
ขออนุญาตย้ายไปที่หน้าพูดคุยเรื่องวีซ่าเบลเยี่ยมต่างหากเลยนะคะ
http://www.beebah.net/visabelgium/visabelgium/
+ 7 พฤศจิกายน 2552
จริง ๆ แล้วทำ blog ไว้ก็เพื่อกลับมาอ่านเอง เก็บไว้เป็นความทรงจำ และบางเรื่องก็อาจจะมีประโยชน์สำหรับคนที่สนใจ
ด้วยความที่เป็นคนชอบเที่ยวมากกกก ก็กะว่าไปไหนมาก็จะเขียนไว้เรื่อย ๆ เผื่อว่าใครอยากจะไปตามรอย ก็จะได้มีข้อมูล อิจฉาที่เว็บภาษาอังกฤษมีข้อมูลมากมาย แต่ภาษาไทยกลับไม่ค่อยมี เป็นเหตุให้เริ่มเขียนเรื่องท่องเที่ยวเมื่อหลายปีมาแล้ว
จริง ๆ ก็ไปมาเยอะแล้วแต่บางทีก็ไม่ได้เขียน เพราะเอาเข้าจริง ๆ ก็ขี้เกียจมั่ง เหนื่อยมั่ง
ยังไงก็เดินเล่นตามสบายนะคะ
ใบไม้เริ่มร่วงแล้วนะเนี่ยที่เบลเยี่ยม..
+ วีซ่าเบลเยี่ยม..
+ Coming soon
- hmmmmm... nothing yet for now :-)
+ โพสต์มาหมาด ๆ
- + ปารีส โอ้ละหนอ day 1
- + บ้าน บาน ๆ และ อาหารแช่แข็ง (รูปตรึม)
- งง!! กับคนข้างบ้าน
- แบบฟอร์มเชงเก้นวีซ่า (ฉบับภาษาไทย)
- พาเที่ยว Tongeren เมืองที่เก่าแก่ที่สุดของเบลเยี่ยม ^^
- +homeless and freakin’ tired
- + คริสเตียน เลนาร์ดส์..
- + The myth : ทำงาน หางาน ในเบลเยี่ยม (updated)
- ความรู้ใหม่เรื่อง ID card ของคนต่างด้าวในเบลเยี่ยมค่ะ
- ลาลับกับเมืองจีน
- Expect unexpected..
- + ร้อนแล้วอ่ะ..
- + เชงเก้นวีซ่า วีซ่าสู่ยุโรป 25 ประเทศ
- + สัปดาห์แห่ง happenings
- + ไปเรียนภาษาดัชท์ : ผู้รอดชีวิต, เรียนภาษาดัชท์ที่เบลเยี่ยม
+ เมนท์กันหมาด ๆ
- rin on + บันทึกการเดินทาง
- แอน on + วีซ่าเบลเยี่ยม
- jeabja on + วีซ่าเบลเยี่ยม
- ple ka on + วีซ่าเบลเยี่ยม
- nina on + วีซ่าเบลเยี่ยม
- nina on + วีซ่าเบลเยี่ยม
- +Bee on + วีซ่าเบลเยี่ยม
- กุ้ง on + วีซ่าเบลเยี่ยม
- pat on + วีซ่าเบลเยี่ยม
- suchada sorapukdee on + อะเบาท์มี
- A on + ไปเรียนภาษาดัชท์ : ผู้รอดชีวิต, เรียนภาษาดัชท์ที่เบลเยี่ยม
- ploynice on + อะเบาท์พลอย
- Third on + อะเบาท์พลอย
- lip on + อะเบาท์มี
- กุ้ง on + วีซ่าเบลเยี่ยม
+ โพสต์ตามหมวดหมู่
- ข้อมูลนักเดินทาง (4)
- นอกเรื่อง (11)
- มายไลฟ์@เบลเยี่ยม (30)
- วีซ่า (8)
- สะพายเป้เอเชีย (27)
- จีน (1)
- ลาว (9)
- หลวงพระบาง(2545) (9)
- สะพายเป้เที่ยวไทย (3)
- สิงคโปร์ (1)
- อินเดีย (5)
- เอเชียกลาง (1)
- แบกเป้ in ยุโรป (22)
- อิตาลี (1)
- เบลเยี่ยม (15)
- เยอรมนี (2)
- เวียนนา,ออสเตรีย (2)
+ คลังเก็บโพสต์เก่า
- November 2009 (3)
- October 2009 (2)
- September 2009 (1)
- August 2009 (3)
- July 2009 (3)
- June 2009 (6)
- May 2009 (2)
- April 2009 (1)
- March 2009 (4)
- February 2009 (1)
- January 2009 (4)
- December 2008 (3)
- November 2008 (2)
- October 2008 (1)
- September 2008 (3)
- July 2008 (2)
- April 2008 (2)
- March 2008 (3)
- January 2008 (1)
- December 2007 (2)
- November 2007 (2)
- October 2007 (1)
- August 2007 (6)
- July 2007 (4)
- June 2007 (2)
- May 2007 (2)
- April 2006 (1)
- February 2004 (1)
- September 2002 (5)
- August 2002 (4)
All mine
เพื่อนบ้าน
- + 50footcat
- + 9MOT ท่องเที่ยว ถ่ายภาพ
- + Clinton’s blog
- + E s c R i B i T i o N i S t
- + Eat-aholic
- + Let’s talk about Culture Gap!
- + ดีเจน้ำมนต์
- + นิ้วกลม
- + บล็อกนู๋ชมพู่
- + สนุกประเทศ
- + หลักสูตรเรียนภาษาดัชท์ในเมืองไทย (ไม่รู้คุณภาพนะตะ) เจอลิงค์มาเฉย ๆ
- + เ ดิ น ไ ป เ รื่ อ ย
- + เรื่องของเฮีย
- + แบกเป้เที่ยวกับเฮียเพ็ด
- + แอมาซอนไทย
ใช้บ่อย
twitter
- RT @Wired 10 Years After: A Look Back at the Dotcom Boom and Bust http://bit.ly/dfDBwe about 18 hours ago from Twidget
- ในขณะ(ได้ข่าวว่า)ที่เมืองไทยร้อนตับแลบ เบลเยี่ยมเช้านี้ ยังคงติดลบ 3 องศาเซลเซียส แต่แดดออกดีมาก น่าไปเล่นสกี about 20 hours ago from Twidget
- Facebook เตรียมฟีเจอร์ Location sharing /FB users 100 ล้าน(จากทั้งหมด 400 ล้าน) ใข้ Mobile เข้า FB เป็นประจำ http://bit.ly/8ZSnxF about 20 hours ago from Twidget
- 5 Things That Can Make (or break) A Killer Website Design http://bit.ly/agx7BN 09:02:11 PM March 09, 2010 from TweetDeck
- RT @TopsyRT: Mobile advertising research shows WinMo performs better than iPhone http://bit.ly/dafb43 06:54:04 AM March 09, 2010 from mobile web
- Mapping the global growth of the internet since 1998 : http://news.bbc.co.uk/2/hi/technology/8552410.stm #internet #statistics 10:41:41 AM March 08, 2010 from Twidget
- How to reply an insulting e-mail from client http://www.zefrank.com/punc/ 12:12:00 PM March 07, 2010 from web
- Adobe and the future of multitouch http://youtu.be/a_xt5hgdYRA 05:48:31 PM March 06, 2010 from web
- RT @ibluecosmos: ใครใช้ iPhone อยู่ RT หน่อยครับ< ใช้อยู่ค่า 08:40:42 AM March 06, 2010 from web
- Coffee Cup Illustrations by Boy Obsolete http://bit.ly/drB71M #graphic #design 07:50:20 AM March 06, 2010 from web
- Powered by WordPress Twitter Widget Pro
+ ก้อนเมฆ tag
Legal Stuff
หากต้องการนำข้อมูลใดๆ ไม่ว่าจะเป็นข้อความหรือรูปภาพ กรุณาแจ้งให้ทราบพอเป็นมารยาท : คุณมีสิทธิ์นำไปใช้ได้ แต่ต้องให้เครดิตกลับมาที่เว็บนี้ค่ะ

ข้อมูลและภาพประกอบที่สร้าง โดย Chaleerat Ng. บนเว็บไซต์ beebah.wordpress.com และ beebah.net เผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ แบบแสดงที่มา (by) 3.0 ประเทศไทย. อ่านสัญญาฉบับเต็ม [คลิก]
ครีเอทีฟคอมมอนส์คืออะไร?
ดู vdo บน youtube [คลิก] vdo จัดทำโดย
รายการแบไต๋ ไฮเทค
21 Comments
รบกวนขอรายชื่อโรงพยาบาลสำหรับตรวจร่างกายที่สถานทูตรับรองหน่อยค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ไม่ได้เก็บไว้ค่ะ ต้องขอจากทางสถานฑูตนะคะ มันจะเป็น list โรงพยาบาล พร้อมรายการที่ต้องตรวจด้วย รายการที่ว่านี้ต้องนำไปยื่นที่โรงพยาบาลค่ะ
สวัสดีงามงามครับ พี่+bee.
พี่+bee bobro จะไปยืนขอวีซ่าอีกครั้งครับ แค่ครั้งนี้ ขอไปแค่20 วันเท่านั้นเองครับ .
เอกสารใช้เอกสารแบบเดิมทั้งหมดเลยครับ
แต่เพิ่มใบจดหมายเชิญไหม่ และเขียนแนะนำเกี่ยวกับตัวเราว่าจะไปทำอะไรที่ไปวันไหนกลับวันไหน และไปทำอะไร.
และเรื่องที่หว่งมากตอนนี้คือ พะเอินน้อง ย้ายคณะเรียนกลับไม่มีหน่วยกิดเลย เพราะตอนแรกไปยืนใบรับรองจากมหาลัยมีหน่วยกิตทางสถานทูตบอกว่าอีกนานกว่านุจะจบเขากลัวหนุจะไม่กลับมาเรียนต่อตอนนี้ยิ่งไม่มีเลยแล้วจะทำยังไงดี.
ครั้งก่อน ผม ขอ ไป 90 วัน ผมคิดว่ามันจะมากไปสำหรับผมเป็นนักศึกษาอูย่ตอนนี้ ผมเลยขอ20 วันเองครับ .
และตอนนี้กลัว วันไปยืนกลัวเป็นคนเดิมสัมภาษอ่ะครับ.555+ เขาถามน่ากลัวมากแบบกดดันเรา55+.
ออขอบคุณblong นี้ มากเลยคราบบบบ .
ทำไห้ผมเตียมเอกสารเองได้ทุกอย่างเลยครับ โดยไม่ต้งจ้างคนเตียมไห้ 555+
สวัสดีครับเดียวผมเอาข่าวดีมาบอกว่าผมได้วีซ่าแล้ว
ขอให้โชคดีนะคะ ฟังดูน่าเหนื่อยจริงๆ (-_-”)
คุณBee ค่ะ
จะส่งลูกสาวไปเรียนที่เบลเยี่ยม หลังจากจบ ม. 6 เพราะว่าเค้าเคยไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน AFS ช่วง ปี2008-2009
จะจบ ม.6 ช่วงเดือนมี.ค 2010 นี้ จะต้องทำอย่างไรบ้างค่ะเอกสารที่ใช้เหมือนตอนที่ไปกับ AFS มั้ย เพราะ Host mom ที่เบลเยี่ยม ต้องการให้กับไปเรียนมหาลัยที่นู่น
โหะๆ มะวานไปขอวีซ่ามาเกิดอาการโมโหนิดๆ
ก็จะอะไรซะอีกหละ จากอุดรไปถึงกรุงเทพ ก็ตี 5 ไปนั่งรออยู่หน้าอาคารสาทรซิตี้จนถึง 6 โมงเช้าก็มีวินมอไซค์คนนึงเข้ามาถามว่ามาทำอะไร ไอ้เราก็บอกไปว่ามาทำวีซ่า เค้าก็คงจะหวังดีเค้าก็ถามต่อว่ากรอกเอกสารมาเรียบร้อยแล้วหรอ
เราก็บอกว่ายังกรอกไม่ครบเพราะว่าแปลไม่ออกเป็นบางอันก็เลยกะว่าจะมากรอกเพิ่มที่สถานทูตเผื่อว่าเค้าจะมีฟอร์มที่แปลเป็นภาษาไทยเป็นตัวอย่าง แต่แล้วพี่วินเค้าก็เลยบอกว่าสถานทูตเค้าให้ไปกรอกเอกสารที่ ออฟฟิสที่อยู่ในสาทรซอย 2 เค้าบอกว่าเค้าก็ไปกรอกเอกสารจากที่นั่นทุกคน เราก็เลยถามว่าทำไมต้องไปกรอกที่นั่น ไปกรอกที่นั่นแล้วเค้าจะมีตราประทับให้หรอหรือว่าไง สงสัยพี่วินเค้าก็คงไม่รู้แหละแต่ว่าไอ้เราก็เข้าใจว่ามันเป็นกฏที่ต้องไปกรอกเอกสารที่นั่นแล้วถึงจะมายื่นได้ ก็เลยไปที่ออฟฟิสที่เค้าว่า จากเอกสารที่เราเตรียมไปครบทุกอย่าง
เอกสารของคนเชิญก็จะมี
-ตั้งแต่ ก๊อปปี้พาสปอทแฟน+ลายเซ็นต์
-ก๊อปปี้ไอดีการ์ด + ลายเซ็นต์
-ใบ 3 bis
-ใบเงินเดือนย้อนหลัง 3 เดือน หลังหักภาษี
-จดหมายเชิญที่เป็นภาษาอังกฤษและภาษาดัชเนเธอร์แลนด์+ลายเซ็นต์
ต่อมาก็เป็นเอกสารของเราบ้างก็จะมี
-พาสปอทตัวจริง+ก๊อปปี้หน้าที่มีชื่อเราแล้วก็ที่เคยมีแสตมป์เข้าออก ถ้าไม่มีร่องรอยการเข้าออกนอกประเทศก็เอาเฉพาะหน้าที่มีแต่ชื่อเรานั่นแหละ
-ก๊อปปี้บัตรประชาชน
-ก๊อปปี้ทะเบียนบ้าน
-แบบฟอร์มขอวีซ่า
-รูปถ่ายกับแฟน (ถ้ามี)
-รูปถ่ายขนาด 2 นิ้ว พื้นหลังเป็นสีขาวเท่านั้น 2 รูป
-อีเมลที่ติดต่อกันก็ปริ้นเฉพาะหน้าอินบ๊อกซ์ ( ถ้ามีการติดต่อกันทางอีเมล )
-ใบจองตั๋วเครื่องบิน
-ก๊อปปี้สมุดบัญชี (ไม่มียอดเงินก็ก๊อปปี้แนบๆยื่นไปงั้นแหละ อิอิอิอิ)
-แล้วก็เอกสารอื่นๆที่เอาไปเผื่อ เผื่อว่าเค้าจะแกล้งเราให้เอาเอกสารมายื่นเพิ่มหลายๆรอบเราก็เลยเอาทั้งเอกสารของลูก,แม่แล้วก็ของน้องเอาไปหมดเลยเอาทั้งก๊อปปี้ทั้งตัวจริงไป
แต่ว่าก็อย่างว่าแหละไปนั่งอยู่ในออฟฟิสที่พีวินเค้าแนะนำแล้วพนักงานที่ออฟฟิสเค้าก็มาช่วยดูอกสารช่วยกรอกข้อมูลแล้วเค้าก็แนะนำนั่นนี่ไหนจะทั้งแนะนำให้ทำใบจองตั๋วกับเค้าแล้วก็นั่งอยู่เป็นชั่วโมงเค้าก็อธิบายให้เราฟังว่าเนี่ยพึ่งจะคบกันได้ไม่นาน ( 3 เดือนเอง ) เค้าก็บอกว่าน่าจะขอไปน้อยๆก่อนถ้าขอไป 90 วันเลยเดี๋ยวมันจะไม่ผ่านเอา เอารอบนี้ให้มันผ่านก่อนแล้วรอบหน้าค่อยขอไป 3 เดือนละกัน เค้าก็กล่อมเราจนเชื่อจนได้เพราะว่าเราเองก็ไม่มั่นใจว่าจะได้วีซ่ามั้ยก็เลยเออ ออ ไปกับเค้า อ๊ะโอเค ขอไปแค่ 45 วันก่อนก็ได้ แล้วเค้าก็มาแนะนำเรื่องตั๋วเครื่องบินที่ทำใบจองไว้ว่าเนี่ยบางทีสถานทูตเค้าจะโทรไปเช็คกับสายการบินแล้วถ้าไม่ได้จองไว้จริงวีซ่าอาจจะไม่ผ่านได้นะ เค้าก็แนะนำให้ทำกับเค้าโดยที่ต้องจ่ายมัดจำ ไว้ที่ 6000 บาทถ้าวีซ่าไม่ผ่านเค้าจะคืนให้ครึ่งนึง
ไอ้เราก็เอาวะไหนๆก็มาแล้วก็เอาไปกับเค้าด้วยก็ทำการจองกับเค้าใหม่แล้วเค้าก็แนะนำในการยื่นเอกสาร เสร็จแล้วเค้าก็คิดตังค์เราปาเข้าไป 11500 บาท โอ้วววแม่เจ้า ค่าอะไรวะเนี่ย
เฮ้อตกกระไดพลอยโจร ก็เลยต้องควักตังค์จ่ายไป เสียรู้เค้าแล้วเรา
พอเสร็จจากที่ออฟฟิส เราก็ถือเอกสารที่เตรียมมานั่นแหละไปที่สถานทูต ขึ้นลิฟท์ไปถึงชั้น 17 เดินออกมาจากลิฟท์ก็จะมีชายแก่คนหนึ่งยืนอยู่หน้าประตูลิฟท์เค้าก็จะร้องทักซะเสียงดังลั่นเลยว่า ” สวัสดีคับบบบ ” ไอ้เราก็หันซ้ายหันขวา อ้าว ไม่มีคนนี่หว่า สงสัยจะทักเรา ก็เลยบอกสวัสดีค่ะเค้ากลับไป แล้วเค้าก็ถามว่ามาทำอะไร ก็เลยบอกไปว่าที่ขอวีซ่า แล้วเค้าก็ให้เซ็นต์ชื่อลงสมุดบันทึกไว้ แล้วเค้าก็บอกว่าเดินไปทางซ้ายมือแล้วก็ไปกดบัตรคิว
จากนั้นเราก็กดบัตรคิว อ๊ะได้คิวเลขสวย 00009 ซะด้วย แต่ไม่รู้ว่าผลวีซ่าจะออกมาสวยอ๊ะป่าว
นั่งรอซักพัก็ถึงคิวเราเพราะตอนนั้นคนยังไม่เยอะ
ก็อาเอกสารไปยื่นให้กับคุณป้าที่นั่งหน้าบึ้งอยู่ในตู้กระจก คำแรกที่เค้าพูดคือ ค่าวีซ่า 2880 บาท
อ๊ะกระเป๋าตังค์เราเริ่มป่วย เพราะควักตังค์จ่ายอีกแระ
2880 บาทหรอ เอ้านี่ เอาไป ( คิดในใจนะไม่ได้พูด อิอิอิ )
เสร็จแล้วคุณป้าเค้าก็เริ่มทำการพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบเอกสารแล้วก็สัมภาษณ์ ว่า ชื่ออะไร มีญาติที่เบลเยี่ยมมั้ย จะไปทำไม ใครเป็นคนเชิญ รู้จักกันนานยัง รู้จักกันที่ไหน รู้จักกันเมื่อไหร่ เคยไปไหนมาทำไมได้เชงเก้น ( เคยไปเยี่ยมแม่ที่นอร์เวย์ ) ลางานนานๆได้อยู่หรอ แล้วลูกจะอยู่กับใคร จะไปช่วงไหน เราก็ตอบคำถามเค้าไปตามนั้นแหละแล้วเค้าก็คืนเอกสารบางอย่างกลับคืนมาให้ ไอ้เราก็สงสัยว่าเค้าไม่เอาหรอหรือว่าเค้าจะแกล้งให้เราเสียเวลานั่งรถเอาเอกสารไปยื่นเพิ่มแล้วก็เลยถามเค้าไปว่าเอกสารนี่ไม่เอาหรอค่ะ เค้าก็บอกว่าไม่เอา
อ้อ อีกอย่างตอนที่เค้าสัมภาษณ์เค้าก็จะจดๆเป็นภาษาดัทช์นั่นแหละค่ะลงในกระดาษ พอเค้าจดเสร็จเค้าก็เอาใบเสร็จรับเงินให้แล้วเค้าก็บอกว่าเดี๋ยวจะมีคนโทรไปแจ้ง แต่เค้าก็ไม่ได้บอกว่าประมาณกีวันเราก็เลยถามไปว่าประมาณกี่วันค่ะ เค้าก็ตอบกลับมาว่า ไม่รู้
เฮ้อ…แต่ก็ยังดีที่เอกสารยื่นเสร็จตอน 10 โมงเช้าเสร็จแล้วเราก็ตีรถกลับมาอุดร…กลับถึงบ้านก็เกือบ สี่ทุ่ม…ไม่รู้ว่าเค้าจะโทรมาสัมภาษณ์อะไรหรือจะโทรมาบอกว่าต้องเอาเอกสารอะไรเพิ่มมั้ย
แต่ก็ยังสงสัยว่าเอกสารถ้าเราเตรียมมาพร้อมแล้วกรอกเรียบร้อย (เว้นไว้บางอันที่ไม่รู้เรื่องเช่น
จากแบบฟอร์มในข้อที่ 18,26,27,28,37,38,39,40,41,42 แล้วก็ 43 เนี่ยมันแปลว่าอะไรหมายความว่าอะไร ก็เลยว่างไว้
เลยทำให้ต้องไปที่เอเจนซี่ ก็หวานเค้าเลยสิคิดค่ากรอกไปซะตั้ง 5500
แล้วถ้าเราจะขอแบบไปเยี่ยมแฟนเค้าก็กรอกให้เราเป็น ท่องเที่ยว ไม่รู้ว่ามันต่างกันป่ะ แต่คิดว่าถ้าได้วีซ่าครั้งนี้ครั้งหน้าจะขอแบบไปเยี่ยมแฟนได้มั้ย หรือต้องเป็นได้แค่ท่องเที่ยวอย่างเดียว
แล้วอีกอย่างขอถามว่าใบจองที่เราทำไปจากที่อุดรมันใช้ไม่ได้จริงหรอ?สถานทูตเค้าจะลงทุนโทรเช็คขนาดนั้นเลยหรอ
ขอคำแนะนำหรือช่วยแปลให้หน่อยค่ะจากแบบฟอร์มตามข้อที่บอกไปก่อนหน้านี้อะค่ะ
อ้อแล้วอีกอย่างค่ะ
คือว่าประกันสุขภาพนะค่ะยังไม่ต้องซื้อค่ะเพราะว่าเจ้าหน้าที่เค้าจะให้เราซื้อก็ต่อเมื่อวีซ่าเราผ่านแล้วเพราะเค้าจะให้เราเอาประกันกับตั๋วเครื่องบินไปรับพาสปอทพร้อมหน้าวีซ่าค่ะ
เนี่ยก็คือประสบการณ์ค่ะ
แต่ยังไงซะก็รบกวนช่วยแนะนำในการกรอกแบบฟอร์มขอวีซ่าให้กับผู้ที่ยังไม่เคยยื่นวีซ่าเองด้วยค่ะเพราะไม่อยากให้ไปเสียเงินฟรีๆเหมือนอย่างกุ้งค่ะ
ประสบการณ์หมาดๆค่ะ …
ยังไงก็ขอให้ทุกคนโชคดีนะค่ะ
ออฟฟิตที่ว่าอยู่ไม่ไกลจากสถานทูตหรอกค่ะเพราะตัวดิฉันเองก็เป็นคนหนึ่งที่โดนกล่อมเหมือนกันให้จองตั๋ว ไอ้เราก็เชื่อคำขู่เพราะกลัววีจะไม่ผ่าน แต่พอได้วีแล้วพี่แกก็ชารจ์ค่าตั๋วซะโหโห เอาแบบไม่ต้องเกรงใจกันเลยเพราะเราดันไปหลงกลมัดจำตั๋วกับเขาไว้แล้วอ่ะ ไม่เอาก็ไม่ได้ทำไงล่ะทีนี้พี่แกเรียกเท่าเราก็ต้องควักแย่อ่ะเสียความรู้สึกอย่างแรง แต่อยากให้เป็นตัวอย่างให้กับคนรุ่นหลังๆว่าเราควรทำไงบ้าง เป็นเพราะดิฉันกลัวไปเองจะไปว่าเขาไม่ได้อ่ะ บทเรียนราคาแพงจริงจริ๊ง
เค้าก็คิดจะหากินแค่ครั้งเดียวอะค่ะ
เนี่ยก็ชาร์จค่าตั๋วซะเวอร์เหมือนกันแต่ก็ไม่เอาตั๋วกับเค้า ยังไง ช่วยบอกต่อๆกันไปเรื่อยๆนะค่ะ จะได้ตัดวงจรการหากินอุบาทจากพวกเอเจนซี่ไปให้หมด
k. กุ้ง บีขออนุญาต เอาข้อความของคุณกุ้งไปแปะเป็น post นะคะ เผื่อคนอื่นที่หลงเข้ามาเรื่องวีซ่าจะได้ระวังกันไว้ค่ะ
เอาเลยค่ะพี่ผึ้ง กุ้งอยากจะเอาทั้งชื่อบริษัทมันไปแปะไว้เลยแหละ
แล้วก็ลืมเล่าเพิ่มเติม
ตอนที่ไปหลงกลทำใบจองกับเค้าอะกุ้งก็ถามว่าถ้าวีซ่าไม่ผ่านหละเค้าก็บอกว่าจะคืน 50% แล้วกุ้งก็ตามต่อไปอีกว่าแล้วถ้าวีซ่าผ่านแล้วไม่เอาตํวด้วยหละเค้าก็เฉไฉบอกว่าเอาไว้ได้วีซ่าก่อนแล้วค่อยมาคุย แล้วกุ้งก็ยังถามอีกว่างั้นช่วยเช็คราคาตั๋วให้หน่อยเค้าก็ยังเฉไฉไปอีกว่าเช็คตอนนี้ราคามันก็ยังไม่คงที่ราคาตั๋วเครื่องบินมันก็เปลี่ยนไปทุกวัน สรุปว่าวีซ่าไม่ผ่านเค้าจะคืนมัดจำ 50% แต่ถ้าวีซ่าผ่านแล้วไม่เอาตั๋วกับเค้าเค้าก็จะไม่คืนเงินส่วนนั้น แล้วราคาตั๋วเค้าก็ชาร์จไปอีกตั้งเป็นหมื่น กุ้งหาตั๋วในอินเตอร์เน็ตได้ พร้อมบิน 32,000 บาท แต่ บริษัทนั่นอะจะขายตั๋วให้ 44,000 บาท หักมัดจำไป 6000 จะต้องจ่ายเพิ่มอีก 38,000 บาท โห สุดๆเลย แฟนกุ้งเค้าก็เลยไม่เอาตั๋วจากเค้าเลยแหละ ถ้าซื้อตั๋วกับเค้าก็เหมือนเอาเงินไปเพิ่มให้เค้าอีกตั้ง 6000 แล้วไหนจะต้องเสียค่าโอนเงินมาให้อีกเค้าก็เลยฉุนเลย **แล้วมันไม่มีเอกสารพวกใบเสร็จรับเงินให้ด้วยอะ แจ้ง สคบ.ไปสคบ. ก็บอกไปแจ้งความ สรุป ก็เอาผิดอะไรไม่ได้ เพราะตำรวจก็ทำงานงั้นๆ
ยังไงก็ช่วยๆเอาไปโพสด้วยค่ะพี่ผึ้งแล้วก็เอาข้อความตรงนี้ไปเพิ่มเติมด้วยนะค่ะ
แหะๆ ลืมไป พี่ผึ้งพอจะอธิบายเรื่องขอวีซ่า ที่ว่าอยู่ด้วยกันแต่ไม่ใช่วีซ่าแต่งงานอะค่ะ จำชื่ภาษาปะกิดไม่ได้
กุ้งเข้าไปอ่านที่ประสบการณ์ขอวีซ่านี้ของพลอยแล้วแต่ก็ยังไม่หายข้องใจเลยค่ะ
อย่างที่กุ้งบอกนะค่ะว่าพึ่งรู้จักกับแฟนได้ 4 เดือนแล้วกำลังจะไปหาแฟนเกือบสิ้นเดือนหน้า แล้วกุ้งกับแฟนก็แพลนกันไว้ว่าหลังจากกลับมาแล้วจะต้องพักพาสปอทไว้สามเดือนแล้วก็จะขอเรื่องไปอีกทีประมาณเดือนเมษายน จะเป็นไปได้มั้ยถ้าหากกุ้งจะขอวีซ่าประเภทนี้ สถานทูตเค้ามีข้อจำกัดระยะเวลาในการรู้จักกันมั้ย เวบของสถานทูตเวอร์ชั่นภาษาไทยที่อธิบายเกี่ยวกับวีซ่าชนิดนี้มีมั้ยค่ะ
อยากจะรู้รายละเอียดคร่าวๆก่อนอะค่ะแต่ยังไงกุ้งก็จะเข้าไปสถานทูตเพื่อสอบถามอีกทีแต่กลัวเค้าจะไม่มีเวลามาอธิบาย
ก็เลยมาแฮก ข้อมูลจากพี่ผึ้งอะค่ะ อิอิอิ
ขอบคุณจ้า
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาตอบคำถามกุ้งนะค่ะ
คุณกุ้งยังขอ Cohabitation ไม่ได้ค่ะ ต้องรู้จักกับแฟน 2 ปีขึ้นไปค่ะ และต้องใช้เวลาอยู่ด้วยกันมาอย่างน้อย 45 วัน
แล้วเค้าจะดูว่าคุณกับแฟนเนี่ยคบกันแบบ Long term จริงจังมั้ย เช่น มีลูกด้วยกัน, เคยอยู่ด้วยกันเกินหนึ่งปีก่อนวันขอวีซ่า ฯลฯ
ไปอ่านเอาจากเว็บสถานฑูตก็น่าจะชัดเจนนะคะ
ถึงเป็นภาษาอังกฤษก็ทน ๆ อ่านเอาหน่อยเถอะค่ะ
มาถึงที่นี่แล้วจะหนักกว่านี้ เพราะอย่าว่าแต่ภาษาไทย
จะหาเว็บของรัฐที่เป็นภาษาอังกฤษก็ไม่มีแล้วค่ะ มีแต่ดัชท์กับฝรั่งเศส
กุ้งอีกแระพี่บี เหอะๆ ที่จริงน่าจะถึงบ้านแระวันนี้แต่ว่าตอนนี้ยังค้างติดแหงกอยู่ที่เบลเยี่ยมอยู่เลยอะ
เครื่องบินมันไม่ยอมบินเหอะๆๆๆไม่รู้จะมีปัญหากะวีซ่าป่ะ
ต้องค้างต่ออีก2คืน ที่จริงควรจะออกจากเบลเยี่ยมตั้งแต่มะวานตอนสามทุ่มครึ่งแต่เครื่องบินเจ๊งแล้วตอนนี้สายการบินก็ทำได้แค่เปลี่ยนการเดินทางให้เปลี่ยนสายการบินให้
สวัสดีค่ะคุณ Bee
เป็นคนหนึ่งค่ะ ที่บริโภคข้อมูลการขอวีซาร์เบลเยี่ยมจากคุณ Bee และก็ทำสำเร็จตามคำแนะนำของคุณค่ะ ต้องขอขอบคุณมากๆๆๆ นะคะ ที่อุตสาต์ เสียเวลานั่งทำเว็ป ให้พี่ๆ น้องๆ ได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งเลยค่ะ รบกวนขอถามหน่อยนะคะ คือพัชกับแฟนคนเบลเยี่ยม รู้จักกันมาประมาณ 5 ปี และคุยกันทางโทรศัพท์และเน็ต ตอนที่ไปขอวีซาร์ ก็ให้ข้อมูลเช่นนี้ค่ะ แต่ขอวีซาร์ระยะสั้น คือไปแค่ 10 วัน เขาให้วีซาร์มา 15 วัน ไปวันที่ 23 ธ.ค.09 กลับกรุงเทพฯ 4 ม.ค.10 และตอนนี้แฟนให้รีบทำเรื่องการขอจดทะเบียนสมรส ก็เลยไปขอแบบฟอร์มจดทะเบียนสมรสที่เบลเยี่ยม พอดีได้อ่านข้อมูลของคุณกุ้งที่คุณBee ตอบว่าจะต้องรู้จักกันอย่างน้อย 2 ปี และจะต้องอยู่ด้วยกันอย่างน้อย 45 วัน กรณีของพัชจะต้องเข้าข่ายทีว่าจะต้องอยู่ด้วยกันก่อน 45 วันหรือไม่คะ เพราะตอนนี้กำลังดำเนินเรื่องการจดทะเบียนอยู่ค่ะ แค่ใบเกิดก็มีปัญหาให้ต้องวิ่งคัดเอกสาร ถึง 3 อำเภอ ให้เวลาไป 1 สัปดาห์แล้วค่ะ เพราะติดปัญหาเรื่อง 1.ชื่อแม่ไม่ตรงกับทะเบียนบ้าน(ตามใบเกิด) 2. ตอนเกิดให้แซ่ แต่ปัจจุบันใช้นามสกุลตามพ่อ (ต้องหาเอกสารรับรองว่าใช้ตามพ่ออย่างไร คือต้องค้นหาทะเบียนบ้านเก่าอ่ะค่ะ เพราะตัวเองไม่ได้เปลี่ยนนามสกุลเอง ก็ไม่มีใบเปลี่ยนนามสกุล) 3.ใบเปลี่ยนชื่อแม่ค่ะ 4.ใบเปลี่ยนชื่อพ่อ 5.ใบเปลี่ยนนามสกุลพ่อ โอ้โหกว่าจะได้ใบเกิดเพื่อจะนำไปรัอบรองเอกสารที่กระทรวง ใช้เวลาเกือบ 1 สัปดาห์ ขอบ่นมาหน่อยนะคะ เผื่อใครคิดเหมือนพัชค่ะว่า เราไม่ได้เปลี่ยนชื่อ ไม่มีใบเปลี่ยนนามสกุลก็คิดว่างายๆ ไม่มีอะไร ที่ไหนได้หนักกว่าคนที่เขามีใบเปลี่ยนอีกอ่ะค่ะ รบกวนคุณBee ช่วยตอบให้หน่อยนะคะ ขอขอบคุณล่วงหน้าค่ะ จะขอไปเป็นสมาชิกที่เบลเยี่ยมอีกคนค่ะ
คุณพัช
ของกุ้งอะจะขอวีซ่าแบบที่ว่าอยู่ด้วยกันแต่ไม่ได้แต่งงานค่ะก็เลยมีกฏแบบนั้นอะค่ะ แต่ว่าแต่งงานเห็นคุณพลอยบอกว่าไม่ยากเท่าวีซ่าที่กุ้งจะขอนะ
แต่ยังไงก็รอให้พี่บีหรือคนที่เค้าทราบมาตอบอะค่ะ
กุ้งก็ผู้บริโภคเหมือนกันอะค่ะ เหอะๆๆ ก็เลยไม่รู้ข้อมูล
ข้อมูลที่รู้ๆก็ตอนที่ไปตลุยเบลเยี่ยมนั่นแหละค่ะว่าเค้าห้ามอุปกรณ์อิเล็กทรอนิก(ของใหม่) ห้ามเอาเข้าประเทศ เพราะว่าตอนนั้นกุ้งหิ้วคอมพิวเตอร์พึ่งซื้อได้ 3วันกะว่าจะเอาไปใช้เพราะของแฟนส่งซ่อม แต่ก็โดนยึดไว้ที่ทางออกของสนามบินบรัสเซล เค้าก็บอกว่าถ้าจะเอาไปใช้ก็ได้แต่ต้องจ่ายภาษี 20%ก่อน
หรือไม่ก็ให้มารับเอาวันที่กลับ ยุ่งยากจะตายชัก
แล้วอีตอนวันกลับนะยังโดนคนที่ตรวจกระเป๋าขึ้นเครื่องขโมยสร้อยข้อมือที่แฟนซื้อเป็นของขวัญวันเกิดให้ด้วยอีก
แค่เวลาไม่กี่วินาทีเรามองตามแทบไ่ม่ทันเพราะช่วงเวลาที่ก้มหน้าจับเอาคอมยัดใส่กระเป๋า นึกออกมั้ยค่ะเวลาที่เอาคอมขึ้นเครื่องเค้าก็จะให้เราเอาออกจากกระเป๋าแล้วผ่านเครื่อง x-ray ค่ะ แค่ 5 วินาทีได้มั้ง เพราะตอนหยิบเอาคอมไอ้สร้อยนั้นก็ยังอยู่ในกระบะแต่พอหันไปอีกทีก็หายไปซะแระ
แล้วช่วงเวลานั้นก็รีบเพราะว่ากลัวตกเครื่องแต่ก็ใช้เวลาหาอยู่ครู่นึงแต่ก็มั่นใจเลยแหละว่ามันไม่ได้ตกหล่นไปไหน
เฮ้อ….
แล้วหลังจากนั้นก็มานั่งรอขึ้นเครื่อง…พอถึงเวลาเครื่องบินจะออก กัปตันก็ดันประกาศว่าพบบางจุดเสียหายกับเครื่องบินยังไม่รู้ว่าจะทำการบินมั้ย..นั่งอยู่ในเครื่องบิน 3ชั่วโมง กัปตันก็ประกาศอยู่ประมาณ 3 ครั้งเท่าที่จำได้ แต่ครั้งสุดท้ายก็ประกาศว่าช่างเทคนิกกำลังตรวจสอบสภาพเครื่องบินว่าจะสามารถฝืนบินไปได้มั้ยแล้วเหล่ากัปตันก็กำลังปรึกษากัน และได้ผลสรุปออกมาว่าสภาพเสียหายมากเกินไป ไม่สามารถทำการบินได้ แล้วบรรดาผู้โดยสารก็ถูกลำเลียงไปไว้ที่โรงแรม สายการบินจองโรงแรม 200 ห้อง แล้วก็ประกาศก่อนลงเครื่องบินว่าสายการบินจะติดต่อไปว่าจะบินตอนไหน…รอจนเกือบเที่ยงก็ไม่มีโทรศัพท์ซักสายโทรไปแจ้ง จนกระทั้งกุ้งเดินลงมาหาของกินก็ไปเจอกลุ่มผู้โดยสารเค้ากำลังขนข้าวของกุ้งก็เลยเดินไปถามว่ารู้เวลาบินแล้วหรอ เค้าก็บอกว่าไม่รู้รู้แต่ว่าคนอื่นเค้าไปสนามบินกันหมดแล้ว อ้าวครับเกือบซวยครับพี่น้องครับ
หลังจากได้ยินแบบนั้นก็แจ้นเลยสิจะมัวรออะไร
ไปถึงสนามบินตอน11โมงหรือเที่ยงนี่แหละ คนออแน่นขนัดเลย ผู้โดยสารเค้าก็ยืนรอไม่รู้ว่ารออะไรเพราะสายการบินไม่ได้บอกอะไรไม่ได้แจ้งอะไรจนกระทั่ง เกิดโกลาหล ผู้โดยสารบางคนไม่พอใจที่พวกเค้าได้มายืนรอแล้วสายการบินไม่ชี้แจงอะไรให้รู้ไม่ทำให้มั่นใจว่าจะไม่ตกเครื่อง หนึ่งในนั้นก็มีกุ้งรวมด้วยอะที่ไปโวยกะเค้า เหอะๆๆ สรุปสุดท้ายก็ต้องกลับไปนอที่บ้านแฟนอีก1คืนแล้วถึงเปลี่ยนสายการบิน
โอ้วชีวิตช่างจะมีแต่อุปสรรคตั้งแต่ตอนไปขอวีซ่าแระ
ขอย้ายไปที่ blog เฉพาะเรื่องวีซ่าเบลเยี่ยมนะคะ
http://www.beebah.net/visabelgium
สอบถามค่ะ อ่านมานานมาก แล้วทำตามคำแนะนำทุกอย่างเลยค่ะ แต่มีปัญหา ว่า ตอนนี้ ทาง สถามทูตรอแค่ จดหมายลางานอย่างเดียว แต่ทางบริษัท ไม่อนุมัติลางาน หกสิบวันได้ นะค่ะ ตอนนี้ เอกสารบางส่วน อยู่ที่ สถานทูต ค่ะ ไม่ทราบว่าจะมีอะไร แนะนำบ้างใหมค่ะ และอยากทราบว่าถ้า ไม่ผ่าน ต้องรอนานแค่ใหนถึงจะ ยื่นขอใหม่ได้นะค่ะ
สอบถามค่ะ เนื่องจากจะ ขอวีซ่าไป begium ค่ะ แต่ติดตรงเรื่องจดหมายลางานค่ะ ซึ่งทางบรฺษัทยังไม่ออกให้เนื่องจากว่า ไม่สามาถให้ลหยุดงานได้ ถึง 2 เดือนค่ะ แต่ว่า จะ ขอก่อน นะค่ะ เนื่อง จาก จะไปเดือน เมษายน นี้ และ จะต้องลาออกจากงาน เดือนมีนาคม ค่ะ เกรงว่าถ้าขอตอนลาออก แล้ว จะไม่มีงานทำเลยอยาก ขอก่อนที่จะ ลาออก ไม่ทราบว่า จะ มี วิธี ใหนที่จะ แนะ นำบ้างค่ะ แต่ว่า เอกสารบางส่วน ยื่น ไปแล้ว เหลือ แต่ เอการลางาน เท่านั้นค่ะ ที่ ทาง สถานทูต รอ นะค่ะ แต่ทางบริษัทไม่สามารถ ออกให้ได้ค่ะ ถ้ากรณี นี้ เอาใบลาออกไป ยื่นแทนได้ใหมค่ะ .. หนือ มี วิธี อื่น ที่สามารถ แนะนำ บ้างใหมค่ะ รบกวนด้วยค่ะ ด่วนมาก เลย ขอบคุณค่ะ และอยากจะทราบว่า ถ้า จะไปขอ cancle แล้วทาง สถานทูตจะ ให้เอกสารคืนใหมค่ะ และ จะ สามารถ ยื่นขอใหมได้เลย ใหมค่ะ ขอบคุณค่ะ รบกวนตอบด้วยนะค่ะ ร้อนใจ มากเลยเพราะ ว่า ใกล้ จะไปแล้วนะค่ะ .. เหลือแค่ไม่กี่เดือนเอง ค่ะ
สวัสดีค่ะคุณผึ้ง ขอแนะนำตัวเองนะค่ะ ชื่อเปิ้ลค่ะ เปิ้ลค้นหาข้อมูลต่าง ๆ แล้วได้มาเจอเว็ปของคุณผึ้งเข้า แล้วได้มีโอกาสอ่านเป็นความรุ้ดีค่ะ เปิ้ลอยู่ที่เบลเยี่ยมมาได้เข้าปีที่ เจ็ดแล้วตอนนี้อยู่ที่ Lier ขอเป็นกำลังใจให้กับคุณผึ้งในการทำเว็ปและให้ข้อมูลกับคนที่จะเข้ามาอยู่ที่เบลเยี่ยมนะค่ะ คุณผึ้งไม่ทราบว่าอยู่เมืองอะไรค่ะ ถ้ามีโอกาสเราคงได้เจอกันนะค่ะ นี่เป็นเมล์เปิ้ลนะค่ะ สุเพ็ญนภา@hotmail.com ชื่อสุเพ็ญนภานี่ให้พิมพ์เป็นภาษาอังกฤษนะค่ะ แต่ว่าต้องเขียนเป็นภาษาไทย เพราะไม่อยากจะให้มีข้อมูลขึ้นอยู่บน กูลเกิ้ลน่ะค่ะ คุณผึ้งมาอยู่ที่นี่กี่ปีแล้วค่ะ? …. ขอให้โชคดีค่ะ คงได้พบกันนะค่ะ
รบกวนถามพี่ ๆ ค่ะ ถ้าเราขอวีซ่าท่องเที่ยว แล้วไปเปลี่ยนสถานะ คือ ไปแต่งงานที่เบลเยี่ยมได้ไหมค่ะ แล้วต้องเตรียมเอกสารอะไรไปบ้าง ยุ่งยากไหมค่ะ
สวัสดีค่ะคุณบี เข้ามาทักทายค่ะ ไม่ได้เข้ามาอ่านเกือบปีแล้วเพราะไปแบกเป้เที่ยวมาปีหนึ่ง คุณบียังเขียนได้น่าอ่านเหมือนเดิมเลยนะค่ะ ชอบมาก ประทับใจทุกครั้งที่อ่านค่ะ
Write a Comment