็นคนเบื่อง่ายไปเอง ถนนเมื่อผ่านเมืองเล็ก ๆ มันก็แปลกกตาดี แต่พอเข้าทางหลวงปั๊บ หลับปุ๊บ ถนนมันช่างยาวไกล และตรงแหน่ว มีให้ขับซิกแซกหลบรถบรรทุกบ้างแก้ง่วง แต่นั้นเป็นปัญหาของคนขับ ไม่ใช่ปัญหาของฉัน เหอๆๆๆ จะมีการแก้เซ็งได้บ้าง ก็ตรงที่นั่งดูทะเบียนรถแต่ละคนว่ามาจากไหนกัน นอกจาก D – Deutschland (เยอรมนี) NL เนเธอร์แลนด์ (มากับรถคาราวาน อิอิ) ก็พอจะเห็นประปรายคือ PL โปแลนด์, TR ตุรกี (สองประเทศนี้มักจะเป็นรถบรรทุกสินค้า) DK เดนมาร์ก และที่เห็นแนวๆหน่อย ก็คงเป็น LT ลิธัวเนีย ที่เห็นแค่ 2 คันตลอดทาง

ว่ากันว่าสมัยสงครามนั้น คนที่คุณก็รู้ว่าใคร เริ่มจะให้สร้างเส้นทางเอาโต้บาห์น ตัดผ่านหลายพื้นที่ในเยอรมนีนั้น ต้องให้แน่ใจว่าได้ผ่านพื้นที่ที่สวยงามอลังการ เพื่อให้ประชาชนได้ภูมิใจในแผ่นดินอันสวยงามยิ่งใหญ่แห่งนี้ ซึ่งมันก็สวยจริง แต่ก็น่าเบื่อเมื่อต้องนั่งดูมันเป็นเวลาสี่ห้าชั่วโมง

ไปอ่าน ตอนที่สอง ที่นี่จ้ะ

✈ เมามาก ๆ ที่ เกนท์ (Ghent)

Tuesday, July 10th, 2007

เสาร์ที่ผ่านมาเค้ามี meeting ของ CS กันที่ Ghent น้อง ลอร์ เพื่อนเก่าของฉันที่นั่นเป็นคนเจ้ากี้เจ้าการจัด meeting ที่นั่น เพราะเป็นบ้านของเธอ และเมืองมันก็สวยดีซะด้วยซิ ตอนแรกคิดว่าจะมีแค่ 10-20 คน ไป ๆ มาๆ มากันเกือบ 50 คน !

สมาชิกมีทติ้ง มีทั้งจากเบลเยี่ยม เนเธอร์แลนด์ อิตาลี สวีเดน ฟินแลนด์ ฯลฯ สรุปแล้วไม่ได้คุยกันครบหรอกนะ หลายคนจัด ไม่ทั่วถึง ไม่ทั่วถึง

คลองที่ Ghent เพิ่งระดมทำความสะอาดกันไปยกใหญ่ ตอนนี้เหมือนอัมสเตอร์ดัม ย่อม ๆ

งานนี้เพื่อนชาวสวีเดนของเรา(คริสเดียน) มาแจมด้วย เพราะหมอนี่ไปทุกที่ที่มีเบียร์ (คนขวามือรูปบนนี่แหละ) อากาศตอนนั้นเย็น ๆ (ซัก 18 องศา) อีตา คริสเดียน ใส่เสื้อยืดตัวเดียวเดินตัวปลิว


โบสถ์ที่เกนท์ กลางใจเมือง มีรถรางผ่านหน้าโบสถ์พอดี

คนไทยมักรู้จักเบียร์เยอรมันเป็นส่วนใหญ่ แต่ที่นี่เบียร์ของเบลเยี่ยมดังมากจริง ๆ แต่ไม่มีเทศกาลเหมือน ออคโตเบอร์เฟสของเยอรมนี เพราะ วันปรกติของคนเบลเยี่ยมกินเบียร์มากกว่าน้ำเปล่าอยู่แล้ว ?!

ชาวยุโรปบ้านใกล้เรือนเคียงบางประเทศ มาเบลเยี่ยมเพียงเพื่อแค่มาซื้อสองอย่าง คือ เบียร์ และ ชอคโกแลต(ดังมากเหมือนกัน) บางบาร์ มีเมนู “เบียร์” อย่างเดียวปาเข้าไป 200 กว่าชนิด (แล้วมีเสิร์ฟทุกอันในนั้นด้วยนะ ไม่ได้มีไว้เท่ ๆ บนเมนู) เบียร์ของเบลเยี่ยมตอนี้มีประมาณ 700 ชนิด ผู้หญิงมักจะชอบเบียร์ผลไม้ รสชาติหวานๆ เปรี้ยว ๆ เหมือนน้ำผลไม้ซ่า ๆแต่ดีกรีไม่ขำ เพราะก็กว่า 5-6% เหมือนกัน ยี่ห้อที่นิยมๆ ของพวกหนุ่ม ๆ ก็จะมี Duvel, Chimay, Hoegaarden, Stella.. สาว ๆ มักจะชอบ Kriek เบียร์รสเชอร์รี่ ! อร้อยยยย อร่อย
เกือบ ๆ เที่ยงคืน มีการจุดพลุฉลองการมาเยือนมหกรรม ตูร์เดอฟรองซ์ อย่างเป็นทางการ พวกนักปั่นจะผ่านเมือง ghent แค่วันเดียวนี่แหละ แต่ชาวบ้านก็ตื่นเต้นกันเป็นบ้า เพราะ ตูร์เดอฟรองซ์ คนดูเป็นล้าน ๆ คน ผ่านเมืองไหนก็โปรโมทเมืองไปในตัว ตอนนี้ Ghent พยายามที่จะดูแลรักษา ซ่อมแซมเมืองเป็นการใหญ่ ซึ่งก็ได้ผล เพราะแม้แต่คนเบลเยี่ยมเองยังออกปากว่า มาทีไรเมืองนี้ก็สวยขึ้นทุกครั้ง


ศุกร์นี้จะไป Hamburg (Germany) อยู่ซัก 2 คืนแล้วขับรถต่อเข้าเดนมาร์กจ้ะ

rabbit19-headspin.gif