Posts Tagged ‘News about Belgium’

คนเบลเยี่ยมเหยียดผิว(หรือไม่?)

Sunday, March 22nd, 2009

วันนี้พอดีผ่านไปเจอข่าวเกี่ยวกับความคิดของคนเบลเยี่ยมที่มีต่อชาวต่างชาติ ต่างภาษา ต่างวัฒนธรรม โดยทำการสำรวจทางชาวเบลเยี่ยมจำนวน 1,392 คน

image from FlandersNews.be

image from FlandersNews.be

ที่เบลเยี่ยมเค้าทำโพลล์กันขึ้นมา ตั้งชื่อโพลล์ว่า “ฉันไม่เหยียดผิว แต่..” โดยจัดทำขึ้นโดย ศูนย์เพื่อความเท่าเทียมทางโอกาสและการคัดค้านการเหยียดผิว (Centre for Equal Opportunities and Opposition to Racism)

ผลออกมาน่าสนใจว่า..

คนส่วนมากยอมรับว่าอยู่ในสังคมที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม แต่จำนวนไม่น้อยก็มีปัญหาบางอย่างเกี่ยวกับความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่ว่านี้

มากกว่าครึ่งของชาวเบลเยี่ยมจำนวน 1,392 คนที่เค้าสำรวจมา ไม่เคยคบหาสมาคมกับคนต่างสีผิว แต่ก็ไม่เคยมีทัศนคติหรือประสบการณ์ในแง่ลบกับคนต่างชาติเช่นกัน

แต่ชาวเบลเยี่ยมที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ๆ (คิดว่าโพลล์นี้เค้าคงสำรวจสุ่ม ๆ ดูทั้งในชนบท และในเมือง)มีการติดต่อและมีทัศนคติที่ดีกับวัฒนธรรมต่างชาติ และเปิดกว้างยอมรับมากกว่าคนในแถบชนบท

คุณ โยเซฟ เดอ วิตต์, กรรมการของศูนย์เพื่อความเท่าเทียมทางโอกาสและการคัดค้านการเหยียดผิวออกมากล่าวอย่างชื่นบานว่า “นี่แสดงให้เห็นว่า ผลออกมาในแง่ที่ดีมาก ๆ เลยล่ะครับ”

ผลที่น่าสนใจอีกอย่างคือ คนเบลเยี่ยมนั้น ทำใจยอมรับได้มาก กับวัฒนธรรมต่างถิ่นที่ไหลเข้ามาในประเทศ ถึงแม้ว่าวัฒนธรรมเหล่านั้นจะเป็นกลุ่มน้อยและแตกต่างกับวัฒนธรรมของชาติตนเองก็ตาม โดย 55% มีความเห็นว่า การเข้ามาของวัฒนธรรมต่างถิ่นในเบลเยี่ยมนั้น เป็นเรื่องที่ดีต่อสังคมด้วยซ้ำ (เค้าใช้คำว่า enrichment for society)

ชาวเบลเยี่ยมสองในสามคน มีความเห็นว่าคนทุกเชื้อชาติมีโอกาสเท่าเทียมกัน หนึ่งในสามเห็นว่า เชื้อชาติบางเชื้อชาตินั้นมีสติปัญญาความสามารถเหนือกว่าเชื้อชาติอื่น ๆ

แต่ผลของโพลล์ที่เค้าบอกว่่า “cliché” มาก ๆ คือน่าเบื่อหน่ายซ้ำ ๆ ซาก ๆ (ไม่ว่าสิ่งนั้นจะจริงหรือไม่) คือชาวเบลเยี่ยมมากกว่าสามในสี่ คืดว่าคนต่างเชื้อชาติที่เข้ามาอยู่ในเบลเยี่ยม(ที่ไม่มีงานทำ)นั้นได้รับเงินสนับสนุน”ช่วยเหลือผู้ว่างงาน” จากรัฐบาลง่ายกว่าคนเบลเยี่ยมแท้ ๆ เสียอีก

และจำนวนครึ่งหนึ่งคนที่ให้ความเห็นกับโพลล์นี้ โทษว่าการพุ่งสูงของยอดอาชญากรรม มีผลมาจากการที่มีคนต่างเชื้อชาติเข้ามาอยู่ในเบลเยี่ยมมากขึ้น

คุณ โยเซฟ เดอ วิตต์ ไม่ได้ให้ความเห็นในความคิดดังกล่าว (จริงๆ ไม่รู้เค้าพูดอะไรหรือเปล่า แต่ข่าวไม่ได้บอก)

มันฟังดูขัด ๆ กันยังไงพิกลนิ ยอมรับวัฒนธรรมต่างชาติได้ แต่คิดว่าคนต่างชาติเป็นต้นตอของปัญหาอาชญากรรมและรอรับแต่เงินสนับสนุนจากรัฐ?

แต่เรื่องนี้อ่อนไหวมาก ๆ คนเบลเยี่ยมเองก็มักไม่ค่อยอยากจะคุยกันเรื่องนี้เท่าไหร่ จะให้คนเปลี่ยนความคิดเห็นก็ยาก เพราะคนต่างชาติที่เข้ามาอยู่ที่นี่แล้วไม่ทำงานแต่ขอรับเงินช่วยเหลือนั้นเยอะจริง ๆ แล้วคนเค้าก็ไม่รู้ว่าคนไหนมีงานทำ คนไหนไม่ทำงานแล้วนั่งรอเอาแต่เงินช่วยเหลือ บางคนไม่มีงานทำยังไม่พอ รับเงินช่วยเหลืออย่างเดียวยังไม่พอ แต่มีลูกออกมาอีกหลายคน แล้วพอมีลูก ก็ไม่ส่งลูกไปเรียนหนังสือหนังหา ลูกโตมา หางานทำไม่ได้ รอรับเงินช่วยเหลืออีก ฯลฯ

เป็นวงจรแบบนี้มานานมาก ไอ้ครั้นจะยกเลิก ก็มีคนเบลเยี่ยม(แท้ ๆ) บ่นอีกว่างานหาไม่ได้จะให้เค้าไปทำอะไร ซึ่งบางคนที่บ่นก็ไม่มีงานทำจริง ๆ แต่บางคนบ่น แต่แอบทำงานมืด (คือทำงานไม่เสียภาษี รับเงินสดอย่างเดียว) ซึ่งสิ้นเดือนก็ออกมาว่า รับทั้งเงินช่วยเหลือและมีรายได้(ที่ไม่เสียภาษี)อีกต่างหาก

เรื่องนี้ึคนเบลเยี่ยมทุกคนรู้ดียิ่งกว่าดี แต่ไม่มีใครทำอะไรได้ เพราะรัฐบาลไม่กล้า กลัวคน(ที่รับเงินช่วยเหลืออยู่)จะไม่เลือกพรรคตัวเองอีกเมื่อมีการเลือกตั้งครั้งต่อไป

เอาเข้าจริงๆ การเมืองมันก็ไม่ได้น้ำเน่าแค่ประเทศแถว ๆ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้บางประเทศหรอก..

แต่อย่างน้อยคนที่นี่ก็ยังดีใจหาย ถึงแม้จะคิดว่าคนต่างชาติเป็นต้นตอปัญหาบางเรื่อง แต่ก็ยังอุตส่าห์รับได้อีกนะ จะว่าไปก็คงเหมือนคนไทยที่เห็นคนประเทศเพื่อนบ้านบางประเทศเข้ามาสร้างปัญหา (ซึ่งบางคนมันก็เข้ามาสร้างจริง ๆ อ่ะ) แต่ก็ยังแบบว่าหยวน ๆ กันไป

เอาวะ ยังไงก็ดีกว่าอังกฤษก็แล้วกัน อ่านข่าว นสพ อังกฤษทีไร ก็เจอแต่ข่าวต่อต้าน immigrants (ซึ่งบางคนมันก็น่า.. จริง) อังกฤษมีปัญหาคนหลบหนีเข้าเมืองมาก ๆ ไม่รู้กี่หมื่นต่อปี ยิ่ง EU เปิดชายแดนแบบนี้ ไปไหนมาไหนก็ง่ายโคตร

ล่าสุดนีเค้าจับชาวตะวันออกกลางหลายคน ทำกันเป็นล่ำเป็นสัน คือเอาพวกไปดักรอกันแถว ๆ ท่าเรือ โกดังสินค้า ฯลฯ (ในข่าวที่ไปดักขึ้นมาจากฮอลแลนด์) เพื่อรอรถบรรทุก พอรถชลอ ๆ ก็วิ่งเข้าไปเปิดประตูหลัง ปีนเข้าไปในตู้คอนเทนเนอร์ และหลบอยู่ในนั้น พอรถบรรทุกมาถึงเกาะอังกฤษก็พาหลบกันออกมา

Image From Daily Mail UKRead full article by DailyMail.co.uk here

จุดตรวจเค้าตรวจรถบรรทุกสินค้าพวกนี้ 2 ใน 3 คันโดยประมาณ บางคันก็ไม่ได้ตรวจ เห็นว่าคนขับรถบรรทุกก็มีเอี่ยวด้วย ข่าวไม่ได้บอกว่าได้เท่าไหร่ แต่ถ้าโดนจับได้ เจอค่าปรับ 2,000 ปอนด์ต่อคนหลบหนีเข้าเมืองหนึ่งคน ขนมา 10 คนก็คูณไป (แปลกใจที่ไม่โดนหนักกว่านั้น)

คนอังกฤษเดือดดาลมาก ไม่ชอบใจมาก ๆ เกี่ยวกับคนหลบหนีเข้าเมืองแบบนี้ พาลให้เกลียดคนที่มีรูปร่างหน้าตาแบบตะวันออกกลางไปด้วย เพื่อนฉันคนหนึ่งไปทำงานอยู่อังกฤษแค่เกือบ ๆ ปี กลับมาเบลเยี่ยมก็บอกว่าอึดอัดบอกไม่ถูก เหมือนคนมองแบบมันเป็นผู้ก่อการร้ายหรือเป็นอาชญากร มันบอกว่าเซ็งมาก เพราะไม่ใช่ความผิดมันซักหน่อยที่หน้าเป็นตะวันออกกลาง (“โมครัน” มีเชื้อสายอียิปต์ แต่เกิดที่ปารีส พูดฝรั่งเศสตั้งแต่เกิด และภาษาที่สองถึงเป็นภาษาถิ่นของครอบครัวตนเอง พ่อของโมครันเป็นหมอ แม่เป็นทนายความ โมครันไม่เคยออกนอกยุโรปตั้งแต่เกิดมา)

เมืองดินองต์

เมืองดินองต์ ฝั่งวัลลูเนีย

วันนึงโมครันกลับบ้าน เจอหน้าประตูคนเอาสเปรย์มาพ่นว่า “Paki get out!!” มันก็งงเลยดิ อะไร ใคร ปากีฯ แล้วถ้าตูเป็นปากีฯจริงแล้วจะทำไมฟระ มันโมโหมาก พองานหมดสัญญามันรีบกลับมาเบลเยี่ยมเลย เพราะใกล้ครอบครัวมากกว่า (ครอบครัวยังอยูปารีส) และที่สำคัญสบายใจกว่า

แต่ก็ไม่ใช่แค่ที่อังกฤษนะ “เซ็บ”เพื่อนที่ทำงานฉัน เป็นคนเบลเยี่ยมแท้ ๆ แต่มาจากฝั่งวัลลูน (พูดฝรั่งเศส) แต่ทำงานที่บรัสเซลส์ แฟนเซ็บเป็นหมวยฮ่องกงที่ไปเกิดที่ฮอลแลนด์ เลยเป็นอาหมวยที่พูดดัชท์เป็นภาษาแม่ และกวางตุ้งเป็นภาษารอง เนื่องจากทั้งคู่ทำงานที่บรัสเซลล์ แล้วเซ็บมันก็ไม่ค่อยชอบ ลิเอจ บ้านเกิดเท่าไหร่ ทั้งคู่เลยซื้ออพาร์ทเมนต์ที่ วิลวัลเดอร์ ซึ่งอยู่ในจังหวัดฟลามส์บราบัน เหมือนกัน (จริง ๆ บรัสเซลล์ก็อยู่ในฟลามส์บราบันนะ แต่ดันพูดฝรั่งเศส เรื่องนี้คนเฟลมมิ่งเคืองมากมาย)

เอาเถอะ..

วันนึงเซ็บกลับบ้าน เปิดประตูมา เจอบัตรสนเท่ห์ “ไอ้พวกวัลลูน กลับบ้านไป!” เซ็บ งง ทั้งงงทั้งโกรธว่าเฮ้ย มันก็ทำงาน เสียภาษีก็เสีย แล้วนี่ก็เบลเยี่ยม ทำไมมันจะมาอยู่ฝั่งฟลานเดอร์สไม่ได้ล่ะ แฟนมันก็ถอนหายใจแล้วบอกว่า “เพราะยูพูดดัชท์ไม่ได้ไงเซ็บ..”

เซ็บเข้าใจภาษาดัชท์ แต่พูดไม่คล่อง แล้วทุกครั้งที่พยายามพูดดัชท์ อีกฝั่งจับสำเนียงฝรั่งเศสได้ ก็พูดฝรั่งเศสกลับอยู่ดี (เกือบ ๆ 70% ของคนเบลเยี่ยมฝั่งฟลานเดอร์สพูดฝรั่งเศสได้อยู่แล้ว) เซ็บก็เลยไม่ได้เรียนซักที “พอชั้นพยายามพูดดัชท์ก็ไม่ยอมให้ชั้นพูด แล้วจะมาไล่ให้ชั้นกลับไปอยู่ฝั่งนู้น บ้าจริงๆ เซ็งว่ะ”

ยังไงก็พยายามเข้านะ ไอ้มดแดง…

+ things เบลเยี่ยมๆ

Sunday, January 18th, 2009

integration course หรือ คอร์สปรับตัวที่ต้องเรีียน ใกล้จะจบแล้ว เหลืออีกแค่สองครั้งเอง (ดีใจ)

จากที่(จำใจต้อง)เรียนมาร่วมสามเดือน ได้รู้อะไรใหม่ ๆ เกี่ยวกับเบลเยี่ยมเยอะ บางอย่างก็ทำให้เราคิดว่า เออ ดีนะ ประเทศนี้ แต่หลายอย่างก็แบบ “เฮ้ย จะบ้าเปล่า”

หนึี่งในหลาย ๆ เรื่องคือเรื่องคนแอนท์เวิร์ป และสถานการณ์ผู้อพยพ (ที่ทั้งเป็นผู้ลี้ภัยสงคราม และผู้เข้ามาแสวงโชค หางาน หาเงิน ในเบลเยี่ยม แบบถูกกฎหมายมั่ง ไม่ถูกกฎหมายมั่ง)  จริงๆ แล้วแอนท์เวิร์ปมีคนต่างชาติแทบจะมากกว่าคนแอนท์เวิร์ปอีก ตัวอย่างเมื่อไม่กี่เดือนมานี้ โรงหนังแห่งหนึ่งที่แอนท์เวิร์ป ฉายหลังอาหรับ และหนังบอลลีวู้ด อินเดียมากกว่าหนังฮอลลีวู้ด และหนังยุโรปด้วยซ้ำ

Antwerp เป็นเมืองใหญ่อันดับสองของเบลเยี่ยมค่ะ
อากาศก็เหมือนเบลเยี่ยมทั่ว ๆ ไปอะค่ะ
ประเทศ เล็กมากนะคะ ถ้าเทียบกับเมืองไทย เบลเยี่ยมก็มีขนาดประมาณไม่กี่จังหวัดของภาคกลางบ้านเรารวมกัน (ถ้าเอา กทม เป็นศูนย์กลาง วาดรัศมีออกไปก็คงไปถึงประมาณชัยนาท ลพบุรี ระยอง ราชบุรี ฯลฯ นั่นคือขนาดของประเทศเบลเยี่ยม)

ant-1

Photo by : erroba

ที่อยู่อาศัย ส่วนมากคนจะอยู่อพาร์เมนท์ขนาดหนึ่งหรือสองห้องนอนเป็นอย่างน้อย (แบบว่าต้องมีครัวแยกต่างหาก ห้องนอนแยกจากห้องนั่งเล่่น) บางคนก็แชร์กันอยู่ (ถ้ามีหลายห้องนอน – เทียบกับบ้านเราก็คงเรียกว่า คอนโด แต่คนที่นี่เค้าเรียกรวม ๆ กันหมดว่าอพาร์ทเมนท์ หรือ แฟลต) บ้านนี่ถือว่าน้อยมาก ถ้าเป็นบ้านก็จะเป็นลักษณะแบบที่บ้านเราคงเทียบได้กับทาวน์เฮาส์ คือติด ๆ กัน อย่างที่บอกเบลเยี่ยมไม่ใหญ่ ที่ก็เลยแพงมาก ๆ ๆ โดยเฉพาะเมืองใหญ่ ๆ

แอนท์เวิร์ปมีปัญหาเรื่องผู้อพยพมาก เพราะทุกอย่างต้องใช้เงินทั้งนั้น ผู้อพยพที่นี่ ถ้ามาอย่างถูกกฎหมาย (เช่น ลี้ภัยสงคราม, แต่งงานกับผู้ลี้ภัยด้วยกันที่มีสิทธิ์อาศัยในเบลเยี่ยม ฯลฯ) ถ้าไม่มีงานทำ หรือไม่สามารถทำงานได้ ยังได้เงินช่วยเหลือจากรัฐบาลอีกเดือนละประมาณ 2-3 หมื่นบาท (สำหรับเบลเยี่ยม เงินจำนวนนี้ไม่เยอะ ถ้ามีครอบครัวต้องเลี้ยงดู ยังไงก็ไม่พอ) แต่ด้วยความที่ระบบมันโกงง่ายมาก ชาวต่างขาติบางกลุ่มก็พากันย้ายเข้ามาอยู่อาศัย และไม่ทำงาน (ถึงแม้จะมีสิทธิ์ทำงานได้) รอรับแต่เงินช่วยเหลือ เมื่อไม่ทำงาน ก็ไม่เสียภาษี เมื่อไม่เสียภาษี รัฐบาลก็ไม่มีรายได้ เป็นวงจรแบบนี้ไปเรื่อย ๆ นี่ยังไม่นับชาวดัชท์ และรัสเซีย โปแลนด์ ฯลฯ ก็พากันเข้ามาอยู่ในแอนท์เวิร์ปนะ

ant-21

ชาวต่างชาติที่เข้ามาอาศัยในแอนท์เวิร์ป (แอนท์เวิร์ปเป็นเมืองยิวก็ว่าได้ เศรษฐกิจส่วนใหญ่อยู่ในมือของชาวเบลเยี่ยมเชื้อสายยิว ธุรกิจที่สร้างชื่อและสร้างเงินให้แอนท์เวิร์ปมาก นอกจากท่าเรือขนส่งสินค้าแล้วก็คือ “เพชร” แต่ตอนนี้แอนท์เวิร์ปเริ่มมีปัญหา เพราะธุรกิจเพชรค่อย ๆ ย้ายไป ดูไบ กันแทบทั้งนั้น, นอกจากชาวยิวแล้วก็เป็นชาวตะวันออกกลาง (ส่วนมาก เป็นชาวโมรอคโค และ ตุรกี)
Photo by : louisahennessyvikinghorns
ant-2

รูป : แฟลตทั่ว ๆ ไปในเบลเยี่ยม
credits : bhoshmer, celesteh, travis_nelson

อพาร์ทเมนต์แบบห้อง “สตูดิโอ” แบบหอพักนักศึกษาแบบบ้านเราเนี่ย ไม่ค่อยมี หรือมีแต่น้อย เมืองไทยถึงไม่มีครัวก็อยู่ได้ เพราะกินชายสี่หมี่เกี๋ยวนอกบ้านทุกวันก็ชามละ 20-30 บาท แต่ที่นี่ กินนอกบ้านทุกวัน ตายแน่ ๆ (ถึงจะกินอะไรที่ถูกที่สุดแล้วก็ตาม) เลยจำเป็นต้องมีครัวไว้ทำกับข้าวง่าย ๆ กินเอง (ไม่พ้นสปาเก๊ตตี้) มีส่วนสำหรับนั่งดูทีวี ทำงาน(โต๊ะคอม) โซฟา โต๊ะกินข้าว นี่คือเบสิค แต่ส่วนมากแล้วแฟลตจะมีสองถึงสามห้อง (แต่มีห้องน้ำเดียว ครัวเดียว วางโต๊ะกินข้าวซักตัว แล้วใช้รวมกัน โดยมากแล้วถ้าเป็นนักเรียน จะอยู่กันแบบนี้ บางคนก็เช่าบ้านทั้งหลังรวมกัน แล้วแชร์ค่าน้ำค่าไฟ ค่าเช่าบ้าน)

คนแอนท์เวิร์ป คนเบลเยี่ยมจากเมืองอื่นมักไม่ค่อยชอบ เพราะคนแอนท์เวิร์ป (ที่มาจากแอนท์เวิร์ปจริงๆ ไม่ได้เพิ่งย้านไปอยู่) มีชื่อเรื่องการวางตัวเป็นโฮโซ พูดจาอวดดี ภูมิใจว่ามาจากแอนท์เวิร์ปแล้วคิดว่าคนจากเมืองอื่นนั้นต่ำกว่า (อันนี่เราไม่ได้พูดเองนะคะ เพื่อนคนเบลเยี่ยมหลาย ๆ คนบอกมาแบบนี้ แม้แต่เพื่อนคนดัชท์ที่อยู่ Bergen op zoom ที่ไม่ไกลจากแอนท์เวิร์ปมาก ก็พูดแบบนี้ ฉันก็ได้แต่ฟังไว้เฉย ๆ)

ตนที่นี่เราเรียกลักษณะแบบนั้นว่าพวก thick neck (ไม่รู้เกี่ยวอะไรกับ “คอหนา” 555) ตัวอย่าง : เมื่อปีก่อนมีรายการเกมส์โชว์บนทีวี ให้คู่รักไปช่วยกันซ่อมแซมตกแต่งบ้าน แต่ละปีก็จะเปลี่ยนไปแต่ละเมือง ปีที่แล้วเค้าไปจัดกันที่ โอสเต็นด์ (Oostende) คู่หนึ่งที่มาจากแอนท์เวิร์ป เมื่อถูกเอาผ้าปิดตาไปปล่อยที่ โอสเต็นด์ (คือเค้าจะไม่บอกว่าที่ไหน แต่ให้เดาเอาเองว่านี่มันที่ไหน)

ผู้หญิงก็บอกว่า “นี่ที่รัก ดูเหมือนว่า เราจะอยู่ใน “เมือง” (some city) อะไรซักอย่างนะ” ( city = เมือง, town = เมืองก็เล็ก ๆ ประมาณว่าอำเภอบ้านเราอ่ะ)

ผู้ชายก็หันมาบอกว่า “อะไรเธอ “เมือง” อะไร เธอก็รู้ว่าเบลเยี่ยมมีอยู่ “เมือง”เดียวเท่านั้นแหละ” (เค้าหมายถึง แอนท์เวิร์ป) ดูดิ ขนาด บรัสเซลส์ คนแอนท์เวิร์ปยังไม่นับเลยอ่ะ คือนับชาวบ้านเค้าเป็น town  หมด

เล่าให้ฟังขำ ๆ นะ อย่าคิดมาก :-)

มีเพื่อนมาจากแอนท์เวิร์ปหลายคน ทุกคนน่ารักนิสัยดีหมด แต่พวกนี้เป็นพวกแบกเป้ พวกเที่ยวเยอะ เจอคนต่างชาติ พบคนใหม่ ๆ เยอะ โดยธรรมชาติแล้วก็เลยจะแบบ “อะไรก็ได้” แล้วเข้ากับคนอื่นง่าย เป็นมิตรมาก ๆ (นั่นก็แสดงว่า ไม่ใช่ว่ามาจากแอนท์เวิร์ปแล้วจะ”กวนทีม” ทุกคน มันอยู่ที่ว่าสภาพแวดล้อมเค้าเป็นอย่างไรมากกว่า)

lim-1

lie-2
lim-21

จังหวัดลิมเบิร์กหน้าหนาว, คอนเสิร์ตปุกเกิ้ลป็อป ที่จังหวัดลิมเบิร์ก
credit : nikjanssen, bart claeys

ส่วนคนจากแถว ๆ ลิมเบอร์ก (ฝั่งตะวันออกของเบลเยี่ยม ติดชายแดนฮอลแลนด์) คนเบลเยี่ยมมักจะล้อเลียนคนจากจังหวัดนี้ตลอดเวลา ด้วยความที่สำเนียงเค้าช้าาาาาา มากกกกก แต่คนจังหวัดนี้เป็นที่รู้จักว่ามีนิสัยกันเอง ๆ ง่าย ๆ ใจดี จริงใจ (แบบที่คนบ้านเราเรียกว่า “คนบ้านนอกซื่อๆ”)  แฟนข้าพเจ้าก็มีรากมาจากลิมเบอร์ก แต่ไม่ได้โตที่นั่นก็เลยไม่มีสำเนียงช้า ๆ เนิบ ๆ เหมือนญาติคนอื่น ๆ ที่ยังอยู่ลิมเบิร์ก

คนเบลเยี่ยมมีเรื่องโจ๊กเล่ากันว่า
“เฮ่ย รู้ป่าวคนจังหวัดไหนที่สัตว์เลี้ยงที่มีชื่อยาวที่สุดในโลก”
“เออ ไม่รู้ว่ะ จังหวัดไหนเหรอ”
“ลิมเบิร์ก”
“ทำไมวะ สัตว์อะไรของเอ็ง”
“อ้าว ก็ -หมาาาาาาาาาาาา-ไง”

นั่นคือสำเนียงคนลิมเบิร์ก :-) (เค้าล้อกันเล่น แต่แอบจริง)

แต่สมัยนี้ลิมเบิร์กมันไม่ใช่บ้านนอกแล้วนะ เริ่มจะ “ฮิป” แล้ว (แต่สำเนียงยังช้าเหมือนเดิม) คอนเสิร์ตหลาย ๆ คอนเสิร์ตก็ไปจัดกันที่ลิมเบิร์ก เช่น Pukkelpop (แปลว่า คอนเสิร์ต “บีบสิว” มีแต่วัยรุ่น ๆ เด็ก ๆไปเย้วๆ กัน คอนเสิร์ตใหญ่มาก จัดทุกปี จัดทีก็หลายวัน เอาเต๊นท์ไปกางนอนกันเลย)

อีกที่ที่อยากจะพูดถึงคือ จังหวัด “ลิเอจ”ในฝั่งวัลลูน

คนฝั่งฟลานเดอร์ส ไม่ค่อยลงรอยกับ ฝั่งวัลลูนนัก เพราะฝั่งวัลลูนใช้เงินส่วนกลาง(จากคลังประเทศ) มาก และสร้างรายได้น้อย ทั้ง ๆ ที่เคยมั่งคั่งมาก่อน พอเหมืองปิดตัวไป ก็จนลงอย่างฮวบฮาบ เรียกว่าถ้าขับรถจากฝังฟลานเดอร์ส (พูดดัชท์) ไปฝั่งวัลลูน (พูดฝรั่งเศส) จะเห็นความแตกต่างชัดเจน ฝั่งวัลลูนดูค่อนข้างทรุดโทรม โรงงานที่เคยสร้างงานจำนวนมาก แต่ต้องปิดตัวลงก็ถูกปล่อยรกร้าง บ้านช่องก็ไม่ค่อยได้บำรุงรักษากันเท่าไหร่ (พูดถึงเฉพาะบางจังหวัดนะ) ถ้าเป็นคนเบลเยี่ยมอยู่เอง บ้านจะดูดีหน่อย เพราะซ่อมบ้านที รัฐบาลก็ช่วยออกเงินอย่างน้อยก็ครึ่งหนึ่ง คนเบลเยี่ยมเลยชอบที่จะซ่อมแซมบ้านกันอยู่เรื่อย ถ้าเป็นผู้อพยพ ไม่มีสิทธิ์ตรงนี้ก็ต้องอยู่บ้านโทรม ๆ ไป

lie-1

photo by : peter ih

ใครคิดว่าที่นี่ไม่มีคนจน ต้องคิดใหม่ เพราะคนจนนั้นมี มีเยอะด้วย แต่ว่ายังได้ความช่วยเหลือบางอย่างจากรัฐฯ บางคนก็ไม่ได้จนจริง แค่ขี้เกียจและเห็นว่ามันง่ายดีที่อยู่บ้านเฉยๆ ก็ได้เงิน ก็เลยพลอยไม่ได้ทำงานกันทั้งบ้าน เด็ก ๆ ก็ไปเรียนกันแค่ถึงอายุ 11-12 แล้วเลิกเรียน พอไม่มีการศึกษาก็หางานทำไม่ได้ ไม่มีงานก็ไม่มีเงิน ไม่มีเงินก็ไม่เสียภาษี วงจรเดิม ๆ อีก เบลเยี่ยมจ่ายเงินตรงนี้ (welfare หรือ รัฐสวัสดิการ) เยอะมากกกกกกก ปีที่แล้วใช้ไปตั้งหมด 500 ล้านยูโร! (คูณ 50 ไปดิ กี่ล้านบาท)

พูดแล้วเครียด ตอนนี้รัฐบาลเบลเยี่ยมใกล้จะถังแตกเต็มที นี่ก็เห็นว่าจะออกกฎใหม่ ๆ กันอีกแล้ว ไม่งั้นเงินไม่พอใช้ใน รัฐสวัสดิการ นี่แหละทำให้คนที่ทำงาน เสียภาษีที่นี่ไม่พอใจ ทำงานแทบตาย ภาษีก็แพง วันหยุดก็ไม่ได้เยอะมากมาย แต่คนไม่ได้ทำงาน อยู่บ้านเฉย ๆ กลับได้เงิน (ถ้าทำงานไม่ได้จริง ๆ ก็ว่าไปอย่าง เช่น ป่วย พิการ ชราภาพ ฯลฯ) แต่เชื่อเถอะ บางคนไม่ได้อยู่ในขอบข่ายที่น่าจะได้เงินช่วยจากรัฐเลย (แต่ก็ยังได้ ) เพราะระบบมันโกงง่ายอย่างว่า..