✈ เหตุเกิด ณ สถานฑูตเบลเยี่ยม
Posted on | May 23, 2007 | 126 Comments

อาทิตย์ที่แล้ว เอเยนซี่ที่ซอยรามบุตรี ข้างๆวัดชนะสงครามโทรมาปลุกแต่เช้า
“ฮาโหลลลล”
“พี่คะ ตั๋วเครื่องบินพี่เมื่อไหร่จะมาซื้อคะ รอจนแห้งแล้ว”
“ตั๋วอารายยย” (ยังไม่ตื่น)
“ตั๋วไปบรัสเซลส์อะค่ะ พี่จ่ายไว้แล้วนะ 5 พันกว่าบาท”
พอพูดถึงเรื่องเงินตาก็สว่างโร่.. เออ จริงด้วย ยังไม่ได้ไปซื้อซักที เพราะมันต้องมีวีซ่าก่อน เอ๊ะ แต่เดี๋ยว วีซ่า ยังไม่ได้ไปขอเลยนี่หว่า กรำ …
“ได้ค่ะคุณน้องเดี๋ยวขอไปทำวีซ่าก่อน”
“รีบๆหน่อยนะคะเดี๋ยวโดนแขกมันตบเอาค่ะพี่” แขกตบไม่ว่า แต่แขกเอานี่ อืม 555 โอเครีบไปทำวีซ่าดีกว่า
เอกสาร เอกสาร และ เอกสาร
เอกสารก็ยังไม่ได้ก๊อปปี้อะไรซักอย่าง เมื่อไหร่จะเลิกนิสัยนี้ได้ก็ไม่รู้ เบื่อตัวเองมาก เช้ามาต้องบึ่งแท็กซี่ไปถ่ายเอกสารก่อน เอ๊า ไปที่ไหนดีวะเนี่ย ศึกษาภัณฑ์ละกันน่าจะมี เดินเข้าไปศึกษาภัณฑ์ราชดำเนิน เจอเด็กพาณิชย์ฝึกงาน หน้าตาจิ้มลิ้มเลยถามว่าในนี้มีที่ถ่ายเอกสารไหม
“พี่ลองไปถามพี่เสื้อเหลืองดูอ่ะค่ะ”
หันไป เจอเสื้อเหลืองประมาณ 20 คน 
“ไม่มี ต้องไปถ่ายข้างนอก” (เอ๊า เดี๋ยวเลอะเทอะหรอก) น้ำเสียงเธอช่างขุ่นมัว แม้มันจะเพิ่งเลยเวลาเข้างานมาไม่ถึง 2 ชั่วโมงเท่านั้น ไม่น่าหงุดหงิดได้เร็วขนาดนี้ stamina อยู่ในระดำต่ำมากแน่นอน เลยต้องเดินตัวลีบ(พยายามแล้วก็ไม่ค่อยลีบเท่าไหร่)ออกมาข้างนอก ในที่สุดก็หาร้านถ่ายเอกสาร ได้จากความช่วยเหลือของแม่ค้าขายปกพลาสติกหน้าศึกษาภัณฑ์นั่นแหละ (ขอบคุณค้าบบบ)
สถานฑูตเบลเยี่ยม
ไปถึงสถานฑูตเบลเยี่ยม ถนนสาทรใต้ ก็ปาเข้าไปจะ 11 โมง

สถานฑูตที่นี่เล็กนิดเดียว กระจุ๋มกระจิ๋ม แม้ที่นั่งรอก็มีเพียงม้านั่ง 4 ตัวเท่านั้น สงสัยค่าเช่าจะแพงหรืออย่างไรก็ไม่ทราบได้ หรือจะเพราะคนไม่ค่อยมาขอวีซ่าที่นี่ก็คงไม่ใช่ เพราะไปทีไรคนก็ล้นทะลักกันออกมาข้างนอกทุกที ช่างอัตคัตเหลือคณา ยืนรอกันจนขาแข็งเป็นตอไม้กันทุกคน

หยิบบัตรคิวแล้วไปยืนหาวหวอด ๆ อยู่ด้านนอก แล้วเสียงเรียกเบอร์ก็เบาแสนเบาราวกับลมที่ลอดผ่านรูกุญแจ เลยไปรอไกลก็ไม่ได้ ต้องมายืนคอย เหมือนเวลาคอยรถเมล์ พลาด มี อด ขึ้น นะ เว้ย
ได้เลขดีเชียว สิบสาม 
เจ้าหน้าที่ฝ่ายกงสุลยังเป็นคนเดิม หน้าตาคุ้นเคย ดุแบบนิ่มๆ เหมือนเคย แต่ก็เข้าใจนะ ว่าทำไมเจ้าหน้าที่สถานฑูตมักจะดุ หรือไม่ก็ฟังดูน่ากลัวเหมือนลอร์ดโวเดอร์มอร์ เพราะคนที่มาขอแต่ละคนนี่ก็จริง ๆ เลย บางคนโดนดุจนเราสงสารแทน
แต่มันก็มีเหตุผลที่เค้าต้องดุ

เช่น คนนึงมาพร้อมเอกสารที่ได้มาทาง fax เอามาทำวีซ่า ซึ่งมันใช้ไม่ได้ ต้องใช้ตัวจริงเท่านั้น คือส่งเอกสารจริงมาทางไปรษณีย์ ซึ่งก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร 4-5 วันก็ถึงแล้วจากยุโรปมาเมืองไทยอะนะ ซึ่งฟังจากบทสนทนาแล้ว (ไม่ได้ตั้งใจแอบฟัง แต่ยืนต่อแถวอยู่ ไม่ได้อยากฟังจริง จริ๊งงงงง) คือเธอคนนี้เอาเอกสารมาผิด 3 รอบแล้ว
“ผมบอกแล้วไงครับว่าให้เอาตัวจริงมา ไม่ใช่แฟกซ์”
“แต่เค้าส่งอันนี้มาให้ คือ…”
“ไม่ได้ครับอันนี้มันไม่ใช่ตัวจริง มันคือแฟกซ์ ผมบอกคุณไปสองรอบแล้ว ปากจะฉีกอยู่แล้วนะครับเนี่ย” จ๋อยอะดิ…ก็กลับบ้านไปตามระเบียบ
ที่เจ้าหน้าที่โดนคนที่มาติดต่อหลอกด่าก็มี ผู้หญิงวัยซัก 30 ปลาย ๆ มาคนเดียว และแต่งตัวธรรมดาแบบติดดิน กางเกงขาก๊วยมาเลย แต่ดูออกว่าท่าทางไม่ใช่คนจะไปทำมิดีมิร้ายในต่างประเทศ หรือไปขุดทองยุโรปแต่อย่างใด เธอเดินไปชำระค่าวีซ่า แต่เจ้าหน้าที่ไม่มีเงินทอน เธอเลยหันมาพูดดังปานโทรโข่งเวลาสนามหลวงมีงานประท้วง
“เอ้า ใครมีแบ็งค์ร้อยแลกบ้างคะ!เค้าไม่มีเงินทอน!” ออกแนวประณามเล็กน้อย
“สุดยอดเลย ต้องทำเองทุกอย่าง บริการประชาชนนิด ๆ หน่อย ๆ ก็ไม่มีเลย” แล้วก็บ่นต่อไปอีกประมาณหลายยก
ส่วนที่เหลือ ที่ส่วนมากเป็นผู้หญิงวัยไม่น่าเกิน 20-30 ปี มากับคู่ชาวเบลเยี่ยมที่อายุอานามห่างกันหลายปีแสง สงสัยมาขอคนเดียวคงจะเหงา เลยต้องลากเจ้าของประเทศมาด้วย (ก็ไม่ได้หมายความว่าวีซ่าจะผ่านนะ)
ไม่สัมภาษณ์เรอะ?
ถึงคิวเราซะที
“ทำงานอะไรคะ” เจ้าหน้าที่หลังเคาท์เตอร์ถาม ระหว่างเรามีกระจกใสกั้น ไม่รู้ว่าให้ความรู้สึกอย่างไรเมื่ออยู่ด้านใน อาจให้ความรู้สึกอภิสิทธิ์เล็กน้อย เห็นกระจกใสที่แบ่งฐานันดรก็เป็นได้ เห่อะๆๆ
“เป็นฟรีแลนซ์ค่ะ”
“ไม่ได้ทำงานประจำหรือคะ?” เธอถามพลางพลิกดูเอกสารที่เราแนบไปด้วย มีจดหมายเชิญ ใบจองตั๋วเครื่องบิน พาสสปอร์ต 2 เล่ม(เก่า ที่หมดอายุแล้ว แต่มีวีซ่าเชงเก้นอยู่ 2 ใบ ใช้แล้วเมื่อปี 2005 และเล่มใหม่เอี่ยมอรทัย มีแค่สแตมป์เข้าสิงคโปร์ มาเลเซีย และลาวเท่านั้น ยังไม่มีวีซ่าซักใบ ใหม่สดซิงๆ) จดหมายแนะนำตัวที่ใช้แทนจดหมายรับรองการทำงาน(เพราะไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง)
“ไม่ได้ทำค่ะ”
“ไปกี่วันคะ”
“เอิ่มมมม… 3 เดือน” เธอมาหยุดที่จดหมายแนะนำตัว แล้วอ่านอย่างละเอียดทุกบรรทัด (ดีนะ ที่อุตส่าห์เขียนโม้ไปมากมาย ภาษาอังกฤษคงผิดตรึม แต่ช่างมัน)
“ค่าวีซ่า 2600 ค่ะ” ประมาณ 60 ยูโร มีป้ายเขียนไว้เป็นภาษาไทยว่า โปรดเตรียมเงินให้พอดี (แล้วตรูจะไปแลกที่ไหนล่ะ นาทีนี้ ไม่ใช่ที่นั่งเล่นเกมตู้นะ จะได้มีโต๊ะพนักงานรับแลกเหรียญบริการ) ในที่สุดเจ้าหน้าที่ก็ไปหาเงินมาทอนให้เราจนได้น่ะแหละ
“ทำประกันสุขภาพยังคะ”
“เอ่อยังค่ะ”
“ไปทำมาก่อนนะคะไม่งั้นวีซ่าไม่ออกนะคะ”
ลืมมมมไปซะสนิิท ดูนาฬิกาตอนนั้นอีกใกล้ 11 โมงเข้าไปทุกที เอาวะ ลองดู
ทำประกันสุขภาพ
ออกไปเรียกมอไซค์ไป office ของประกัน BUPA ที่ Qhouse ซอยคอนแวนต์ มอไซค์ก็ดี๊ดี ตรงนั้นมันห้ามกลับรถ เลยไปซอกแซกออกซอยบ้านท่านคึกฤทธิ์โน่น จนโผล่มาออกสาทรได้เหมือนเดิม ตรงไปก็เข้าซอนคอนแวนต์แล้ว มันเสือกเลี้ยวขวา ! เลี้ยวทำม้ายยยยยยยยย ตูยิ่งรีบๆ อยู่
“น้องๆ Qhouse ตรงไปก็ถึงแล้ว ตะกี๊ตรงไปไม่ได้เหรอ”
“อ๋อตรงได้ครับ”
“อ่าวแล้วจะเลี้ยวไปไหนเนี่ย”
“ก็คิดว่าจะไปเข้าอีกทาง”
ทางไหนวะ????? งงซิครับ Qhouse อยู่ข้างหน้าเห็นกันอยู่จะจะ พ่อเล่นเลี้ยวไปขี่รถเล่น
“วนกลับไปเลยน้องเอ๋ย พี่รีบโคตรๆ ขอย้ำ รีบโคตรๆ”
“ครับๆๆ”
ถ้าเดินคงใช้เวลา 20 นาที นั่งมอไซค์ควรจะ 5-10 นาที แต่มอไซค์ท่านนี้ใช้เวลาจากสาทรใต้ไปซอยคอนแวนต์ร่วม 20 นาที
“ไปวนเล่นซะรอบกรุงเทพฯเลยนะ” เราคืนหมวกกันน็อกให้มอไซค์ตัวแสบ
“แหะๆๆๆๆ คับ” ค่าเสียหาย 40 บาท …ขณะนี้เวลา 11:10
ประกันสุขภาพ ต้องทำแผน Gold เท่านั้น แล้วระยะประกัน 90 วัน อยู่ที่ราคา 3600 บาทถ้วน!! กรูอยากกกกตายยยยย เจ้าหน้าที่สาวๆ ที่นี่หน้าตาน่าเอ็นดู ทำเอกสารแป๊บ ๆ เสร็จละ ดูเวลา 11:22 ใช้บัตรเครดิตรูดปื้ดไปตามระเบียบ (เพราะเงินม่ะพอแว้ว) บึ่งมอไซค์กลับไปสถานฑูต อ๊ะจ๊าก อีก 2 นาที อันมีค่า รีบวิ่งขึ้นลิฟต์ไปชั้น 17
ส่งเอกสารทันเป็นคนสุดท้ายพอดี เฮ่อ…อ…อออ
เจ้าหน้าที่ไม่ยักกะพูดอะไร ไม่มีนัดสัมภาษณ์ ไม่มีนัดรับเอกสาร ก็เลยงงๆเล็กน้อย กะว่าอีก 2-3 จะโทรมาตามผลอีกที เพราะวันรุ่งขึ้นเป็นวันหยุดของสถานฑูต (เกี่ยวกับศาสนาคริสต์ อะไรซักอย่าง)
หมดไปอีกหนึ่งวัน นรกสุด ๆ

^
^
Food Court ที่ชั้นใต้ดิน สาทรซิตี้ทาวเวอร์ ใช้ได้ ๆ
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
เมื่อวานโทรไปถามมา เจ้าหน้าที่ทำเสียงดุ ๆ ใส่ว่า
“แล้วเค้าบอกว่าเมื่อไหร่ให้มารับ”
“ไม่มีใครบอกอะไรนี่คะ”
“มีซิ” เอ่า ก็ไม่มีจริงจริ๊งงง
“เอ่อ ไม่มีจริงๆค่ะ”
“พรุ่งนี้เข้ามาฟังผลตอนเช้า” ไรว้า ฟังผล แค่เนี้ยะเหรอ
ปรากฎว่าไปถึงสถานฑูต ยื่นใบรับให้เจ้าหน้า เค้าก็ไปหยิบพาสสปอร์ตมาให้
“90 วันนะ”
อ่าว ได้ละเหรอ อะไร งง งงมาก เออ แต่ก็ดี 555
คือคราวที่แล้วที่เราไปขอ เค้าให้เราอยู่รอสัมภาษณ์ต่อตอนบ่าย ถามคำถามเช่น รู้จักกันมานานหรือยังกับคนเชิญ ( 4 ปี), มีแผนแต่งงานมั้ย (ไม่รู้), จะไปทำอะไร (ไปเยี่ยมเฉย ๆ และไปพักผ่อน), ซื้อตั๋วหรือยัง (จองแล้วยังไม่ได้จ่ายตังค์), แฟนทำงานอะไร (เป็นวิศวกรซอฟท์แวร์), ไปนาน ๆ แบบนี้เจ้านายไม่ว่าเหรอ (ไม่ว่าอะไร เจ้านายเป็นคนเบลเยี่ยมเหมือนกัน), จะไปทำงานหรือเปล่า (เปล่า..), ฯลฯ แล้วห้องสัมภาษณ์ก็ยังกะห้องเยี่ยมนักโทษ มีกระจกกั้น มีเก้าอี้ฝั่งละตัว ผนังสีขาว เข้าไปนั่งร้องเพลงรออยู่ตั้งหลายนาที (เสียงมันก้องดี เหมือนร้องเพลงในห้องน้ำ)
รอผล 3 วัน เค้าก็โทรมา ให้เอาตั๋วเครื่องบิน (ตัวจริง) ไปรับวีซ่า ได้มา 45 วัน แต่คราวนี้ ไม่ยักกะถามอะไร ตั๋วก็ยังไม่ได้ซื้อเลย แต่คิดว่าเค้ามีประวัติอยู่แล้ว แล้วคราวก่อนที่ไปมาก็ไม่ได้ overstay หรืออะไร ก็เลยง่าย

ไปแระ เดือนหน้า ข้อยซิไปเบลเยี่ยมแล้วเด้อล่า
เมืองที่ข้าพเจ้าจะไปสิงสถิตย์นั้นหรือ มันคือเมือง Leuven นั่นเอง รูปนี้แหละ แต่มันไม่สวยอย่างนี้ทุกวันหรอกนะคะพี่น้อง บางวันอากาศห่วย มันก็โคตรจะน่าเบื่อเลยค่ะ แต่ไม่บ่นก็ได้ เพราะเบียร์อร่อย อิอิ

Comments
126 Responses to “✈ เหตุเกิด ณ สถานฑูตเบลเยี่ยม”
Leave a Reply
You must be logged in to post a comment.

May 23rd, 2007 @ 4:42 pm
แงๆๆๆ ไปซะแล้ว ทิ้งกันไปง่ายๆ ไม่ให้ปายยยยยยยยยยยยย พี่ไม่อยู่ภู่จะถามใคร
ฮิกๆๆ T__T
May 23rd, 2007 @ 9:42 pm
เง้อ ไม่ได้ไปตายนะคะคุณน้อง เหอๆๆๆ
ยังอยู่ๆๆ
May 27th, 2007 @ 3:02 am
อืม…
อืม…
อืม…
ไม่รู้จะพูดอะไร…
ได้แต่นึกอิจฉาในใจ..
May 30th, 2007 @ 8:54 pm
อ่า..จะรออ่านนะว่าไปเที่ยวมาจะสนุกไหม..แค่ตามไปขอวีซ่ายังหนุกเลย..
June 1st, 2007 @ 1:31 am
ขอบคุณที่แวะมานะคะ ไว้จะมา update เป็นระลอก ๆ แหะๆๆ
ไม่ต้องอิจฉานะคะ เบลเยี่ยม มันค่อนข้างน่าเบื่อออออค่ะ
หวังว่าคงได้หนีไปเที่ยวที่อื่นบ้าง (T_T) สู้ ๆ
July 3rd, 2007 @ 2:07 pm
ไปติดต่อขอวีซ่า พบเจ้าหน้าที่เป็นผู้หญิงเขาบริการถือว่า โอเคนะ แต่เจ้าหน้าที่ผู้ชายคิดว่ามีคนเดียวมั้งในนั้นนะที่เป็นคนไทยและเป็นโอเปอร์เรเตอร์ด้วย โอ้โฮ พ่อเจ้าประคุณรุนช่องปากคอจัดจ้านยิ่งกว่าไวไวควิกรสต้มยำกุ้งซะอีก เหน็บแหมแกมประชดเนี่ยะคงฝึกมาอย่างชำนาญสงสัยเกรียรตินิยมอันดับหนึ่ง คนไทยด้วยกันอย่าได้เจอหรือว่าถามอะไรกับเจ้าหน้าที่คนนี้เชียวมิฉะนั้นลมจะออกหู ทางเดียวที่ทำได้คือเราต้องเงียบถามก็ตอบ อย่าเอ่ยปากก่อนที่เค้าจะถามก่อนเป็นอันขาดเพราะหล่อนจ้องจะเชือดเฉือนด้วยวาจาอันแสนจะชวนโมโห เนี่ยะถ้าไม่คิดว่าจะไปเบลเยี่ยมนะ รับรองมีฉะคืนอีกยกใหญ่ ไม่เข้าใจทำไม่วาจาไม่ใหเกรียรติคนไทยด้วยกันบ้างเลย การศึกษาอาจจะดีนะแต่นิสัยนี่สิไม่รู้จะเอาอะไรมาวัดเต็ม10 คงได้ -100
July 3rd, 2007 @ 5:03 pm
อืม ต้องเป็นคุณพี่คนนั้นแน่นอน แหะๆๆๆ
August 14th, 2007 @ 1:15 pm
ก้อไม่รู้นะคะว่าจะออกความคิดเห็นยังงัย แต่พี่เขียนพี่เล่าเหตุการณ์จนภรณ์เห็นภาพได้เลยนะคะ เป็นนักเขียนรึเปล่าคะ พอดีภรณ์พึ่งคบกับคนเบลเยี่ยมคนหนึ่ง หน้าตาก้อ ok. แต่เขาพูดภาษาอังกฤษ-ฟังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไร คนเบลเยี่ยมนิสัยดีไหมคะ
August 19th, 2007 @ 6:06 am
สวัสดีค่ะน้องภรณ์ ขอบคุณที่แวะมาอ่านนะคะ
คนเบลเยี่ยมโดยส่วนมากแล้ว จะพูดภาษาอังกฤษเข้าขั้นดีมากกันแทบทั้งนั้น
แต่ฝั่งวัลลูน ที่พูดฝรั่งเศสเป็นหลัก มีพูดอังกฤษคล่องน้อยกว่าฝั่งฟลานเดอส์
(แต่ก็ไม่ทุกคนนะ บางคนพูดได้ดีมากแบบไร้ที่ติเลยอะค่ะ)
คนเบลเยี่ยมนิสัยดีไหม แล้วแต่คนค่ะ เหมือนคนไทยแหละค่ะ มีดี มีเลว
ตัดสินรวม ๆ คงไม่ยุติธรรมจ้ะ
September 28th, 2007 @ 2:20 pm
ผ่านมาอ่านหลังจากลองหาคำว่าสถานฑูตเบลเยี่ยมในกูเกิ้ลค่ะ
อ่านแล้วเห็นด้วยอย่างยิ่งกับบริการของสถานฑูตที่ค่อนข้างแย่ ถึงแย่มาก แต่ทำไงได้ยังไงก็ต้องไปเพราะโฮสต์แฟมิลี่อยู่ที่นั่น
ปล. คุณผู้ชายที่เป็นทั้งโอเปอเรเตอร์และรับเอกสารอ่ะปากคอสุดยอด เจอตั้งแต่ขอวีซ่าครั้งแรกเมื่อปี 1999 จนถึงปีล่าสุด 2006 ปากคอยังร้ายเมือนเดิม
คนไปต้องทำอย่างเดียว คือทำใจ
October 10th, 2007 @ 4:11 am
คุณพี่เธอก็เป็นแบบนั้นแหละค่ะ เห็นใจเหมือนกัน คงจะเจอหลายเคส หลายคน หลายความ บางคนมาหลายรอบ เอกสารก็ยังผิดมาอยู่แบบนั้นทุกรอบ เป็นต้น
ขนาดว่าเอกสารเราครบ ก็ยังมิวายโดนแขวะเลย ก็ไม่รู้ทำไมเหมือนกันนะ แค่โทรไปถามว่าจะทราบผลวีซ่าเมื่อไหร่ ก็โดนแว้ดกลับมาว่า เอ๊า!! แล้วทำไมไม่เข้ามาเอาวีซ่าล่ะ (ก็จะไปทราบได้ไงละคะ ขอครั้งแรกมีคนโทรมาแจ้งผลนี่นา เราก็รอคนโทรมา ไม่ยักกะมีใครโทร พอโทรไปเอง ก็เพิ่งทราบว่าวีซ่าได้แล้ว)
่ไปบ่อย ๆ ก็ชินไปเอง จริงค่ะ ทำได้อย่างเดียวคือต้องทำใจค่ะ
November 6th, 2007 @ 3:09 pm
เมื่อวันทีี่ 2 พ.ย. 2550 ค่ะ ไปยืื่นเอกสารขอวีซ่า เยี่ยมญาติมาค่ะ จนท.ผู้ชาย น่ากลัวค่ะ วาจาเกรี้ยวกราด แต่หน้าตาดูใจดี ค่ะ จ่ายเงิน ไป 2,700 บาท แต่ว่าขาด จดหมายเชิญอย่างเดียว ไม่รู้ว่าจะได้ไปหรือป่าว
November 10th, 2007 @ 4:59 pm
ขอวีซ่าต้องเตรียมอะไรบ้างค่ะ…กวางจะไปเบลเยี่ยมค่ะ
แล้วใช้เวลาขอนานไม่ค่ะ
November 10th, 2007 @ 5:01 pm
กวางจะไปฝึกงานที่เบลเยี่ยม…เกี่ยวกับฟาร์มเลี้ยงโคนม…
ทุกคนเห็นเป็นไงบ้างค่ะ
November 12th, 2007 @ 8:20 pm
ไปดูรายละเอียดเอกสารที่ต้องใช้ในการขอวีซ่าได้ที่นี่ค่ะ
http://www.diplomatie.be/en/travel/visa/default.asp
November 20th, 2007 @ 1:09 pm
ขอความเห็นใจด้วยค่ะ…ยื่นเรื่องขอวีซ่าติดตามสามี 2 เดือนแล้ว ยังไม่ได้รับข่าวอะไรเลย โทร.ไปสอบถาม เจ้าหน้าที่ตอบกลับให้รอก่อน เอกสารอยู่ที่เบลเยี่ยม ยังไม่กลับมา
ใจจะขาดรอนๆ ..ช่วยชี้แนะด้วยค่ะ ว่าจะทำยังไงดี
…ภัทร..
November 20th, 2007 @ 1:39 pm
ขอคำชี้แนะสำหรับเพื่อนที่ visa ผ่านด้วยนะคะ..
เพื่อนๆรอนานเหมือนดิฉันรึเปล่า..
ภัทร
November 30th, 2007 @ 9:12 am
คุณภัทรคะ
ถ้าทางสถานฑูตว่าให้รอก็คงต้องรอล่ะค่ะ
แนะนำให้ติดตามสอบถามดูอาทิตย์ละหนก็พอค่ะ
เพราะถ้าเอกสารครบ อะไรครบทุกอย่าง ก็ทำอะไรไม่ได้
นอกจากรอผลค่ะ
December 4th, 2007 @ 10:10 pm
สวัสดีคะ
อยากจะทราบว่าถ้าเป็นนักศึกษานะคะ เเต่ไม่ได้ไปเกี่ยวกับการเรียนเลย เเต่ไปเยี่ยมญาติ จะต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง ยังไม่เคยเดินทางไปไหนเลย ขอความกรุณาด้วยนะคะถ้ามีคำตอบส่งเข้าเมลนะคะ
ขอบคุณคะ
December 7th, 2007 @ 10:16 pm
ขำ ขำ ไดอารี่ ของคุณ เออออ่อ ฉันอยู่ที่เมืองเบลเยี่ยม กับ mijn mans ! he he …govenment from belgium ..They are control everybody for study dutch…i m was studie and dutch teacher said …mijn moeder is nederland ! hm hm เค้า บอกว่า ภาษาแม่ก็คือ ภาษา dutch or nederland !! ดิฉันคิดในใจ ภาษาแม่กู ภาษาไทยโว้ย อึอึ( my mother is thai languge)
ตอนนี้ พลเมืองเบลเยี่ยมกำลัง แตกแยก ภาษาfrance และ nederland เค้าไม่ล่องรอยกัน ในเรื่องการใช้ภาษกลาง ทั่วโลก เค้าใช้ภาษา english กัน เอาเข้าไป
December 7th, 2007 @ 10:20 pm
อย่ามาเลยเบลเยี่ยม ไปเมืองที่เค้าพูดภาษาอังกฤษดีกว่า หนาว ก็ หนาว อิอิ thailand is best คนที่นี้ขี้เหนียวกันทั้งน้าน
December 8th, 2007 @ 12:56 am
@ k. น้อง
รายละเอียดก็ตามบนเว็บของสถานฑูตเลยค่ะ
http://www.diplomatie.be/en/travel/visa/default.asp
@ n’jojo ทำใจค่ะ สองฝั่งนี้เค้าทะเลาะกันมานานนมแล้ว จะแยกเป็นสองประเทศก็ลำบาก เพราะฝั่งวัลลูนคงไม่ยอมเป็นแน่ จริงๆ ภาษากลางก็คงต้องเป็นอังกฤษอยู่แล้ว แต่กรณีเรื่องที่เกิดมาทะเลาะกันอีก ก็มีบางที่ (โดยเฉพาะฝั่งวัลลูน) จะพูดแต่ฝรั่งเศสอย่างเดียว และถือตัวไม่ยอมพูดเฟลมมิช ทั้งๆ ที่คนฝั่งฟลานเดอร์สพูดภาษาฝรั่งเศสได้เกือบทั้งนั้น ก็งี้แหละค่ะ ไม่มีทางจบง่าย ๆ ชัวร์
แต่เรียนดัชท์ไว้น่ะดีแล้วค่ะ ไปไหนมาไหน สะดวกดีออกค่ะ ใครนินทาก็ฟังออก เหอๆ
@ k. สโนไว
ถ้าเราเลือกได้ก็ไม่อยากจะไปหรอกค่ะ เพราะไปมาแล้วก็ไม่ชอบเอาซะเลย ครั้งแรกเข้าขั้นเกลียดเลย ครั้งที่สองไปอยู่มาสามเดือน ยังพอทำใจได้หน่อย เพราะได้เพื่อนคนเบลเยี่ยมหลายคน (ทั้งสองฝั่ง) แต่แฟนอยู่ที่นั่นยังไงก็คงต้องทำใจอยู่กับสิ่งแวดล้อมที่เราไม่ชอบให้ได้ค่ะ
เรื่องขี้เหนียวนี่ เราว่า แล้วแต่บางคนนะคะ
December 14th, 2007 @ 11:10 am
ได้สอบถามสถานฑูตเรื่องวีซ่า ตอบกลับเหมือนทุกครั้ง..ต้องรอเพราะเอกสารยังไม่กลับมา..นี่ก็ปาเดือนที่สามแล้ว..
คุณได้รับคำตอบเหมือนเรารึป่าว..
ภัทร..
February 3rd, 2008 @ 1:57 am
อยากได้คำแนะนำการขอวีซ่าเพื่อไปแต่งงานค่ะ
February 3rd, 2008 @ 2:56 pm
(Sorry I have to type in English na kha, I’m in The Philippines)
@ Khun phat111
Did you try call embassy again kha? Did you get any news?
@ khun j
You will need to apply for Marriage Visa kha.
Info here na kha
http://www.diplomatie.be/en/travel/visa/visumFicheDetail.asp?TEXTID=44249
February 11th, 2008 @ 12:24 pm
นี่ก็ 6 เดือนแล้วค่ะ สำหรับการรอวีซ่า
ต้องรอต่อไปใช่มั๊ยค่ะ
ภัทร
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำค่ะ
February 13th, 2008 @ 1:12 pm
คุณ ภัทร โทรไปถามที่สถานฑูตดูหน่อยดีกว่ามั้ยคะ
6 เดือนมันนานผิดปรกติไปหน่อยแล้วนะคะเนี่ย
ไม่ทราบว่าลงตอนขอวีซ่า เขียนขอเพื่อใช้เดินทางเมื่อไหร่คะ?
February 18th, 2008 @ 4:36 pm
จะไปเบลเยี่ยเดือนก.ค.ค่ะ
อาทิตย์นี้จะได้จดหมายเชิญ
จากเว็ปนี้เอกสารที่ต้องเชิญคือ
1.จดหมายเชิญ
2.ใบจองตั๋วเครื่องบิน
3.พาสปอร์ต
4.ใบรับรองการทำงาน
5.ใบประกันสุขภาพ (Bupa 3,600.-)
ค่าทำ visa 2,600
รวมเป็นเงิน 6,200.- บาท ค่าเครื่องบิน อีก 40,000.-
รวมเป็นเงินใช้ในการเดินทางทั้งสิ้น 46,200.-
ยื่นแล้วต้องรอสมุดอีก 3 วันถึงไปเอาใหม่ใช่รึเปล่าค่ะ แล้วถ้าเอาเด็กไปด้วย
ก็ต้องให้เด็กไปสถานทูตเพื่อให้เขาดูด้วยใช่รึเปล่าค่ะ
visa กับ ประกันเด็กเท่าผู้ใหญ่รึเปล่าค่ะ
February 19th, 2008 @ 12:51 pm
คุณ beebha คะ.
ดิฉันยื่นวีซ่าติดตามคู่สมรส เพราะ แต่งานและจดทะเบียนสมรสที่เมืองไทย และดำเนินการขอวีซ่าเลย (เดือนสิงหาคม 2550) ได้กรอกรายละเอียดการเดินทางในเดือน พฤศจิกายน 2550 ค่ะ
ได้สอบถามไปสถานฑูต 2 อาทิตย์/ครั้ง ก็ได้รับคำตอบว่ให้รอและทางสถานฑูตจะติดต่อกลับไปเอง
แล้วจะทำยังไงดีค่ะ..
ภัทร
February 24th, 2008 @ 1:40 am
คุณ ning คะ เรื่องเด็กนี่ไม่ทราบข้อมูลจริง ๆ นะคะ ยังไงถามทางสถานฑูตโดยตรงดีกว่าค่ะ ยื่นสมุดแล้วต้องรอให้เจ้าหน้าที่โทรมาแจ้งผลก่อนค่ะ ถึงไปรับเล่มกลับได้ค่ะ
คุณภัทรคะ ถ้ากรอกไปว่าเดินทางเดือนพฤศจิกายน 50 บัดนี้ก็ล่วงเลยมาจะมีนาคม 51 แล้ว อาจจะติดอยู่ทางเบลเยี่ยม วึซ่าติดตามคู่สมรสจะนานกว่าวีซ่าปรกติอยู่แล้วค่ะ แต่อย่างเก่งก็ไม่น่าจะเกิน 3 เดือนนา… แปลกจัง อันนี้คงต้องแล้วแต่กรณีแล้วล่ะค่ะ
มีเว็บไซต์ติดตามผลวีซ่า
http://www.dofi.fgov.be/infovisa/nederlands/visum.htm
แต่ไม่เคยใช้เหมือนกันนะคะ ยังไงลองดูนะ เผื่อจะเช็คได้ค่ะ
March 12th, 2008 @ 1:03 pm
ไปขอวีซ่าแล้ว ทางสถานทูตรับเรื่องจ่ายเงินค่าวีซ่า 3000 บาท แต่เจ้าหน้าที่บอกตัวเลขในธนาคารไม่สวยสำหรับไปเที่ยว ไม่รู้ว่าจะผ่านมั๊ย
March 12th, 2008 @ 4:52 pm
เย้……วีซ่าผ่านแล้วค่ะ สถานทูตโทรมาบอกให้ไปรับวันศุกร์ ได้ไปเที่ยวซะที
March 18th, 2008 @ 1:41 pm
ดีใจด้วยค่า คุณ hataya
March 19th, 2008 @ 3:50 pm
รบกวนปรึกษาเรื่องเบลเยี่ยมหน่อยได้ไหมคะ พอดีจะไปทำวิจัยประมาณ 5 เดือน ที่ leuven อยากรู้ว่าจะอยู่ยังไง คนที่นั่นจะใจดีสำหรับคนต่างชาติที่ภาษาไม่ค่อยแข็งแรงรึป่าวคะ แล้วสามีจะเดินทางไปส่งด้วย จะขอเป็นวีซ่าแบบไหนดี เพราะจริงๆจะแวะไปเที่ยวเยอรมัน กะเนเธอร์แลนด์ด้วยคะ อย่างนี้ต้องขอเป็นวีซ่าแบบเชงเก้นใช่ไหมคะ แล้วต้องไปขอที่สถานฑูตทั้งสามที่เลยรึป่าว ส่วนเราขอวีซ่าไปเรียนมีหนังสือรับรองจากมหาลัยจะขอแบบเชงเก้นนาน 5 เดือนเลยได้ไหมคะ (เผื่อมีโอกาสได้นั่งรถไฟไปเที่ยวบ้างอะคะ) ขอบคุณที่ตอบนะคะ
March 20th, 2008 @ 11:22 pm
สวัสดีค่ะคุณปุ๋ย
คนที่ Leuven ใจดีค่ะ ส่วนมากจะเป็นเด็กมหาวิทยาลัย ส่วนใหญ่ ภาษาอังกฤษดีกันทุกคนค่ะ (ถึงภาษาไม่แข็งก็ไม่เป็นไรค่ะ ขอให้พยายามพูด) และเป็นมิตรกับคนต่างชาติค่ะ (อาจจะชินด้วย เพราะมีนักเรียนเอเชีย ส่วนมากเป็นคนจีน เรียนอยู่เยอะพอสมควร)
ถ้าเป็นวีซ่าจากเบลเยี่ยมจะเป็นเชงเก้นอยู่แล้วค่ะ
ถ้าไปทำวิจัย ไม่น่าจะขอแบบ short stay หรือ tourist ได้นะคะ
อาจจะต้องเป็น study-related admission or entry examen
ลองดู type of visa ที่นี่นะคะ
http://www.diplomatie.be/en/travel/visa/visumFiche.asp
ถ้าไม่แน่ใจว่าจะขอแบบไหน ให้ลองโทรถามสถานฑูตดีกว่าค่ะ
March 21st, 2008 @ 12:04 pm
ขอบคุณคะ ที่ตอบคำถามให้นะคะ ตอนนี้ยังไม่รู้จะเตรียมอะไรก่อนดีเลย ปกติถ้าไปเที่ยวก็จะไปกับทัวร์ งานนี้เป็นงานแรกที่ต้องทำเองทั้งหมด รู้สึกพวกเอกสาร แล้วก็รายละเอียดเยอะไปหมดเลยคะ คงต้องรบกวนคุณบีถ้ามีข้อสงสัยอีกนะคะ ^^
April 19th, 2008 @ 4:27 pm
อยากทราบว่าถ้าทำงานที่บริษัทประกันชีวิต แล้วจะต้องมีใบประกันสุขภาพด้วยหรือไม่ค่ะ
April 27th, 2008 @ 5:42 pm
@ k. ปุ๋ย – ยินดีค่ะ มีอะไรโพสต์ถามมาก็ได้ค่ะ ถ้าทราบก็ยินดีตอบเลยค่ะ
@ k.kung – ต้องทำค่ะ
June 12th, 2008 @ 6:25 pm
สวัสดีคับพี่ ผมชื่อเดียวฮะ ตอนนี้มีแผนจะไปเรียนต่อที่เบลเยี่ยมคับ ที่เมือง HUY และก็ส่งเอกสารของเราไปให้ชาวเบลเยี่ยมที่เรารู้จักแล้วคับเพื่อสมัครเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งผมจะไปเรียนต่อทางด้าน สำรวจผังเมือง อะไรประมาณนี้คับ ตอนนี้ก็รอทางมหาวิทยาลัยที่นู้นส่งเอกสารการสมัครมาให้แต่ติดในเรื่องของเอกสารการรับรองค่าใช้จ่าย ซึ่งชาวเบลเยี่ยมที่ผมรู้จักคนนี้จะต้องส่งมาให้ผมเพื่อประก อบในการขอวีซ่า (นี่จะ 1 อาทิตย์แล้วคับยังไม่ได้รับเอกสารการสมัครเลย) หรือเค้ายังไม่ได้ไปสมัครให้ก็ไม่รู้ แต่ถ้าเราได้เอกสาร ทั้ง2อย่างคือ เอกสารการสมัครเข้าเรียน และ เอกสารรับรองค่าใช้จ่ายทั้งหมดรวมไปถึงหลักฐานการเงินของผู้ที่จะรับรองค่าใช้จ่ายให้เรา ทีนี้แหละคับอยากรู้ว่าจะเริ่มทำการขอวีซ่ายังไง แต่ก็พอมีเอกสารที่เค้าแนบมาบอกว่าต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง ในการขอวีซ่า (เราต้องทำ ก๊อบปี้เอกสารเป้น 2 ฉบับ ) ด้วยใช่หรือป่าวคับ แล้วมหาวิทยาลัยที่ผมจะไปเรียนมันก็จะเปิดภาคเรียนเดือนกันยานี้แล้วคับ ไม่รู้จะขอทันไปวีซ่า กังวลมากๆคับตอนนี้
June 12th, 2008 @ 6:32 pm
อีกอย่างคือ ถ้าได้คุยกับพี่ทางโทรศัพท์จะดีมากเลยคับ หรือทาง MSN ก็ได้คับ อยากจะได้คำปรึกษาแบบเร็วๆเลยอะคับ นี่ก็ถือว่าเป้นครั้งแรกที่ผมได้เข้ามาโพสในบอร์ดนี้ เพราะนั่งหาทั้งวันเลยว่าจะเจอเกี่ยวกับการขอวีซ่าที่ สถานฑูตเบลเยี่ยมน่ะคับ ยังไงรบกวนพี่ด้วยนะคับ เออว่าแต่ ลืมถามชื่อพี่ไปเรยย อุอุ… เอ้อ ลืมไปแล้วเรื่อง ตั่วเครื่องบินคับพี่ เราควรจะเริ่มดูหรือจองได้เลยไหมคับถ้า ภายใน ก่อน มิถุนา กรกฏา สิงหา นี้ เพราะผมไม่รู้ว่าเค้าจะต้องส่งเอกสารไปที่สถานฑูตที่กรุงบรัสเซลไหม กลัวว่าจะใช้เวลาหลายเดือน (มหาลัยจะเปิดภาคเรียนเดือนกันยายน 2008 นี้แล้วน่ะคับ รบกวนตอบด้วยนะคับ
June 15th, 2008 @ 12:44 pm
หวัดดีจ้ะ
ดีใจมากๆเลย ทางสถานฑูตแจ้งว่าวีซ่าผ่านแล้ว แต่มีปัญหานิดหนึ่งว่า เราต้องเดินทางภายในกี่วัน และถ้ามีเหตุผลจำเป็นที่ไมสามารถเดินทางไปตามที่กำหนด จะมีผลอย่างไรจ้ะ
ช่วยตอบหน่อยจ้ะ
ภัทร
June 15th, 2008 @ 8:39 pm
ไม่จำเป็นต้องเดินทางภายในกี่วัน ๆ ค่ะ ไปวันไหนก็ได้ แต่ระยะเวลาอยู่ ต้องไม่เกินจำนวนวันที่เค้าให้มา และไม่เกินวันหมดอายุของวีซ่าด้วยค่ะ สมมติว่า วีซ่าได้มา 30 วัน แผนเดินทางเดิมคือไปวันที่ 1 กลับวันที่ 30 และวีซ่าหมดอายุวันที่ 31 (ส่วนมากเค้าจะให้เกิน ๆ มา สองสามวัน) หากคุณเลื่อนไปเดินทางวันที่ 15 คุณก็ยังต้องกลับวันที่ 30 อยู่ดี ถึงแม้จะนับรวมวันที่อยู่ที่นั่นได้แค่ 15 วัน ง่าย ๆคือหมดอายุวันไหน ก็ต้องกลับไม่ให้เกินวันนั้นอ่ะค่ะ
June 15th, 2008 @ 8:52 pm
@ น้อง diewzy
พอดีพี่ก็ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาณเรื่องวีซ่าไปเรืยนต่อด้วยอะดิคะ เลยไม่ค่อยทราบค่ะ
แนะนำให้น้องไปดูรายละเเอียดที่เว็บของสถานฑูตแล้วเตรียมเอกสารตามนั้นเลยค่ะ เช็คทีละอันเลย ที่หน้า study visa
http://www.diplomatie.be/en/travel/visa/visumFicheDetail.asp?TEXTID=43169
ต้องไปทำ ใบรับรองความประพฤติที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วย แล้วก็ใบรับรองสุขภาพด้วย (อันนี้ต้องไปขอแบบฟอร์มมาจากสถานฑูตก่อน) ตั๋วเครื่องบินก็ book ได้แล้วค่ะ ยังไม่ต้องจ่ายเงินก็ได้ จองไว้ก่อน เพราะช่วงที่น้องไป คนเดินทางเยอะด้วย ตอนนี้ตั๋วก็เรื่มเต็ม ๆ แล้ว
พี่จะไปกลางสิงหา นี้ พี่ก็ไปยื่นวีซ่ามาเมื่อศุกร์ที่ผ่านมานี่เอง
ใช้เวลานานไหม อันนี้ไม่ทราบจริงๆค่ะ คงไม่นานเท่าวีซ่าแต่งงานอ่ะค่ะ ยิ่งน้องเป็นผู้ชายคงไม่ยากเท่าไหร่นะคะ มีน้องคนนึงเพิ่งไป เหมือนน้องเลยอ่ะ ฉิวเฉียดมาก กว่าจะรอเอกสารจากทางนู้นอีก รีบ ๆ ทำนะคะ อย่าใจเย็น
@ k. phat
ไม่จำเป็นต้องเดินทางภายในกี่วัน ๆ ค่ะ ไปวันไหนก็ได้ แต่ระยะเวลาอยู่ ต้องไม่เกินจำนวนวันที่เค้าให้มา และไม่เกินวันหมดอายุของวีซ่าด้วยค่ะ สมมติว่า วีซ่าได้มา 30 วัน แผนเดินทางเดิมคือไปวันที่ 1 กลับวันที่ 30 และวีซ่าหมดอายุวันที่ 31 (ส่วนมากเค้าจะให้เกิน ๆ มา สองสามวัน) หากคุณเลื่อนไปเดินทางวันที่ 15 คุณก็ยังต้องกลับวันที่ 30 อยู่ดี ถึงแม้จะนับรวมวันที่อยู่ที่นั่นได้แค่ 15 วัน ง่าย ๆคือหมดอายุวันไหน ก็ต้องกลับไม่ให้เกินวันนั้นอ่ะค่ะ
July 14th, 2008 @ 2:44 pm
ต้องการเอกสารคำแปลที่เป็นภาษาไทยของแบบฟอร์มการขอวีซ่า เพื่อในการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ เคยไปจดมาครั้งหนึ่งแต่ตอนนี้หายไปแล้วและไม่สามารถไปได้เพราะอยู่ไกล 3 จังหวัดชายแดนใต้ จากครูชายแดนใต้
July 17th, 2008 @ 4:30 pm
คุณครูคะ
เอกสารที่เป็นภาษาไทยไม่มีค่ะ มีแต่ภาษาอังกฤษค่ะ
http://www.eurovisa.info/Forms/pdf/SchengenVisaApplicaion_En.pdf
July 26th, 2008 @ 2:21 pm
ยื่นวีซ่าไปเบลเยี่ยม เป็นวีซ่าแต่งงาน เมื่อ 16 มิถุนายน 2551 แล้วทางเจ้าหน้าที่บอกว่า ต้องรอประมาณ หนึ่งเดือน แล้วนี่ก็เลยหนึ่งเดือนมาแล้ว ก็เลยลองโทรไปถาม เจ้าหน้าที่บอกว่า จะติดตามเรื่องให้ แต่ว่าตอนที่กรอกแบบฟอร์ม การขอวีซ่า ไม่ได้ระบุว่าจะไปเมื่อไหร่ หรือกลับเมือ่ไหร่ เพราะว่าไม่รู้ว่าวีซ่าจะผ่านเมื่อไหร่ แล้วตอนยี่นเอกสาร ก็ถามเจ้าหน้าที่แล้ว จนท. บอกว่าไม่เป็นไร ก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน
July 29th, 2008 @ 6:57 pm
ใจเย็นๆ ค่ะ บางทีอาจจะถึงสองเดือนอ่ะค่ะ
แต่เดี๋ยวเค้าก็จะโทรมาแจ้งเองค่ะ
August 12th, 2008 @ 10:21 pm
ยื่นขอวีซ่าติดตามสามี เมื่อ 14 พฤษภาคม 2551 ทางสถานฑูตส่งเอกสารไปเบลเยี่ยม สามีถามทางสถานฑูตในเบลเยี่ยม เขาบอกให้รอประมาณ 12- 14 สัปดาห์ นับจากวันที่เอกสารส่งถึงสถานฑูตในเบลเยี่ยม บางคนรอ 4 เดือน แล้ว วีซ่ายังไม่ออกเลยค่ะ ตอนนี้ก็ต้องรอคำตอบจากสถานฑูต
August 13th, 2008 @ 8:58 pm
สามเดือนพอดีเลยค่ะ วันนี้สถานฑูตโทรมาบอกว่าวีซ่าออกแล้ว ให้ซื้อตั๋วเครื่องบินได้เลยี
August 14th, 2008 @ 3:49 pm
จะไปขอวีซ่าไปเบลเยี่ยม จะพาลูกชายอายุเกือบจะ8แดอนแล้ว ไปเยี่ยมปู่ กับย่าน่ะค่ะ ยังไม่เคยไปเลยค่ะ ตอนนี้เตรียมเอกสารไว้บางส่วนแล้ว ก็มี
1. สำเนา บัตรประชาชน
2. สำเนา Passport
3. รูปถ่าย 2 ใบ (2นิ้ว) พร้อมใบ Application for Schengen Visa (copy เอาที่นี้ละค่ะ)
และที่จะไปทำเพิ่มอีกก็มี ทำประกันกับบูพา และให้สามีไปจองตั๋วเครืองบินค่ะ
ไม่ว่าใครพอจะช่วยบอกหน่อยได้ไหมค่ะว่า เอกสารเท่านี้สำหรับของดิฉันพอรึยัง อ๋อ ยังมีเอกสารตัวจริงที่ทางพ่อ แม่สามีส่งมาให้คิดว่าน่าจะเป็นสแตทเม้นท์ จากธนาคารน่ะคะ แล้วลูกชายสามีจะเอาไปเปลียนเป็นสัญชาติ เบลเยี่ยมค่ะ เขาบอกว่าของลูกไม่มีปัญหา เฮ้อ! แม่มือใหม่ด้วยค่ะ
จะเข้ามาคุยที่ aun_rood@hotmail.com ก็ได้น่ะค่ะ ขอบคุณค่ะ
September 21st, 2008 @ 7:50 pm
นึกว่าเราเจอคนเดียว เจ้าหน้าที่ผู้ชายน่ะค่ะ ปากคอเลาะร้ายเหลือเกิน ไม่รู้คุณพี่แกไปกินรังแตนมาจากที่ไหน
September 24th, 2008 @ 2:49 am
คุณๆ คะวีซ่าพวกคุณรอกันแค่แป๊บเดียวเอง ดิฉันสิต้องรองถึงแปดเดือนถึงจะได้ อดทนรอหน่อยนะคะ
October 18th, 2008 @ 12:32 pm
ชอบสำนวนการเขียนมากเลยครับ
แบบว่า ฮ่ากลิ้ง……อยากเขียนได้แบบนี้บ้าง
พอเขียนทีไร เพื่อนบอกว่า
อ้าว…..กรูนึกว่ามึงเลิกเขียนไปแล้ว ใครจะไปอ่านของมึง
โอ้วววว……อ่าฉ่านี่
ไม่ชมก็ไม่ต้องด่าก็ได้ เฮ้ออ
เศร้าครับ อยากเขียนได้แบบนี้
October 29th, 2008 @ 9:11 pm
สวัสดีคับพี่ วีซ่าผ่านแล้วววว เดินทาง 31/10/2008 คับ กว่าจาผ่าน โฮ๊ะ ๆ ทำไป 2 รอบ รอบแรกติดเรื่อง ไม่เครีย ในเรื่องของ จุดประสงค์ที่จะไป แล้วก็คือ เปงการขอครั้งแรก แต่ ขอ ไป 90 วัน เลยไม่ผ่าน เพราะ เค้ามองว่า มานเยอะไป สำหรับ นักศึกษาที่จะไปเยี่ยมเพื่อน ตั้ง 90 วัน แต่มาผ่านตอน ทำวีซ่า ครั้งที่ 2 ขอไป 45 วัน แล้วก็ แนบจดหมายไปเพิ่มเติม (เป็น ภาษาไทย) บอกถึงจุดประสงค์ในการไป แล้วก็ บอกไปว่า ในอนาคต จะมาเรียนต่อ มหาวิทยาลัยในเบลเยี่ยมอยู่แล้ว แล้วก็ ไปเยี่ยมเพื่อนจิงๆ ไม่ได้มีจุดประสงค์อื่นแต่อย่างใด โฮ๊ะ ๆ ยังไงก็ เปงกำลังใจ กับเพื่อนๆ พี่ๆ ที่ วีซ่าไม่ผ่านด้วยน้า อย่าเพิ่ง ท้อ เลิก ทำ ไม่ผ่านก็ ทำใหม่ แต่ ควรเตรียมอะไรให้ พร้อมๆ อีก 2 วัน ตื่นเต้นๆ ฮิฮฺ เดินทางคนเดียวครั้งแรก เมื่องที่จะไปก็ เมือง HUY อ่าคับ ไปแระ มวฟๆ
November 10th, 2008 @ 11:22 am
มีเรื่องรบกวนครับ+++ ทำเรื่องขอวีซ่าไปเรียนต่อที่เบลเยี่ยม ครับ โดยมีชาวเบลเยี่ยมรับรองเอกสาร ผมจบปริญาตรี สาขา เคมี อยากต่อโทที่เบลเยี่ยมมาก เพราะที่นั่นเขาจะมีชื่อเสียงเกี่ยวเรื่องของเคมีภัณฑ์และยา ผมรอวีซ่าประมาณ สองเดือนกว่าๆ ทางสถานฑูตโทรมาแจ้งว่าวีซ่าของผมถูกปฎิเสธครับ ผมไม่ทราบสาเหตุเหมือนกัน เพราะเขาโทรมาวันศุกร์ ซึ่งวันอังคารนี้ผมถึงจะไปติดต่อสถานฑูต คำถาม
1. ผมเป็นเกย์ มีแฟนเป็นชาวเบลเยี่ยม สถานฑูตเขาถามว่า คนรับรองเอกสารกับผมมีความสัมพันธ์อะไรกัน ผมตอบว่าเป็นแฟนกัน เอ่อ ผมตอบตรงไปไหม? ผมควรจะเปลี่ยนคำตอบเป็นอย่างอื่นรึเปล่า?
( ผมเคยไปเที่ยวที่นั่นแล้ว ครั้งหนึ่ง 2 อาทิตย์)
2. ตอนเขียนจดหมายเรียงความชี้แจงเหตูจูงใจที่เราจะเรียนที่นั่น ผมเขียนสั้นๆ ไม่ได้อธิบายเหตุผลโดยละเอียดเพราะผมไม่เก่งภาษาอังกฤษเท่าไหร่ งูๆปลาๆ ซึ่งผมคิดว่าจดตัวนี้แหละที่ทำให้ผมถูกปฎิเสธวีซ่า ผมควรจะจ้างคนอื่นเขาเขียนจดหมายที่สามารถให้รายละเอียดมากหน่อยไหม? (ให้แฟนที่เป็นชาวเบลเยี่ยมเขียนให้แล้ ฉะบับแรกเขียนมาเป็นภาษาดัช ผมมไม่ทราบเหมือนกันว่าเขาคิดยังงัย แต่สรุปว่าเขาโง่ละกัน ผมเลยเขียนเอง ผมไม่ค่อยรบกวนอะไรเขามาก เพราะเขาไม่ค่อยจะฉลาดเท่าไหร่ ทุกอย่าผมดำเนินการเองยกเว้นเรื่องเอกการันตรี เพราะอยู่ที่นู่นผมเช่าอพาทต์เมนอยู่ )
3. ถ้าทางสถานฑูตแจ้งเหตุผลของการถูกปฎิเสธวีซ่า และเมื่อผมแก้ไขแล้วโอกาสของวีซ่าจะมีโอกาสผ่านมากน้อยแค่ไหน? (ถ้าเผื่อโอกาสผ่านน้อยผมจะได้ตั้งใจหางานทำที่เมืองไทย ผมไม่อยากหวังลมๆแล้งๆ โปรเข้าใจคนตกงาน)
November 11th, 2008 @ 3:33 am
ถามว่าคุณตอบตรงไปไหม ไม่เกี่ยวหรอกค่ะ ที่นี่เกย์แต่งงานได้ตามกฎหมายด้วยซ้ำไป
ถ้าถูกปฎิเสธอาจจะมาจาก (เท่าที่เคยฟังๆมาจากคนอื่นด้วยนะคะ)
- ถ้าขอไปซะนาน (นานกว่า 45 วัน) โอกาสผ่านค่อนข้างยาก
- ถ้าไม่ชี้แจงจุดประสงค์ในการไปให้แน่ชัด (เช่นจะไปเยี่ยมแฟน หรือจะไปเรียนกันแน่) ก็ผ่านยากอีก
- ถ้าวีซ่า rejected มา จะชอใหม่เลยก็ได้ โอกาสผ่านไม่ผ่านแล้วแต่ความน่าเชื่อถือของตัวคุณเอง(และแฟนด้วย) ถ้าแฟนมีที่อยู่แน่ชัด มีรายได้ จ่ายภาษี ปรกติ ไปขอ 3bis มาจาก city hall และรับรองให้คุณได้ก็ไม่น่าจะมีปัญหานะคะ
แนะนำว่าถ้าจะมาเรียนโท ก็ลองติดต่อกับทางมหาวิทยาลัยที่นี่ดู เมื่อเขารับแล้วก็ยื่นวีซ่านักเรียนน่าจะตรงจุดประสงค์มากกว่า แต่ยังไงลองรอคำตอบจากสถานฑูตดูก่อนนะคะว่าทำไมถึงไม่ผ่าน
คุณ jite ลองเมล์ไปคุยกับน้อง diewzy (zoeor_kip@hotmail.com – ตอนนี้น้องอยู่เบลเยี่ยม ไม่รู้ออนไลน์บ่อยหรือเปล่า) ดูนะคะ เคสใกล้เคียงกัน (comment ข้างบนคุณน่ะค่ะ)
November 11th, 2008 @ 6:23 pm
สวัสดีพี่ๆนะคัฟ น้องชื่อเดียว ยังไงถ้ามีพี่อยู่ เมือง HUY หรือ ใกล้ๆ ก็ @ e-mail มาคุยกันได้นะคัฟ แต่ น้องอยู่แค่เดือนเดียวเอง กลับ 30/11/2008 นี้ zoeor_kip@hotmail.com ยินดีที่ได้รู้จักพี่ๆนะคับ… แล้วก้ต้องขอบพระคุณพี่บีมากๆคับที่ให้คำแนะนำ เป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆ คับ แล้วหวังว่าคงได้เจอกันนะคับพี่ อิอิ ไปแระคับ มวฟๆ…
November 11th, 2008 @ 6:33 pm
@พี่ jite พี่สามารถ เขียนจดหมายเปง ภาษาไทยก็ได้คับ เพราะน้อง เขียนเปงไทยเลย คิดไม่ออกว่าจะเขียงเปงภาษาอังกฤยังไงเพราะน้องก็ไม่เก่งเหมือนกัน บอกถึงจุดประสงคืที่จะไปแล้ว ไปทำอะไรอยู่กับใครที่ไหน แล้ว เรื่องการการันตี ก็ต้องให้แฟนพี่เตรียมเอกสารทั้งหมดให้ครบ แล้ว ก็ยื่นขอใหม่อีกครั้ง เรื่องการตอบคำถามที่เค้าสัมภาษณ์นั้น ก็ตอบไปตรงๆจะดีที่สุด ว่าแต่ ทางมหาลัยพี่เค้าตอบกลับมาหรือยังว่า รับเข้าเรียนแล้ว ? ถ้าพี่มีเอกสารที่ทางมหาวิทยาลัยตอบกลับมา ไม่น่าจะยากนะคับเรื่องการขอวีซ่าอีกครั้ง ลองเมลล์มาคุยกันก็ได้นะคับผม…
November 15th, 2008 @ 9:57 am
ขอบคุณน้อง diewzy และ คุณ +bee มากๆ เลยนะครับที่ให้คำแนะนำ ตอนนี้คำตอบออกมาแล้ว ว่าผมเขียนจดหมายชี้แจงเหตูผล แรงจูงใจที่จะไปเรียนต่อ ไม่มีความกระจ่างพอ เขาให้เขียนใหม่
1. ผมลงทะเบียนเรียนภาษาดัชท์ ที่ Mechalen เป็นโรงเรียนสอนภาษาไกล้บ้านนะคัรบ 15/สัปดาห์ เพื่อที่จะสอบให้ได้ระดับ 5 ตามข้อกำหนด และมีใบตอบรับยื่นแนบประกอบการขอวีซ่าครับ หลังจากสอบได้ระดับ 5 ผมถึงจะเข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยที่นั่นได้ ครับ
2. ณ ปัจจุบันผมยังไม่ได้สมัครเข้าที่มหาวิทยาลัยครับ เพราะผมไม่มีคะแนนโทเฟล ผมจะเรียนในหลักสูตรภาษาดัชท์ครับ ผมจำเป็นต้องเรียภาดัชท์ ให้ได้ตามข้อกำหนดก่อน
3. น้อง diewzy ขอวีซ่าเป็น student หรือ torrist ครับ ผมขอเป็นแบบ student ระยะเวลาปีต่อปีครับ
4. ถ้าน้อง diewzy ขอเป็น student ผมรบกวนขอคำแนะนำในการเขียนรายละเอียดด้วยนะครับจดหมาย ตอนนี้กะจะไปจ้างนักแปลเอกสารเขาเขียนให้ใหม่นะครับ
ขอบคุณ ทั้งสองท่านอีกครั้งนะครับ
January 18th, 2009 @ 9:29 am
รบกวนขอทราบรายละเอียด ของเมือง Antwerp ว่า สภาพภูมิอากาศเป็นอย่างไร หนาวมากไหม ลักษณะที่อยู่อาศัย ( บ้าน อพาสเมน หรือ คอนโด ) คนที่เมืองนี้นิสัย ใจคอเป็นอย่างไร
ขอบคุณคะ
January 18th, 2009 @ 12:28 pm
ลองดูที่ post ใหม่นะคะ
http://beebah.wordpress.com/2009/01/18/thingsbelgium/
January 28th, 2009 @ 3:30 pm
พี่คะๆ
คือหนูชื่อฝ้ายอ่ะ ตอนนี้หนูแลกเปลี่ยนอยู่เบลเยี่ยม
แต่หนูอยากจะเรียนต่อ แต่หนูไม่รู้เรื่องเอกสารอะไรเลยอ่ะ ว่าต้องทำอะไรบ้าง
รบกวนขอคำแนะนำด้วยค่ะ
January 29th, 2009 @ 11:46 am
สวัสดีคะคุณผึ้ง ก็ที่ขอคำแนะนำเมื่อปีก่อนและก็ไปมาแล้ว เบลเยี่ยมและประเทศอื่นๆในเชงเก้นน่ะคะ ก็ขอบคุณมากๆคะ คำแนะนำดีมากๆและ blog อื่นๆก็อ่านสนุกคะ
พอดีมีเรื่องจะสอบถามอีกอะคะ คือวางแผนจะไปเที่ยว (อีกแล้ว) ก็ไปเบลเยี่ยมเหมือนเดิม อันนี้ก็คงไม่มีปัญหาอะไรแล้วเพราะเคยไปแล้ว วีซ่าครั้งนี้คงไม่ยาก แต่ว่าจะไปอังกฤษด้วยนะคะ ก็รู้ล่ะคะว่าต้องไปขอวีซ่าอังกฤษด้วย ว่าแต่จะยังงัยดีคะ ต้องไปขอของที่ไหนก่อนคะ ลืมบอกไปคะ เมื่อครั้งก่อนก็ว่าจะไปอังกฤษเหมือนกัน ตอนไปขอวีซ่าเชงเก้น ก็เลยเขียนไปว่าขอเป็นแบบ Multi แต่ทางนั้นเค้าบอกว่าทำไมต้องเป็น Multi เราก็บอกไปว่าจะข้ามไปฝั่งอังกฤษด้วย เค้าก็บอกว่าให้ไปขอวีซ่าอังกฤษก่อน เพราะมันต้องมีเหตุผลสำหรับออก Multi visa ให้ แต่ตอนนั้นไม่มีเวลาแล้วน่ะคะ เลยต้องยอมเป็น single visa ก็เลยอดไปอังกฤษ แต่ครั้งนี้ตั้งใจจะไปให้ได้น่ะคะ ต้องทำยังงัยคะ อันนี้ก็กลัวว่าถ้าไปขอวีซ่าอังกฤษก่อน เค้าก็จะมีคำถามและกลัววีซ่าไม่ผ่าน เพราะเราน่ะจองตั๋วเครื่องบินไปกลับ Brussels แต่เดินทางไปลอนดอนจากบรัสเซลโดยรถไฟน่ะคะ
รบกวนแนะนำหน่อยนะคะ ไม่รู้ว่าคุณผึ้งหรือใครเคยมีประสบการณ์แบบนี้มาก่อนรึป่าว ว่าแต่เอกสารต่างๆ น่าจะไม่มีปัญหา เพราะเรามีจดหมายเชิญและเอกสารอื่นๆจากคนที่นั่นครบทั้ง 2 ประเทศน่ะคะ แต่ติดตรงที่เราจะต้องไปยื่นเรื่องขอวีซ่าที่ไหนก่อน และต้องแจ้งเค้าว่ายังงัย หรือมีเอกสารอะไรอื่นๆประกอบเพิ่มเติม แนะนำด้วยนะคะ ขอบคุณมากคะ
January 31st, 2009 @ 4:08 pm
สวัสดีค่ะ พี่ๆทุกคน กัน ก็คนหนึ่งค่ะที่กกำลังจะขอวีซ่าไปเบลเยี่ยม ยังไม่รู้เลยว่าจะขอวีซ่าเเบบใหน มีเเฟนเป็นคนเบลเยี่ยมนะค่ะ เเฟนมาหาเราที่เมืองไทยเเละเขาก็อยากให้เราไปเยียมครอครัวเขาที่เบลเยี่ยม ตอนนี้เรายังมีงานประจำทำอยู่ที่เมืองไทย ก็ตั้งจัยจะลางานไป เเละ กัน ก็ไม่เคยไปต่างประเทศด้วย ยังไม่เข้าจัยเรื่องการขอวีซ่าว่ากรณีอย่างเราจะขอวีซ่าเเบบใหน เเละถ้าเราไปเเล้ว เราอยากอยู่ที่โน้นต่อ เราสามารถขอต่อว๊ซ่าที่เบลเยี่ยมได้มั้ย เเละถ้าเรากลับมาเมืองไทย เราจะขอว๊ซ่าไปเบลเยี่ยมได้อีกมีกำหนดเวลา ในการของวีซ่ามั้ยค่ะ ว่าเราต้องกลับมาไทยกี่เดือน (การจะไปครั้งเเรกเเฟนจะมทำหนังสือเชิญเราเเละออกค่าใช้จ่ายให้ค่ะ)
ใครมีข้อเเนะนำอะไร ช่วยตอบให้ด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ
February 1st, 2009 @ 8:28 am
@Fai, ลองไปติดต่อ City Hall เมืองที่น้องเรียนอยู่มายังคะ? แล้วเรียนต่อจะเรียนที่ไหนคะ? (มหาวิทยาลัยไหน) ถ้ารู้แล้วว่าอยากเรียนต่อท่ี่ไหนให้ไปติดต่อที่สถานศึกษานั้นก่อน ถามเค้าว่าอยากจะเรียนที่นี่ต้องทำไงมั่ง เค้าจะบอกว่าต้องใช้อะไรบ้างอ่ะค่ะ
@k.patty
ไปขอวีซ่าอังกฤษก่อนค่ะ แล้วค่อยขอเชงเก้น เวลาขอเชงเก้นก็แนบสำเนาวีซ่าอังกฤษไปด้วยค่ะ(ว่าเราได้วีซ่าไปอังกฤษแล้วจริง เลยจะขอ Multiple) ไม่น่ามีปัญหานะคะ
February 1st, 2009 @ 8:39 am
@k.กัน
1) มาครั้งแรก ขอเป็น Short Stay ค่ะ ถ้าจะมาเยี่ยมแฟน (maximum 90 days)
2) มาแล้วอยากอยู่ต่อ (จะไม่ไปลาออกจากงานก่อนเหรอคะ?) ถามว่าทำได้ไหม ทำได้ค่ะ ไปติดต่อที่ city hall หรือ gemeentehuis ที่แฟนคุณมีชื่ออยูู่ในทะเบียนบ้านอ่ะค่ะว่าต้องทำอะไรบ้าง ยังไงก็เอาเอกสารสำคัญ ๆ ติดตัวมาด้วยนะคะ (แต่ถ้าถามความเห็นส่วนตัว ไม่แนะนำให้ทำแบบนี้ค่ะ ถ้าขอวีซ่ามาเยี่ยม ซึ่งได้นานสุด 90 วัน ก็อยากให้อยู่ตามนั้น แล้วถึงกำหนดกลับไทยก็กลับไปก่อน ถ้าอยากจะมาอีกจริง ๆ ก็ค่อยขอวีซ่ามาใหม่ค่ะ เห็นใจคนอื่นเค้าน่ะค่ะ เพราะมีหลายคนชอบมาแบบ Short stay แล้วไม่ค่อนกลับไทยกัน เจ้าหน้าที่เค้าก็เห็นว่าขอวีซ่าไม่ตรงจุดประสงค์ แล้วไปซิกแซกทำเรื่องอยู่ต่อกันเอง ทำให้คนอิื่นขอวีซ่ายากด้วยอ่ะค่ะ)
3) ถ้าคุณกลับเมืองไทยไปแล้วจะขอวีซ่าใหม่เลยทันทีก็ได้ ไม่มีกำหนดว่าต้องกี่เดือน ๆ แต่เค้าก็จะถามอ่ะค่ะ ว่าทำไมแป๊บเดียวขออีกแล้ว แต่ถ้ามีคำอธิบายก็ไม่น่ามีปัญหาอะไรค่ะ
February 2nd, 2009 @ 4:18 pm
@ K. bee ขอบคุณค่ะ K.bee ที่ตอบข้อสงสัย…เเละคำเเนะนำที่ดีๆ…..ก็คิดอยู่นะค่ะว่าจะไม่ทำผิดวัถุประสงค์ในการขอวีซ่า ไม่อยากมีปัญหาในการขอวีซ่าครั้งต่อต่อไป ก็อยากถามไว้เป็นความรู้นะค่ะ…………ถ้าลางานไปเเล้วก็ต้องกลับมาทำงานซักพัก จึงจะมีสิทธิ์ลาออกไปได้………….ก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าเราจะสามารถอยู่ต่างประเทศได้นานๆมั้ย……ถ้าไม่มีงานทำเราก็คงอยู่ไม่ได้ คงเหงาน่าดู……..ที่อยากรู้นะค่ะว่า วุฒิปริญาญาตรีบ้านเราสามารถใช้ประกอบการหางานทำในเบลเยี่ยมได้มั้ยค่ะ (หลังจากเราเรียนภาษาท้องถิ่นในเบลเยี่ยมเเล้ว 2ปี)
February 2nd, 2009 @ 4:25 pm
สวัดดีค่ะ …มีข้อสงสัยนะค๋ะ…มีเเฟนเป็นคนเบลเยี่ยมนะค่ะท้องถิ่นที่เเฟนอยู่เขาพูดภาษษดัดส์ค่ะ……..เเละเขาอยากให้เราเรียนภาษาดัดส์ ไม่รู้ว่าภาษาดัดส์เรียนอยากมั้ยเเละที่เมืองไทยที่ใหนมีสอนบ้าง อยากเรียนไว้บ้างเป็นพื้นฐานในการไปเรียนที่ประเทศเขา……….ขอบคุณค่ะ
February 2nd, 2009 @ 4:43 pm
สวัสดีค่ะ…..เอกสารที่ต้องเตรียมไว้เพื่อไปขอวีซ่า short stay ไม่เกิน 90วัน( เบลเยี่ยม) มีอะไรบ้างค่ะ ไปเเบบมีคนออกค่าใช้จ่ายให้ เเละมีคนรับรองค่ะ จะไปช่วงเมษายนนะค่ะ ต้องไปขอวีซ่าก่อนวันเดินทางนานมั้ยค่ะ เเละการขอวีซ่าต้องจองตั๋วเครื่องบินก่อนหรือเปล่า ต้องทำประกันชีวิตด้วยหรือไม่
ขอบคุณค่ะ
February 4th, 2009 @ 10:15 pm
@K. กัน
เราก็มีแค่วุฒิปริญาญาตรีจากมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯอ่ะค่ะ แต่งานสายเรามันเป็นสายอาชีพ เค้าเลยไม่ค่อยซีเรียสเรื่องวุฒิเท่าไหร่
อันนี้ต้องดูอ่ะค่ะว่าทำงานสายอะไร เรื่องภาษายังไงก็ต้องเรียนอยู่แล้ว.. 1 level ใช้เวลาเรียนประมาณ 4 เดือน (อาทิตย์ละ 2 วัน) และมีทั้งหมด (ถ้าจำไม่ผิด) 7 levels.
อยู่ ๆ ไปเดี๋ยวก็ชินค่ะ ถ้าเข้าใจภาษาเค้าคงไม่เซ็งมาก ที่นี่เค้าจะช่วยเราหางานด้วย (ถ้าคุณมาอยู่ฝั่ง Flanders นะ) ไม่ได้หมายความว่าเค้าหางานให้เรานะ แต่เราต้องไปลงทะเบียน (ที่ http://www.vdab.be : มีแต่ภาษาดัชท์นะคะ) ทิ้งประวัติไว้แล้วเค้าจะช่วย match ให้ว่า resume เราทำงานอะไรได้บ้าง แล้วแนะนำให้ไปสมัคร (บางทีเค้าจะช่วยแนะนำเรื่องการกรอกใบสมัครงาน การสัมภาษณ์งานให้ด้วย ถ้าไม่มีคนอื่นปริกษา) แต่เราไม่เคยไปอ่ะนะคะ เห็นคนอื่นเค้าไปกัน ไม่รู้เวิร์คป่าว (แต่ฟรีนะ เป็นบริการของรัฐฯอ่ะค่ะ)
แต่เอาตามตรงเลยนะ วุฒิป.ตรีจากเมืองไทย แทบจะไม่มีความหมายที่เบลเยี่ยม ที่นี่ส่วนมากเค้าจบกันถึง ป.โท เป็นอย่างน้อย (นอกจากจะเรียนสายอาชีพอย่างเราน่ะนะ) หรือถ้าเป็นสาย IT อาจจะง่ายหน่อย ที่นี่ IT ยังมีงานให้ทำอยู่
@k.เหนง : ภาษาดัชท์ที่เมืองไทย เท่าที่ทราบ ไม่มีค่ะ คือมีเหมือนกันแหละ แต่แพงมหาแพง แพงมาก ๆ (เหมือนคอร์สตัวต่อตัว ตั้งหลายหมื่น เลยเลิกสนใจ) ภาษาดัขท์ จริงๆ คล้าย ๆ ภาษาอังกฤษ+เยอรมัน มันก็ไม่ยากนะคะ ถ้าพูดภาษาอังกฤษอยู่แล้วแล้วตั้งใจเรียนจริงๆ ก็อาจจะใช้เวลาซัก 4-5 เดือนคงพอเข้าใจสื่อสารพอได้อ่ะค่ะ – ไม่รู้นะ ที่เมืองไทยไม่น่าเรียนหรอก ภาษาดัขท์ นอกจากจะหายาก แพง แล้วยังเป็น “ดัชท์” อีก (ที่เบลเยี่ยมเป็นสำเนียง “เฟลมมิช”) คุณลองหาตามเว็บไซต์ดูดิคะ มีเยอะนะ เรียนดัชท์ฟรีอ่ะแบบออนไลน์
@k.น้ำ
เขียนไว้ที่นี่แล้วอ่ะค่ะ
http://beebah.wordpress.com/2007/12/08/visa-to-belgium-for-thai/
ประกันชีวิตไม่ต้องทำ ทำแต่ประกันสุขภาพค่ะ
แนะนำให้ขอวีซ่าก่อนเดินทางซักสองเดือนเป็นอย่างน้อย
ตั๋วเครื่องบินต้องจองก่อนขอวีซ่า แต่ยังไม่ต้องจ่ายตังค์ เอาใบจองไปขอวีซ่า วีซ่าผ่านแล้วค่อยจ่ายตังค์ค่ะ
February 7th, 2009 @ 2:50 pm
ขอบคุณค่ะคุณ bee ..หวังว่าคงมีโอกาสคุยกันนะค่ะ
February 7th, 2009 @ 2:52 pm
k bee….ขอบคุณค่ะ คุณ bee ตอนนี้คุณอยู่เบลเยี่ยมใช่ไหมค่ะ หวังว่าเราจะได้เจอกันที่เบลเยี่ยม นะค่ะ ถ้าวีซ่า เราผ่านนะ
February 7th, 2009 @ 3:15 pm
ขอบคุณค่ะ K. Bee ทีตอบข้อสงสัยกับเรา เเล้วเรามีข้อสงสัยจะถามคุณอีกนะ หวังว่าเราจะได้รับคำตอบดีๆจากคุณ
ขอบคุณค่ะ
February 12th, 2009 @ 4:31 am
สวัสดีค่ะ พอดี อยากได้ตัวอย่างจดหมายแนะนำตัวเองอ่ะค่ะ ไม่รู้ว่าจะเขียนยังไงเริ่มจากตรงไหน พอดีไม่มีงานทำที่สามารถรับรองได้ค่ะ แต่มีกิจการหอพักนักเรียนที่ไม่ได้จดทะเบียน ไม่ได้เป็นชื่อเราด้วยเป็นชื่อน้องชายค่ะแต่เราดูแลอยู่ และที่นี้ แฟนที่อยู่เบลเยี่ยมเค้าทำหนังสือเชิญให้ไปเที่ยวบ้านเค้า ให้เราไปพร้อมกับแม่ และ ลูกสาว 6 ขวบ เมษานี้ค่ะ อาทิตย์หน้าจดหมายคงถึงแล้วพร้อมตั๋วเครื่องบิน แต่ ยังไม่รู้ว่าเอกสารจะพร้อมมั้ยเพราะติดแค่เรื่องใบรับรองการทำงานค่ะ ขอคำแนะนำด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ
February 15th, 2009 @ 1:11 pm
ถ้าไม่มีใบรับรองการทำงานก็ไม่ต้องส่งให้สถานฑูตหรอกค่ะ
คิดว่าเค้าคงจะถามตอนสัมภาษณ์อยู่แล้ว
กิจการหอพัก ไม่ได้เป็นชื่อคุณ ถ้าเค้าถามก็บอกเค้าไปตามนั้นแหละค่ะ
ส่วนจดหมายแนะนำตัวจะเขียนก็ได้ไม่เขียนก็ได้ค่ะ เค้าไม่ได้ขอหรอก
แต่เราเขียนไปเพราะตอนมา ไม่ได้ทำงานประจำ ก็เขียนไปสั้น ๆ
ว่าเราไม่มีจดหมายรับรองการทำงาน เพราะเป็นฟรีแลนซ์ และมีรายได้
เท่านี้ ๆ และออกค่าใช้จ่ายเอง ฯลฯ
ไม่ใช่ทุกคนจะมีใบรับรองการทำงาน ถ้าเราไม่มีก็ไม่เป็นไรค่ะ
ถ้าเอกสารอื่นครบก็น่าจะพอแล้วค่ะ
March 3rd, 2009 @ 8:17 am
สวัสดีคะคุณผึ้ง
ที่คุยกันวันก่อนทางเอ็ม ขอโทษทีคะพอดีคอมแฮงค์แล้วก็ไม่ได้เข้ามาใหม่ วีซ่าเชงเก้นผ่านแล้วคะ ได้ไปอีกแล้วยุโรป
แต่งงนิดนึงน่ะคะ ที่เมื่อปีก่อนขอไป 28 วัน เค้าให้มา 45 วันเลย ก็บวกหน้าหลังกับวันที่ออกในตั๋ว แต่มาครั้งนี้ไปประมาณ 35 วันน่ะคะ เค้าให้มา 40 วัน มันก็ ok นะคะเพราะวันเดินทางไปและกลับคงตามนั้น แต่มันนิดนึงตรงที่เราขอไปวันที่ 6 เมษา กลับ 10 พฤษภา วีซ่าก็ให้มา 1 April – 10 May วันกลับมันพอดีเป๊กๆเลยน่ะคะ ไม่เผื่อให้เราเลย อิอิ ก็พยายามและขอให้ไม่มี accident อะไรและบินกลับได้วันตรงกับตั๋ว ก็ไม่มีอะไรมากคะ แค่งงนิดหน่อยและเล่าสู่กันฟัง เพราะตอนแรกกลัววีซ่าจะไม่ผ่านง่ายๆ (ทั้งๆที่ตอนแรกคิดว่าผ่านแน่ๆเพราะไปมาแล้ว) แต่เผอิญที่คนเชิญเป็นเพื่อนคนละคนกับครั้งก่อน แล้วเจ้าหน้าที่เค้าดันพูดเหมือนขู่เราตอนไปยื่นเอกสาร ว่าไม่รู้ว่าทางสถานฑูตจะให้ผ่านรึป่าวหรือว่าต้องรอส่งเรื่องไปให้ทางเบลเยี่ยมพิจารณา เพราะคุณเปลี่ยนคนเชิญ (งงอะว่าเรามีเพื่อนได้แค่คนเดียวเหรอ) แต่ก็เข้าใจเค้าคะ แล้วเอกสารทุกอย่างเราก็มีครบ แล้วก็ได้ผ่านแล้ว ไปยื่นทำวีซ่าวันพุธ เค้านัดให้ไปฟังผลวันจันทร์ถัดมา
ส่วนวีซ่าอังกฤษก็ได้ก่อนหน้านี้แล้ว ออกจะง่ายกว่าที่คาดไว้ด้วยน่ะคะ เพราะมีแต่คนบอกว่าผ่านยาก ไปทำเรื่องขอวีซ่า แค่ 2 วันก็แจ้งให้ไปรับ passport คืน ได้มาตั้ง 6 เดือน (minimum) แล้วก็แตกต่างกันมากเลย สถานที่ก็กว้างและสะดวกกว่า แล้วเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ถามอะไร เพราะเค้าคงส่งให้คนที่สถานฑูตพิจารณาดูข้อมูลจากเอกสาร ไม่เหมือนของเบลเยี่ยมที่เจ้าหน้าที่สอบถามตรงนั้นเลยหากเค้าสงสัยอะไรตอนที่ยื่นเอกสาร แต่ก็เข้าใจคะที่เจ้าหน้าที่เค้าดูเข้มงวด คิดว่าคงเป็นคน screen ให้ทางสถานฑูตก่อนเพื่อพิจารณาว่าวีซ่าจะผ่านรึป่าว เพราะเค้าก็จดข้อมูลตอนที่ถามเราไว้ในเอกสารด้วย
ก็ยังงัยมีโอกาสก็อยากเจอคุณผึ้ง (ตัวเป็นๆ อิอิ) เผื่อทานข้าวกันสักมื้อ คิดว่าคงสนุกมากแน่ๆ เพราะแค่อ่านเรื่องจากใน blog ก็ยังสนุกแล้วเลย แล้วบ้านเพื่อนที่จะไปเที่ยวครั้งนี้อยู่ Diest มันไม่ไกลจาก Leuven บ้านคุณผึ้งใช่ป่าวคะ ไว้ยังงัยคุยกันทางเอ็มนะคะ ขอบคุณมากคะ
ขอให้คนอื่นๆวีซ่าผ่านไม่มีปัญหาอะไรนะคะ
เปิ้ลคะ
March 4th, 2009 @ 5:37 pm
เรื่องมีอยู่ ว่า เรา เป็นลูกจ้างอยู่ในหน่วยงานของรัฐ(ตำเเหน่งลูกจ้างชั่วคราวทำมาเเล้ว 6 ปี) การจะลางานเราลางานติดต่อได้เเค่ 5 วันทำการ +วันหยุดอีก 4 วัน เป็น 9 วันเท่านั้น (ขอกับหัวหน้างานเเล้ว เขาให้หยุดได้เเค่นี้) เเต่เเฟนที่อยู่เบลเยี่ยมอยากให้ไป 90 วัน เขาให้ เราลาออกจากงาน เเละเขาจะดูเเลเราเอง เเต่เราไม่อยากลาออกจากงานก่อนที่จะได้วีซ่า เเฟนเนะนำว่าให้เรา เขียนวีซ่าไปว่าไม่ได้ ทำงานเพราะว่าถ้าทำงานต้องมีใบอนุญาติให้หยุดงาน และถ้ามีใบอนุญาติให้หยุดงานก็อาจจะได้ตามวันที่ลาเท่านั้น ……….ถ้า เราจะของวีซ่าโดยเขียน ว่าไม่ได้ ทำงาน หรือ เป็นชาวนา(พ่อเเม่เราก็เป็นชาวนา) ทางสถานทูตเขาจะตรวจสอบได้มั้ยว่าเรา ยังไม่ลาออกจากงาน เเละเรามีงานทำประจำอยู่ …. ..ทางสถานทูตจะให้วีซ่าเรามั้ย……เเละเราก็รับเงินเดือนผ่าน บ/ช ธนาคาร……..
……รบกวนใครที่รู้ ช่วยตอบเราด้วย………ขอบคุณมากๆค่ะ
March 4th, 2009 @ 5:39 pm
เพื่อนในห้องนี้ ใครมีคำเเนะนำดีๆ ช่วยบอกเราที ว่าเราจะต้องทำอย่างไร เพื่อให้วีซ่าผ่าน ………..ขอบคุณมากค่ะ
March 4th, 2009 @ 5:43 pm
………ลืม บอกไปแฟนเเละครอบครัวของเเฟนที่เบลเยี่ยมมีหนังสือเชิญเราไปเยี่ยมครอบครัวเขา…..เเละเราก็อยากจะไปช่วง เดือนพฤษภาคม นี้ ไม่รู้วีซ่า จะผ่านหรือเปล่า……..
March 5th, 2009 @ 11:53 pm
@K. เปิ้ล
อือ จริงนะ ไม่มี logic อะไรเลยค่ะ เค้าให้วีซ่าตามดวงชะตาตกฝากของผู้ขอวีซ่า แบบพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกจริง ๆ แล้วแต่อารมณ์อ่ะมั้ง? จะใครเชิญก็ไม่น่าเกี่ยวเนอะ อย่างที่คุณว่าแหละ จะให้มีเพื่อนคนเดียวหรือไงกันหว่า
พักนี้เบลเยี่ยมเข้มเรื่องวีซ่ามากมาย ไม่รู้ทำไม เรื่องเยอะมาก ๆ สงสัยใกล้เลือกตั้ง (เกี่ยวป่าวนะเนี่ย)
Diest เคยไปสองสามครั้งอ่ะค่ะ เพื่อนสนิทอยู่นั่น ไม่ไกลอ่ะค่ะ นั่งรถเมล์ก็คงซักสามสิบนาทีมั้ง? รถไฟก็เร็วกว่าหน่อย ว่าง ๆ ก็มาเที่ยว Leuven ดูนะคะ
@k. เหนง
ไม่มีอะไรการันตีได้ว่าคุณจะได้วีซ่าแน่นอน (หรือ ไม่ได้ แน่นอน) ก็ลองขอไปเลยละกันค่ะ
แฟนอยากให้ไป 90 วันคุณก็คงต้องลาออกล่ะค่ะ
March 6th, 2009 @ 12:21 am
……ขอบคุณค่ะ.. สำหรับความคิดเห็น เราก็จะลองยื่นดูไปก่อน ผลออก มาอย่างไร ก็ ต้องยอมรับ
March 22nd, 2009 @ 2:03 am
…. เรา ไปยื่น วีซ่า เเล้ว ยื่นตอนเช้า จนท. นัดสำภาษณ์บ่ายวันเดียวกัน …. คำถามที่เจอก็ คือ รู้จักกันได้อย่างไร …คบกันเป็นเเฟนตั้งเเต่เมื่อไร ติดต่อกันทางใหน เเละพูดกันภาษาอะไร. …สถานภาพ ของเราเเละเเฟน…(โสด ไม่โสด)……. เเฟนชื่อ อะไร พักอยู่ที่ใหน ทำงานอะไร.ค่าเครื่องบิน เท่าไร……………
จนท. บอกว่า ให้รอฟังผลประ มาณ 1 อาทิตย์ จะโทรบอกผล
…….ค่าวีซ่า 3060 บาท .
ค่าประกันสุภาพ สำหรับ 90 วัน 2391 บาท.ราคา ค่าปะกันเเต่ละบริบัทราคาไม่เหมือนกัน….
…….เเต่เรา ลืมถามไปว่าเราจะให้คนอื่นมารับเล่มพาสปอส คืนได้มั้ย ….ถ้าวีซ่าผ่านเเล้ว เเละรับเล่มคืนเล้วเราเอาวีซ่า ไปซื้อตั๋วเครื่องบิน เเล้ว …เราต้องไปที่สถานทูตอีกมั้ยค่ะ…เป็นการจะเดินทางออกต่างประเทศครั้งเเรก.นะค่ะ ….. ขอบคุณค่ะ
March 22nd, 2009 @ 1:00 pm
เมื่อวีซ่าผ่านแล้ว คุณให้ใครไปเอาเล่มคืนก็ได้ค่ะ ไม่จำเป็นต้องไปเอง แค่อย่าลืมใบเสร็จรับเงินที่เค้าให้มา (จะมีหมายเลขอ้างอิงอยู่บนนั้น) แต่ปรกติไปครั้งแรกเค้าอาจจะโทรมาแจ้งก่อนว่าวีซ่าคุณผ่านแล้ว ให้ไปซื้อตั๋วเครื่องบิน ไป-กลับนำมาแสดงที่สถานฑูต และจึงจะรับเล่มคืนไปในวันนั้นได้เลยค่ะ ยังไงก็รอให้เค้าโทรมาแจ้งก่อนนะคะ อย่าเพิ่งจ่ายค่าตั๋วล่ะ
March 22nd, 2009 @ 1:21 pm
…K. Bee…ขอบคุณค่ะ ที่เข้า มาตอบให้……..ตอนนี้ ก็ รอลุ้นค่ะว่าจะได้วีซ่ากี่วัน
March 22nd, 2009 @ 1:54 pm
หวัดดีครับคุณเหนง และพี่ บี ผมมีปัญหาคล้ายๆ คุณเหนง เลย เมื่อก่อนผมมีงานประจำทำและลางานไปเที่ยวเบลเยี่ยมมาสองอาทิตย์ ลามากกว่านั้นไม่ได้ ผมตัดสินใจยื่นวีซ่านักเรียนโดยเริ่มเรียนภาษาดัชท์ให้ได้ระดับ 5 ก่อนค่อยต่อ ป.โท ที่นู้นครับ ตั่งแต่เดือนกันยายน ปีที่แล้ว วีซ่าผมไม่ผ่านทั้งสองรอบ คือรอบแรก เขาบอกว่า เหตุผลและแรงจูงใจที่จะไปเรียนที่เบลเยี่ยมไม่เพียงพอ ผมเลยเขียนรอบสองและยื่นไหม่ เขาบอกว่าคอรส์ที่ลงทะเบียนมันผ่านไปแล้ว ต้องลงทะเบียน ไหม่ รอบที่สาม ทางโรงเรียนไม่อนุญาตให้ลงทะเบียนไหม่ได้ คือผมมีแฟนเป็นชาวเบลเยี่ยม เอกสารทางการเงินและการลงทะเบียนแฟนเป็นคนจัดการให้ครับ ตอนนี้ลาออกงานแล้วเพราะอยากพักผ่อนคิดว่าวีซ่าไม่ยาก แต่คิดผิด ตอนนี้ไม่มีงาน การที่จะสามารถลงทะเบียนครั้งไหม่นี้ได้ ทางครูที่เบลเบี่ยมบอกว่าผมต้องเดินทางไปดำเนินการด้วยตัวเองครับ ผมเลยตัดสินใจยื่นวีซ่าท่องเที่ยว 60 วัน กำหนดเดินทาง 02/05/2009 ลงทะเบียน 08/05/2009 เริ่มเรียน 11/05/2009 จบคอร์ส ปลายเดือนกรกฏาคม และกำหนดเดินทางกลับ 01/07/2009 ครับ ปัญหาที่รบกวนถาม
1. ตอนนี้ผมไม่งานประจำทำแต่แฟนส่งเสียเลี้ยงดูทุกเดือนหลังจากที่ลาออกจากงาน ตอนนี้อยู่กับครอบครัวที่บ้านนอก เป็นชาวสวนยางพารา ผมจะขอวีซ่าเยี่ยมเพื่อนโดยปราสจากหนังสือรับรองจากบริษัทได้ไหมครับ? เอกสารการรับรองของแฟนมีครบครับ
2. ถ้าผมไปยื่นขอวีซ่าโดยไม่มีหนังสือรับรองลาหยุดงาน แล้วถ้าสถานฑูตอนุญาตุ ผมจะเดินทางไปเรียน ดัชท์ จบครอส์ ที่ 1 ในเวลา 6 อาทิตย์ (ที่โรงเรียนเขามีกำหนดการที่แน่นอนครับผมจะปริ้นท์แนบการขอวีซ่า)แล้วผมสามารถขอเอกสารการสอบ ยื่นประกอบการขอวีซ่าเป็นนักเรียนได้ไหมครับ คือผมต้องกลับมายื่นที่เมืองไทยครับ อยากทำตามขั้นตอน (อ้อ คอร์สที่เรียน 15 ชั่วโมง ต่อ อาทิตย์ ครับ)
3. ถ้าผมมีใบรับรองการมีทักษะภาดัชท์ขั้นพื้นฐานแล้วผมกลับมาขอ วีซ่านักเรียนจะมีโอกาสได้มากน้อยแค้ไหนครับ
…………คุณเหนงได้ผลงัยก็บอกโพสบอกข่าวความคืบหน้าบางนะครับ ลุ้นมากตั้งแต่ยังไม่ยื่นเลย นอนม่ายหลับเลยอะ เป็นกำลังใจให้ทุกๆ คนครับ
รบกวนทุกท่านที่รู้โปรดกรุณาและสงเคราะห์ลูกช้างลูกลิงตัวดำๆ ตอบให้ด้วยเตอะ
ว่าแล้วพรุ่งนี้จาไปขอวีซ่าแล้วนะครับ ไปกะน้องดิวผู้น่ารัก พี่บีคงจามด้าย……..
สาธุคุณพระคุณเจ้าช่วยลูกด้วยเถอะ
March 22nd, 2009 @ 2:05 pm
พอดีข้อความขึ้นแล้วทบทวนอ่านแล้วตัวเองยังสับสนอะ คือจาบอกว่า เคยไปเที่ยวตั้งแต่ ช่วงกลางปี 2007 ครับ ตอนนี้ตัดสินใจลาออกจากงานเพราะทำไปก็เหนื่อย ตำแหน่งงานก็ไม่คืบหน้า อยู่บ้านใหสามีเลี้ยงดีกว่า 555555555555(ล้อเล่น) อยากเรียนต่อแล้วค่อยกลับมาหางานทำครับ เพราะมีประสบการณ์ในห้องวิจัยน้ำมัน ถ้ามี ป.โท สักใบจากที่นู่น กลับมาคงช่วยใด้เยอะ ครับ
มีคำถามเพิ่มเติม
1. ใครพอจาช่วยแนะนำเกี่ยวกับการเขียนแรงจูงใจที่ไปเรียนที่เบลเยี่ยมบ่างครับ
…….ผมก็เขียนตามปกตอครับ
1. โรงเรียนใกล้บ้าน
2. อยากมีโอกาศทางการศึกษา
3. อยากกลับมาบ้านแล้วมีงานเงินเดือนสูงๆ
4. เคยไปเที่ยวแล้วชอบที่นั่น
อ้อไปคราวที่แล้ว ไปดูโรงเรียนที่ ปารีส และ อัมเตอรดัมด้วย แต่ไม่อยากเสียตังค์ค่าที่พัก อันที่จริงอยากเรียนภาษาฝรั่งเศส มากกว่า แต่แถวบ้านสามีเขาใช้ภาษาดัช์ท ครับ เอาเป็ว่าเหตุผลประมาณ 4 ข้อข้างบนครับ แต่ใส่รายละเอียดได้ขนาด A4 1 แผ่น ครับ ถ้าไม่ลำบากผมขอรบกวนส่งให้พี่ บี ช่วยพิจารณา จะได้ไหมครับ
สุดท้าย ขอบคุณสำหรับคำตอบคะ. (ผู้เข้าประกวดหมายเลข 1 มิสไทยแลนยูนิเวิรส์ ปีนี้คะ)
March 22nd, 2009 @ 3:10 pm
k.Jil คะ
บอกตามตรงว่าผึ้งก็ไม่ทราบเกี่ยวกับการขอวีซ่าเพื่อมาเรียนที่นี่เท่าไหร่นักนะคะ เพราะไม่เคยขอวีซ่าประเภทนักเรียน
แต่ปัญหากรณีของคุณไม่ได้อยู่ที่คุณมีงานหรือไม่ ปัญหาคือว่าคุณกับแฟนจดทะเบียนสมรสกันหรือยังคะ? เพราะถ้ายัง นั่นหมายถึงคุณไม่มีความเกี่ยวข้องในทางกฎหมาย เพราะฉะนั้นถ้าจะให้เชิญมาเพื่อเยี่ยมเยียน สามารถทำได้ค่ะ ถ้าเป็นกรณีมาเยี่ยม/ท่องเที่ยวเฉย ๆ นะคะ ขอได้ และมีโอกาสผ่านค่ะ แต่ถ้าจะมาเรียนคุณต้องให้เหตุผลเค้าดีกว่านี้ค่ะ
กรณีคุณก็น่าจะคล้าย ๆ น้องดิว ลองคุยกันดูหรือยังคะ? เห็นน้องดิวก็กำลังทำเรื่องจะมาเรียนที่นี่เหมือนกัน
ถ้าจะมาเรียนที่นี่จริงจัง ยังไงคุณก็ต้องมาที่เบลเยี่ยมก่อน เพื่อทำเรื่อง ทำเอกสาร สงสัยตรงไหนให้ถามกับทางโรงเรียนให้เรียบร้อยเลยค่ะ ถ้าจะให้แนะนำ แนะนำว่าให้มาลงเรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษไปก่อน (ในสาขาที่สนใจ) แล้วลงเรียนภาษาดัชท์ไปด้วย (ช่วงค่ำ) เพราะเรียนภาษาดัชท์ เค้ามองว่ามันไม่ได้สำคัญขนาดว่าต้องบินมาเรียนถึงนี่ีเพื่อเรียนภาษาอย่างเดียว มันฟังดูไม่มีเหตุผล
นักเรียนส่วนใหญ่ที่นี่ (เมืองนี้นักเรียนเยอะมากนะคะเยอะกว่าคนท้องถิ่นอีก) เป็นชาวต่างชาติ มาในหลักสูตร Erasmus (http://en.wikipedia.org/wiki/ERASMUS_programme) เวลากลางวันก็เรียนปรกติ และตอนเย็นเค้าก็ไปลงเรียนภาษาดัชท์กันค่ะ (นักเรียนจากจีนก็เยอะมาก)
ตามเหตุผลที่คุณบอกมาว่าทำไมอยากมาเรียนที่เบลเยี่ยม (อยากมีโอกาสทางการศึกษา, อยากกลับมาบ้านแล้วมีงานเงินเดือนสูงๆ ฯลฯ) คุณไม่ได้เอ่ยอะไรถึงแฟนคุณเลยทั้ง ๆ ที่แฟนคุณเป็นคนออกค่าใช้จ่ายให้ทุกอย่าง กรณีนี้เค้าจะมองว่าคุณหลอกใช้ใหเ้แฟนคุณออกเงินให้แล้วพอเรียนก็คุณก็ไป (ขอโทษนะคะ เราไม่ได้คิดแบบนั้น แต่ต้องยอมรับว่าถ้าเราเป็นสถานฑูตเราจะคิดแบบนี้ค่ะ)
คุณน่าจะบอกไปตรง ๆ ว่าอยากมาอยู่กับแฟน และมาแล้วก็ไม่อยากอยู่บ้านเฉย ๆ อยากจะเรียนหนังสือไปด้วย อะไรก็ว่าไปค่ะ (ซึ่งมันก็เป็นความจริง) บอกเค้าไปว่าเรามีวุฒิการศึกษาอะไรก็แนบไปให้เค้าดูด้วยค่ะว่าเรียนจบสาขานี้มาจริง ฯลฯ และสนใจจะไปเรียนต่อสาขาอะไร สถาบันไหน
คุณลองคุยกับแฟนดูหรือยังคะ? ถ้าไม่คิดจะจดทะเบียนสมรสตอนนี้ ลองให้เค้าไปถามวีซ่าประเภท”อยู่ร่วมกันโดยไม่ได้แต่งงาน” (Samen wonen) ที่ city hall ดูนะคะ เพราะมีหลาย ๆ คนก็ไม่ได้แต่งแต่อยู่ด้วยกันเฉย ๆ อย่างถูกต้องตามระเบียบของทางนี้ค่ะ (คือ ได้สิทธิ์พำนักในประเทศ ได้วีซ่า แต่ไม่แน่ใจเรื่องผลทางด้านกฎหมายนะคะ ยังไงถามทางนี้เค้าดูละกันนะคะ)
สรุปคือ แนะนำให้มาที่นี่แบบวีซ่า short stay ก่อนอีกครั้งค่ะ แล้วมาจัดการเรื่องโรงเรียนให้เรียบร้อย ขนาดนักเรียนใน EU เองเค้ายังต้องมาทำเรื่องก่อนเป็นเดือน แล้วกลับไปประเทศตัวเอง แล้วกลับเข้ามาใหม่เลยค่ะ จะให้ขอวีซ่าครั้งเดียวตู้มผ่านมาถึงเรียนได้เลย เป็นไปได้ยากค่ะ
พอคุณมีเอกสารรับรองการรับคุณเข้าเป็นนักศึกษาแล้ว คุณจะไปขอวีซ่านักเรียนอีกรอบ ก็น่าจะง่ายขึ้นมากแล้วนะคะ
คุณต้องรู้ว่าเค้าไม่ให้วีซ่าคุณเพราะอะไร เพราะหนึ่ง คุณไม่มีรายได้ของตนเอง สอง คุณไม่มีงานประจำ เพราะฉะนั้นเค้าต้องไปดูที่ตัวแฟนของคุณค่ะ ว่าคุณสองคนจริงจังกันแค่ไหน ให้วีซ่าคุณมาที่นี่แล้วคุณจะหนีวีซ่าไหม ถ้ามาถึงนี่แล้ว ถ้าเกิดคุณเลิกกับแฟนขึ้นมาแล้วจะยังไง ต่อฯลฯ
หลายกรณีค่ะ ลองไปคิด ๆ ดูนะคะ
ตัวอย่าง สถาบันที่นักเรียนเอเชียเยอะ ๆ ที่นี่นะคะ
http://www.groept.be/www/students_life/
March 23rd, 2009 @ 12:47 am
..K Jil…เเล้วเราได้ผลยังไงจะบอกนะจ๊ะ…ที่คุณบอกว่ายื่นเเล้ว 2 ครั้งไม่ผ่าน…หมายถึงคุณชำระค่าวีซ่าเเล้วทั้ง 2 ครังเเล้วซีซ่าไม่ผ่าน…..ทางสถานทูตสำภาษณ์เเล้วใช่มั้ย…..
เราก็ยังรอลุ้น….ตื่นเต้นจังไม่รู้จะผ่านหรือเปล่า…….เรานะเเนบทั้งจม. เเนะนำตัวเรา เเละ จม. ที่เเฟนที่เบลเยี่ยมเขียนเชิญเรามาด้วย….ส่วนเอกสารเกี่ยวกับตัวเรา…เช่น บ/ช ธนาคารเเละเอกสารเเสดงสถานะการเงิน….ทางสถานทูตไม่รับไว้เลย …คืนเรามาทุกอย่างตั้งเเต่ตอนยื่น..
….ขอให้คุณโชดดีนะจ๊ะ ….เเละหวังว่าเราจะได้เจอกัน…เรามีเเผนจะเดินทาง ปลายเดือนพค. 2009…Bye
March 23rd, 2009 @ 12:10 pm
ขอบคุณคุณผึ้งมากๆ นะครับที่กรุณาให้คำแนะนำ..
…….วันนี้ไปยื่นวีว่าแล้วครับ เป็นเยี่ยมเพื่อนและเจ้าหน้าที่เขาถามเกี่ยวกับวีว่าที่ถูกปฏิเสธ ก็เลยบอกไปว่าทางโรงเรียนมีคอมเมนต์ว่าจะสามารถออกเอกสารรับรองผมได้ก็ต่อเมื่อเขาเห็นตัวตนผมเท่านั้น เขาไม่อนุญาตให้แฟนผมดำเนินการแทนอะครับ เจ้าหน้าที่เขาบอกว่า ยากมากๆ เลยนะคะสำหรับว๊ซ่าเยี่ยมเพื่อนครั้งนี้เพราะผมถูกปฏิเสธมาวีว่านักเรียนแล้วสองครั้ง..เรื่องต้องส่งไปทางกระทรวงเป็นผู้ตัดสิน ไม่ใช่ที่สถานฑูตเบลเยี่ยม ณ กรุงเทพ เหมือนวีซ่าเยี่ยมเพื่อนแบบธรรมดา…
เฮ้อ ขอถอนหายใจแรงๆ สักร้อยครั้งเถอะ วีซ่าครั้งนี้โอกาสผ่าน้อยมากๆๆ
.คุณผึ้งพูดถูกทุกอย่างครับ…..
….เรื่องแฟน ในจดหมายผมไม่ได้เอ่ยอะไรเกี่ยวกับแฟนเลย.นอกจากบอกว่าเป็นผู้รับรองค่าใช้จ่ายทั้งหมด คือ ผมเกรงว่าจะกระทบกระเทือนเขา แต่คิดดูอีกทีมันสำคัญมากๆ เนอะ…เรื่องแตงงานเขาบอกให้รอหลังปลดเกษียน ครับ…ไม่รู้จารอได้นานขนาดนั้นไหม…
….เรื่องโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษที่เปิดสอนที่เบลเยี่ยมผมพึ่งจะรู้นี่แหละครับ ถ้ารู้ตั้งแต่ทีแรกนะผมทำเรื่องไปเรียนภาษาอังกฤษดีกว่า เห็นแฟนเขาบอกแค่ว่าที่มหาลัยเปิดสอนในหลักสูตรที่ผมจะเรียนสองภาษา คือภาษาอังกฤษ กับภาษาดัทช์ ครับ ถ้าภาษาอังกฤษต้องมีคะแนน ไอเอลครับ ผมมีแต่อย่าถามเลยว่าเท่าไหร่ อายมากๆ..ผมเลยจำเป็นต้องโฟกัสไปที่ภาษาดัทช์อย่างเดียวเลยเพราะจะได้ไปอยู่ที่นั้นตั้งสองปีสำหรับการเรียนดัทช์ แล้วค่อยเข้ามหาลัย..ยังงัยถ้าวีซ่าผ่านคราวนี้จะไปทั้งสามโรงเรียนเลย ดัทช์. อังกฤษ และ ฝรั่งเศส ที่ไหนรับรองผมก็จาเข้าที่นั้นแหละ..แล้วค่อยกลับมายื่นไหม่ที่บ้านเราเนอะ…แต่สนใจภาษาอังกฤษมากกว่าเนอะเพราะมีพื้นฐาน (น้อยนิด) แต่ก็ดีกว่าไม่มีเลยเนอะ…
อ้อเรื่องวีซ่าแบบไม่ต้องจดทะเบียนเนี่ยะก็น่าสนใจมากนะครับความรู้ไหม่.. งัยผมจะศึกษาดูนะครับ…
****คุณ เหนง** ผมใช้แค่สำเนาพาสปอร์ต 2 ใบ และรูปถ่าย 2 รูป ครับ นอกนั้นของสามีทั้งหมด..เรื่องชำระค่าวีซ่าต้องชำระทุกครั้งที่มีการยื่นขอวีซ่าครับ ไม่ว่าจะเริ่มต้นหรือรอบสองครับ..
เดี๋ยวถ้าคืบหน้างันจามาบอกนะครับ…ตอนนี้จาไปหาวัดดังๆๆ หลวงพ่อดัง หรือที่ไหนเขาว่าขลังๆๆ ก่อนนะ จะไปบนทุกที่เลย…เฮ้อ!!!!!!!!
อ้อ…วันนี้ไปกะน้องดิวครับน้องเขาน่ารักมากๆ เป็นที่ปรึกาที่ดีเหมือนกะคุณผึ้งเลย..ขอบคุณทุกๆคนที่มีน้ำใจนะคร๊าบ
March 24th, 2009 @ 11:54 pm
- เรื่องแฟน บอกเค้าไปตรง ๆ เถอะค่ะ ข้อมูลส่วนตัว เค้าไม่เอาออกไปเปิดเผยหรอกค่ะ
- การเข้าเรียนระดับมหาวิทยาลัย จำเป็นต้องลองคอร์สเตรียมตัว (preparatory Dutch course) เป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม และจากนั้นถึงลงเรียนระดับต่อไปได้*
- หลังจบคอร์สเตรียมตัว 1 ปี ต้องสอบดัชท์ให้ผ่าน Level 5 ถึงจะมีสิทธิ์เข้าเรียนหลักสูตรที่มีการเรียนการสอนเป็นภาษาดัชท์ได้*
(*อันนี้สำหรับ KU ที่ Leuven นะคะ มหาวิทยาลัยอื่นอาจจะต่างจากนี้ แต่คิดว่าคงไม่ต่างกันมากค่ะ เช่น U. ที่ Gent ก็บังคับให้ลงคอร์สเตรียมตัวเป็นเวลา 9 เดือนก่อน แล้วต่อด้วย level ต่อไป แต่ไม่ได้บอกว่าระดับไหน)
- ภาษาดัชท์สำหรับชาวต่างชาติมี 7 level (level ที่ 7 แบ่งเป็น writing กับ speaking) แต่ละ level ใช้เวลาเรียนประมาณ 4 เดือน
- แต่ละ level มีการสอบ ต้องสอบให้ผ่านถึงจะลง level ต่อไปได้
- ยังไงก็แนะนำให้เรียนภาษาอังกฤษไปด้วย เพราะรู้แต่ภาษาดัชท์อย่างเดียว ไม่ค่อยมีประโยชน์ค่ะ (แต่จำเป็น สำหรับการใช้ชีวิตที่นี่)
- ยังไงก็อย่าลืมให้แฟนคุณถามเรื่อง Samen Wonen ละกันนะคะ เพราะแต่ละเมือง รายละเอียดไม่เหมือนกันค่ะ
ยังไงก็ขอให้โชคดีนะคะ
March 25th, 2009 @ 3:31 pm
สวัสดีค่ะพี่ผึ้งและทุกท่านที่เป็นขาประจำblogของพี่ผึ้งค่ะ!
พอดีนิดได้ติดตามอ่านblogของพี่ผึ้งมาสัก2-3เดือนแล้วค่ะ เพราะก็วางแผนว่าจะไปเยี่ยมแฟนที่เบลเยี่ยมเหมือนกันค่ะ ซึ่งวางแผนไว้ว่าจะไปช่วงเดือนกรกฎาคมค่ะ แล้วก็จะยื่นเอกสารขอวีซ่า
ประมาณปลายเดือนเมษาค่ะ จะช้าหรือว่าเร็วไปไหมคะ ซึ่งแฟนจะเป็นคนออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้
จากที่ได้อ่านตามblogมาตอนนี้ก็เตรียมเอกสารไว้บ้างส่วนหนึ่งแล้วค่ะ แต่ก็ยังมีข้อสงสัยอยู่ค่ะ
- ในการขอวีซ่าแฟนอยากให้ขอแบบท่องเที่ยวเป็นระยะเวลา 90 วัน แต่ตอนนี้นิดก็ยังทำงานอยู่ คิดว่าจะรอให้ได้วีซ่าก่อนถึงจะลาออก แต่หากในใบรับรองการทำงานของนิดไม่ได้ระบุวันลาจะมีปัญหาไหมค่ะ เพราะนิดไม่สามารถลาได้ถึง 90 วันค่ะ
- statement มีเงินเข้าแล้วมันก็ออกเลย(เหอๆๆๆ เงินเข้าเร็วแล้วก็ออกเร็วค่ะ ออกหมดด้วย) ต้องมีเงินติดบัญชีประมาณเท่าไหร่ค่ะ
-ในส่วนของการทำประกันสุขภาพ ต้องไปทำก่อนล่วงหน้า หรือว่าวีซ่าผ่านก่อนแล้วค่อยทำค่ะ ถ้าทำก่อนประกันจะนับวันที่เอาประกันได้ตั้งแต่วันไหน(ไม่รู้ใช้คำพูดถูกหรือเปล่า) เพราะเราก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าวีซ่าจะผ่านตอนไหน
ขอบคุณค่ะ
March 25th, 2009 @ 10:02 pm
- ขอวีซ่าล่วงหน้าก่อนวันเดินทาง 2-3 เดือนไม่ถือว่าเร็วไปค่ะ กำลังดีค่ะ
- เรื่องวันลา ไม่ทราบจริง ๆ ค่ะ
- Statement ที่เป็นของคุณ สถานฑูตเค้าไม่ดูหรอกค่ะ ถ้าคุณให้แฟนเป็นคนเชิญ และเป็นสปอนเซอร์ให้อ่ะค่ะ เค้าดูสถานะการเงินของแฟนคุณเท่านั้นค่ะ
- ประกันสุขภาพ ทำไปล่วงหน้าได้เลยค่ะ ทำกับ BUPA สะดวกดีค่ะ เพราะเค้าทราบระเบียบของทางสถานฑูตดี ถ้าวีซ่าคุณไม่ผ่าน คุณเอาใบเสร็จรับเงินของ BUPA ไปรับเงินคืนได้นะคะ (ตอนเราไปทำ ทางเจ้าหน้าที่ของ BUPA แจ้งมาว่าทำได้ค่ะ ยังไงตอนไปทำประกันก็ถามดูอีกทีให้แน่ใจก็แล้วกันนะคะ)
- นับวันยังไง ก็กะ ๆ เอาค่ะ ส่วนมากถ้าวีซ่าผ่าน ทางสถานฑูตจะออกวีซ่าให้ บวกลบไม่เกิน 3-4 วันนับจากวันที่เราระบุไป เช่น ระบุไปว่า เดินทาง วันที่ 20 กรกฎาฯ เค้าก็น่าจะออกให้ประมาณว่า วีซ่ามีผลใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาฯ เป็นต้น (แต่จะเดินทางวันไหนก็ได้ หลังจาก 17 กรกฎาเป็นต้นไป)
March 27th, 2009 @ 11:07 am
รบกวนอีกแล้วครับคุณผึ้ง ตอนนี้โฟกัสไปที่ cohabitation ครับ มีปัญหาคือคุญกับคุณแฟนแล้ว เขาไม่เข้าใจทั้งสองลิ๊งค์แตกต่างกันอย่างไร อันไหนคืออันที่ผมสามารถทำได้ ลิ๊งค์ที่หนึ่ง http://www.diplomatie.be/en/travel/visa/visumFicheDetail.asp?TEXTID=44225 คุณแฟนบอกว่าผมไม่สามารถทำตามข้อกำหนดต่างบนนี้ได้ครับ
1.ไม่เคยอยู่ร่วมกันนานถึง 45 วัน นับทั้งในเบลเยี่ยมและในไทย แต่ผมแย้งไปว่าผมสามารถตอบคำถามได้ถ้าทางสถานฑูตถาม เพราะเราคบกัยมาครบสามปีแล้วเราไม่สามารถลางานที่จะอยู่ร่วมกันนานๆได้ (ผมแย้งแฟนยังงี้ถูกต้องไหมครับ)
2. ข้อนี้ไม่รู้เขาโง่รึเปล่าไม่รู้นะครับ เขาบอกเราไม่มีลูกด้วยกัน (เฮ้อ บางทีการคิดจะหาผู้นำครอบครัวที่ฉลาดและเก่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะครับ) ถ้าผมมีลูกได้ก็ไม่รู้จะว่ายังงัยละ.
3.ข้อนี้ยิ่งแย่ครับ เขาบอกเราไม่มี coditions เกี่ยวสิ่งแวดล้อมในครอบครัวครับ.
ผมว่าลิ๊งค์ที่หนึ่งนี้สำหรับคนที่อาศัยอยูในเบลเยี่ยมต้องการที่จะแอบวีซ่าใช่ไหมครับ
ส่วนลิ๊งค์ที่สองเอกสารของผมครบครับ รูปถ่าย จดหมาย หรืออะไรหลายๆ อย่างมีเพียงพอครับ
1.เอกสารต่างๆ เมื่อสามปีที่แล้วครบ
2.รูปถ่ายตอนที่เขามาเมืองไทย และตอนผมไปเบลเยี่ยม มีครบ
ตามนี้ครับ From both partners:
Proof of firm relationship (photographs, letters, telephone bills, money transfers, copies of previous visa, signed declarations of friends and relatives, etc). It is important to demonstrate that you know each other for some time and that you have spent a ‘reasonable’ amount of time together. (+ 1 copy
อย่างอื่นที่เป็นเอกสารทางราชการผมและของแฟนมีครบครับ ผมว่ามันไม่ยากใช่ไหมถ้าตามลิ๊งค์ที่สองนี้ และลิ๊งค์นี้เป็นข้อมูลที่เหมาะสำหรับผมโดยเฉพาะเลยใช่ไหมครับ เพราะคุณแฟนเธอฉลาดมากจนเธอไม่สามารถเข้าใจว่าอันไหนคือข้อมูลที่ผมควรจะทำ อย่างที่บอกผมดำเนินการเองมาตั้งแต่ต้นครับ พึ่งสมองอันฉลาด (น้อย) ของคุณแฟนป่านนี้ผมคงคานต้อยๆ เป็นลูกน้องในที่ทำงานจนตายไม่มีทางได้เห็นโลกกว้างแน่ๆ ใครก็ได้ช่วยทีครับ ฮือๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
March 27th, 2009 @ 11:08 am
อ้อขอโทษครับ ลิ๊งค์ที่สองอยู่นี่ครับ http://www.diplomatie.be/bangkok/default.asp?id=28&ACT=5&content=67&mnu=28
March 27th, 2009 @ 11:53 pm
“ผมว่าลิ๊งค์ที่หนึ่งนี้สำหรับคนที่อาศัยอยูในเบลเยี่ยมต้องการที่จะแอบวีซ่าใช่ไหมครับ”
แอบวีซ่าคืออะไรคะ?
ถ้าคุณหมายถึงทำแบบลักไก่นี่คงไม่ใช่นะคะ นี่ไม่ใช่การแอบวีซ่า แต่เป็นการขอวีซ่าให้ถูกประเภท เช่น บางคนมาแล้วก็จะอยู่ต่อ แต่ยังไม่อยากแต่งงานเค้าก็ไปขอทำเรื่องเป็น Samenwonen แทน(อันนี้ไม่ใช่วีซ่าแล้วนะคะ วีซ่าคือเอกสารที่คุณต้องขอ”ก่อน”จะเดินทาง แต่การทำเรื่อง Samenwonen คล้ายๆ การแต่งงาน แต่คุณต้องมาทำที่เบลเยี่ยมเท่านั้นค่ะ โดยคุณต้องขอเป็นวีซ่า Type C มาก่อนค่ะ พอมาถึงทีนี่แล้วค่อยไปดำเนินเรื่องขั้นต่อไปค่ะ)
อันนี้ึคงมีคนอื่นหาข้อมูลอยู่เหมือนกัน เอาเป็นว่าเดี๋ยวแปลให้ละกันนะคะ แต่เรื่องตอบคำถามนี่ ให้สัญญาอะไรไม่ได้จริง ๆ นะคะ เพราะไม่เคยขอทำเรื่อง Samenwonen ค่ะ จะให้ตอบไปส่งเดช ถ้าข้อมูลผิดพลาดขึ้นแล้วเราจะซวยเอาอ่ะค่ะ ขออนุญาตไม่ตอบ(และไม่เดา) ในเรื่องที่ไม่มีข้อมูลนะคะ
เรื่องวีซ่านักเรียนนี่ ไม่ทราบจริง ๆ นะคะว่ายังไงค่ะ เพราะคุณไม่ได้มาด้วยทุนส่วนตัว หรือ ได้ทุนการศึกษาจากสถาบันการศึกษา มันก็ไปจบลงที่ว่า เค้าก็ต้องไปดูที่ตัวแฟนคุณอยู่ดีแหละค่ะ ไม่ว่าจะหลบจะหลีกยังไงก็คงไม่พ้นตรงนี้ไปได้ค่ะ
March 28th, 2009 @ 7:43 am
ขอโทษนะครับที่เขียนให้งง. แอบ ในที่นี้ผมหมายถึง คนที่อาศัยอยู่ที่เบลเยี่ยมด้วยวีซ่าอย่างอื่น แล้วพบคนรู้ใจเลยจะแอ๊บพราย(apply) เป็น cohabitation อ้อแล้วมันคืออันเดียวกันกับ Samenwonen รึเปล่าครับ แล้ววีซ่า Type C นี่คืออะไรรึครับ ส่วนเรื่องวีซ่านักเรียนตอนนี้ผมไม่หวังจะได้แล้วละครับองค์ประกอบหลายๆ อย่างพร้อมผมท้อแท้มาก บางทีอยากจะหยุดทำทุกอย่างแต่เพื่ออนาคตเลยต้องฝืนทนต่อไปแต่คงจะหมดแรงในเร็วนี้เพราะเหนื่อยกับการดิ้นรนที่ไม่รู้แนวทาง ดิ้นเหมือนปลาดิ้นหาแหล่งน้ำไม่รู้ว่าความสำเร็จมันอยู่ตรงไหน ตอนนี้ความหวังสุดท้ายคือการขอ cohabitation ภาวณาให้สถานฑูตปฏิเสธวีซาไวๆ จะได้ยื่นขอ cohabitation ในทันทีเลย เพราะผมคิดว่า cohabitation ผมพร้อมมากกว่า ฉะนั้นโอกาสจะได้วีซาจึงมีมากกว่านักเรียนครับ ยังงัยก็ขอขอบคุณคุณผึ้งมากๆ นะครับ
March 28th, 2009 @ 12:51 pm
ถ้าคุณจะไม่ขอวีซ่านักเรียนแล้ว ก็เหลือแค่
1. ขอวีซ่า Short Stay : ขอได้นานสุด 90 วัน แต่เมื่อวีซ่าหมดอายุแล้ว คุณต้องกลับ เว้นเสียแต่ว่าคุณจะไปขอเปลี่ยนสถานะที่ City Hall เป็น Samenwonen (กรณีนี้คุณต้องมีเอกสารมาครบ แต่ก็ไม่แน่เสมอไป ว่าเค้าจะอนุญาตให้คุณเปลี่ยนสถานะ จากวีซ่า Short Stay มาเป็น Samenwonen ได้ อันนี้ก็ยังต้องแล้วแต่ทางนี้พิจารณา)
2. ขอวีซ่า Type C มาจากไทยเลย (มีอายุนานสุด 90 วันเหมือนกัน) แล้วพอมาถึงที่นี่คุณก็ไปดำเนินเรื่องต่อให้เรียบร้อย กรณีนี้ ถ้าคุณวีซ่า Type C มาจากไทยแล้ว และไปทำเรื่องให้ถูกต้องที่นี่ คุณสามารถอยู่ที่นี่ต่อไปได้ไม่มีกำหนด (แต่ไม่ทราบว่าคุณจะสามารถขอบัตรประจำตัวอิเลคทรอนิคส์ที่นี่ได้หรือไม่นะคะ)
Type C ไม่เห็นสถานฑูตบอกว่าคือ Samenwonen หรือไม่ แต่ที่อ่านดูแล้ว เหมือนกันค่ะ (Samen แปลว่า ร่วมกัน,ด้วยกัน และ Wonen แปลว่า”อยู่” มันก็คือ cohabitation อะแหละ)
กรณีคุณ คิดว่าขอ Type C: cohabitation ไป เหมาะที่สุดแล้วค่ะ ยังไงก็เตรียมหลักฐานทุกอย่างให้พร้อมละกันนะคะ
April 2nd, 2009 @ 3:16 pm
….เราไปยื่นวีซ่า เมื่อวันที่ 19 มีนาคม จนท.ที่สถาทูตบอกให้รอประมาณ 1 อาทิตย์ จะโทรเเจ้งให้ไปรับเล่ม……..เราก็ อดทนรอลุ้น 2 อาทิตย์…เเต่ระหว่าง
ที่รอเราเช็คทาง เว็บของสถานทูตทุกวัน จากหมายเลขของใบเสร็จรับเงิน ก็ไม่เห็นมีเลขของเรา ….วันนี้เราโทรไปที่สถานทูต……….ทางสถานทูตตอบมาว่าทำไมเราไม่ไปฟังผล เละรับเล่มคืน วีซ่า ออกตั้งเเต่ หลังจากยื่น 3 วันเเล้ว …..ให้เอาประกันเเละตั๋ว…มายื่น ขอรับเล่มไปคืนได้……………… ก้เราไม่รู้ เนอะบอกให้รอเราก็รอ ไม่ให้โทรศัพห่างจากตัวเลยกลัวพลาด…….
…..เนี่ย หมายความว่า วีซ่าเราผ่านเเล้วใช่มั้ย….ดีจัยจังเลย
…. .. ขอบคุณทุกๆคนใน เว็บนี้ที่ เเนะนำ เเละ เอาประสบการณ์จริงของตัวเองมาเขียน…….
April 2nd, 2009 @ 3:27 pm
….เรายื่นครังเเรก ผ่านเลย ดีจัยมาก…เราอยากจะบอกกับคนที่จะยื่นวีซ่า ว่า ในกรณีที่เรามี จม.เชิญจากปลายทาง….ให้ เราเขียน จม เเนะนำตัวเราเเละบอกความสัมพันธ์ เกี่ยวกับตัวเราเเละคนเชิญด้วย………..เเละที่สำคัญเอกสารหลักฐานการติดต่อกัน
.. อีเมลที่เราติดต่อกัน …MSN ….รูปถ่ายทีถ่ายด้วยกันเเละกับครอบครัว
April 2nd, 2009 @ 7:41 pm
หวัดดีค่ะผึ้งมีนาจะไปเบลเยี่ยม 7 พค. นี้ โดยสายการบิน egypt air เอเจนซี่จัดให้อะค่ะ (เพราะย้ำเค้าไปหลายครั้งว่าขอราคาถูกกก!!!)เป็นครั้งแรกที่จะเดินทางไปยุโรปคนเดียว (แถมภาษาอังกฤษอ่อนแอและทรุดโทรมมาก)ครั้งก่อนๆเกาะที่บ้านไป คราวนี้จะไปเยี่ยมน้องสาวอะค่ะ อยากแบกเป้เที่ยวด้วย ลองหาข้อมูลสายการบิน egypt air ใน google ก้อมาเจอเว็บนี้ หูยยย!! พรหมลิขิตชัดๆ(เน่ามะคะ) เดินทาง 00.45 เหมือนกัน ที่สงสัยหายไปหมดเลยทีเดียวเชียว add msn ไปแล้วอีกตะหาก นั่งไล่อ่านมาตั้งแต่ห้าทุ่มกว่าๆ นี่ตีหนึ่งครึ่งละ เห็นสมควรว่าน่าจะไปนอนได้แล้ว แต่….ขอบคุณงะ
ปล.เจ้าหน้าที่หนุ่มนายนั้นในสถานทูตเบลเยี่ยมเค้าเฮี้ยนดีจิงๆนะ เห๊อะ เห๊อะ
April 7th, 2009 @ 1:15 pm
วันนี้เราไปรับวีซ่ามาเเล้ว ขอ 90 วัน ได้ประมาณ 110 วัน ก็ok มีเผื่อวันให้ก่อน เเละหลัง ดีจัยมากขอครั้งเดียวเเละยื่นเอกสารทีเดียว เรายื่นวีซ่า วัน ที่ 19 มีค. ผลของวีซ่าออกตั้งเเต่ วันที่23 มีค. 3 ทำการ นับว่าเร็ว ถ้าเอกสารเราพร้อม ก็ไม่น่าจะยาก
ขอบคุณสำหรับทุกๆคนที่นำประสบการณ์ของตนเองมาเขียน เราได้อ่านจากประสบการณ์
ของหลายๆคน ทำให้เราเตรียมเอกสารได้พร้อมทีเดียว
เเละวันนี้ เราก็เจอ จนท.ชายพูดจาดี
May 12th, 2009 @ 3:19 am
ยื่นวีซ่า รอบสองค่ะ (รอบแรกไม่ผ่าน) ลุ้นค่ะ ลุ้นทุกวันเลยเกือบสองอาทิตย์แล้วยังไม่รู้ผลเลยค่ะ เมื่อเช้าเช็คทางแว๊บ วันนี้ ข้อความแตกต่างไปค่ะ ยาวๆๆ และไม่เข้าใจ คือทุกทีจะเป็นวรรคๆค่ะ บอกวันที่ขอ และบอกให้รอ แต่วันนี้ มันทำไมยาวๆ เยอะๆ ส่งไปให้แฟนอ่านค่ะ คงจะได้รู้เย็นนี้แหละ. สาธุ สาธุ ขอให้ผ่านทีเถอะ แหะๆ เห็นคนอื่นได้ไปแล้วมันอิจฉาค่ะ
May 13th, 2009 @ 6:13 am
คุณนู๋มีนาค่ะ ผู้ชายที่อยู่ข้างในนั้นน่ะค่ะ ไม่เฮี้ยนหรอกค่ะ คุณนู๋มีนาต้องเรียกเค้าว่า ” ฮองเฮา ” น่ะค่ะ
หนิงเห็นเพื่อนๆ ต่างก้อเรียกเธอว่าอย่างนั้นกันค่ะ 55555
May 13th, 2009 @ 6:18 am
อยากจะถามว่าใครมีประสบการณ์การขอใบรับรองความประพฤติจากกรมตำรวจบ้างค่ะ เพราะว่าหนิงขอวีซ่าเยี่ยมแฟนไว้ 60 วันค่ะ และหนิงก้อได้วีซ่าเรียบร้อยแล้ว ไม่ทราบว่าไปขอเอกสารรรับรองความประพฤติต้องเอาเอกสารอะไรไปบ้างค่ะ แล้วต้องบอกกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าอย่างไรค่ะ ทางสำนักงานตำรวจถึงจะออกเอกสารให้ค่ะ รบกวนผู้รู้มาตอบหนิงด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
May 13th, 2009 @ 6:40 am
คุณเหนงค่ะ ไม่ทราบว่าคุณเหนงไปเบลเยี่ยมหรือยังค่ะ ไปเมื่อไหร่ค่ะ แล้วหาที่เรียนภาษาดัชต์ได้หรือยังค่ะ ถ้ายังไม่ได้หนิงจะแน่ะนำค่ะ เพราะหนิงไปเรียนมาแล้วค่ะ แต่หนิงลงเรียนแค่เบสิคค่ะ ราคาแค่ 10.500 บาทเท่านั้นเองค่ะ เรียน 30 ชั่วโมงค่ะ ครูสอนเป็นชาวเบลเยี่ยมด้วยค่ะ อยู่ในซอยลาดพร้าว 94 ค่ะ ส่วนใหญ่สาวๆ ที่ไปเรียนที่นี่เป็นการเรียนเพื่อไปสอบเอาใบ MVV ของประเทศเนเธอร์แลนด์ค่ะ น้อยคนมากที่มาเรียนเพื่อไปเบลเยี่ยมค่ะ ถ้ามีพื้นฐานภาษาอังกฤษแล้วภาษาดัชต์ก้อไม่ยากอย่างที่คิดเลยค่ะ เพราะคล้ายๆ กันค่ะ บางคำก้อใช้ภาษาอังกฤษเลยค่ะ หนิงจะไปเบลเยี่ยม 15 กรกฎาคมนี้ค่ะ ขอให้คุณเหนงโชคดีน่ะค่ะ
May 13th, 2009 @ 8:05 am
พึ่งได้อ่าน blog ของคุณ อ่านแค่คร่าวๆ ผ่านๆ บ้างเรื่อง ชอบมากครับ ได้แต่อิฉาอยากใช้ชีวิตแบบนี้บ้าง แล้วจะติดตามเรื่อยๆ ครับ
May 13th, 2009 @ 10:33 am
นิดก็ผ่านแล้วค่ะ ต้องขอขอบคุณคำแนะนำดีจากพี่ผึ้งเจ้าของเว็บ
นิดไปขอวันที่ 28 เมษายน ตอนแรกเจ้าหน้าที่ให้มาฟังผล
วันที่ 30 เมษายน แต่พอวันที่ 29 ช่วงบ้านเจ้าหน้าที่ก็โทรมาบอกว่าผ่าน
ดีใจมากจนทำอะไรไม่ถูกเลยค่ะ นิดขอ90วันได้มาประมาณ 100 วันค่ะ
การเตรียมเอกสารก็อาศัยอ่านตามบล็อกนี้ล่ะค่ะ อย่างเช่น อีเมลล์ที่ติดต่อกัน
รูปถ่ายซึ่งไม่ได้มีแค่นิดกะแฟน แต่ก็จะมีเพื่อนๆและญาติพี่น้องด้วย การสื่อสารกันทุกทาง
ที่ติดต่อกัน นิดก็ปริ้นไปแทบทุกหน้าเลย อิอิ พอนิดยื่นเอกสารเจ้าหน้าที่ก็สัมภาษณ์เลย
ถือว่าโชคดีหน่อยที่ไม่ต้องเทียวไปเทียวมาหลายรอบ
ขอขอบคุณพี่ผึ้ง และทุกท่านด้วยนะคะที่แชร์ประสบการณ์ตรงนี้ให้ได้ทราบกันทั่วหน้า
ขอบคุณค่ะ
May 14th, 2009 @ 3:59 am
ยังไม่มีทั้งข่าวดี ข่าวร้ายเลยค่ะ สามอาทิตย์แล้วที่ยื่นขอรอบสองไป
May 14th, 2009 @ 8:16 am
k. nongning
ตามไปลิงค์นี้นะคะ สำหรับการขอใบรับรองประพฤติจากกรมตำรวจ
http://www.usvisa4thai.com/board/viewtopic.php?f=14&t=14179
k.suranit ขอบคุณที่แวะมานะคะ จะพยายามขุดเรื่องที่ดอง ๆ ไว้มาโพสต์ เยอะมากจนพอกหางหมูแล้ว เหอๆ
k.นิด ยินดีด้วยนะคะ
k. saruda เอาใจช่วยนะคะ
May 19th, 2009 @ 3:26 am
สวัสดีค่ะ คุณผึ้ง และทุกคน วันนี้มีข่าวดีมาบอกค่ะ ได้วีซ่าแล้ว เย้… ดีใจมากเลยค่ะ จะไปเดือนสิงหาคมค่ะ แค่ สามสิบห้าวัน แต่ก้อยังดีที่ได้ไป เป็นการเดินทางออกนอกประเทศครั้งแรกด้วย คุณแฟนจะมารับไปค่ะ ตื่นเต้นจัง แล้วตอนนี้มีใครอยู่เบลเยี่ยมบ้างคะ จะได้ทักทายกัน อ้อ.. เราจะไปที่ เมือง แอ้นท์เวิป ค่ะ
May 19th, 2009 @ 3:59 am
คุณSarudaดีใจด้วยนะคะ นิดจะเดินทางประมาณเดือนกรกฎาคมค่ะ เป็นการเดินทางออกนอกประเทศครั้งแรกเหมือนกัน
พี่ผึ้งขอบคุณค่ะ..แต่นิดตื่นเต้นมากเลยค่ะเพราะเดินทางออกนอกประเทศเองคนเดียวครั้งแรก ไม่ทราบว่าพี่ผึ้งเคยไปสายการบิน Etihad ไหมค่ะ ด้วยความที่ต้องไปเปลี่ยนไฟล์ทนี่และค่ะทำให้นิดตื่นเต้นสุดๆเลยล่ะค่ะ
May 19th, 2009 @ 7:08 am
Etihad ก็ ok คะ ไปเบลเยี่ยมมา 2 ครั้งแล้วก็นั่งของ Etihad ต่อเครื่องที่ Abu Dhabi ก็ค่อนข้างเข้มงวดนิดนึง แต่ก็ทั่วๆไปนะคะ ถ้าเราไม่ได้ทำอะไรหรือพกของผิดกฎหมาย แล้วที่เพิ่งไปล่าสุดปีนี้ terminal ใหม่เปิดใช้แล้ว บินต่อไปไทยหรือไปเบลเยี่ยมก็เปลี่ยนที่ terminal 3 อันใหม่น่ะคะ Duty Free ก็ ok แต่เทียบของที่สุวรรณภูมิไม่ได้ ของเราใหญ่กว่า อิอิ แต่รู้สึกว่าของจะถูกกว่าของเราน่ะคะ คงเป็นบางอย่างน่ะคะ
ว่าแต่คุณนิดขอวีซ่าได้นานเลยนะคะ ทางสถานฑูตไม่ถามเรื่องลางานได้ 3 เดือนเลยเหรอคะ แต่ก็ดีใจด้วยคะ ขอให้เที่ยวให้สนุกนะคะ
คุณผึ้งสบายดีป่าวคะ ที่นั่นตอนนี้อากาศเป็นยังงัยบ้างคะ ที่เมืองไทยฝนตกทุกวันเลยตั้งแต่เปิ้ลกลับมา แต่ก็นะ หน้าฝนแล้ว
May 19th, 2009 @ 2:44 pm
k apple นิดโดนถามมมาเหมือนกันค่ะ
แต่นิดตอบที่ทำงานลางานได้ไม่เกินสิบวัน
แต่ถ้าได้วีซ่าแล้วจะลาออก เจ้าหน้าที่ก็ถามยาวว่าวางแผนไว้ยังไง
นิดก็ตอบไปแบบยาวเหยีดเหมือนกันค่ะ
อิอิ
May 20th, 2009 @ 4:26 pm
กำลังจะเดินทางไปเรียนต่อปริญญาเอกที่ University of Antwerp ในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ค่ะ แต่ไม่มีข้อมูลและไม่รู้จักใครในเมืองนี้เลยค่ะ ตอนนี้กำลังหาข้อมูลเรื่องที่พักอยู่ ถ้ามีใครพอจะให้คำแนะนำได้ หรืออยู่ที่เมืองนี้ ก็อยากจะขอคุยด้วยค่ะ
May 21st, 2009 @ 10:10 am
Antwerp เมืองใหญ่นะคะ
ลองดูเว็บ http://www.antwerp.be ไปพลางๆ ก่อนนะคะ
แต่ antwerp คนไทย และ ร้านอาหารไทยเยอะมาก ๆ คงไม่ต้องห่วงเรื่องจะคิดถึงอาหารไทยล่ะค่ะอย่างน้อย
ถ้ากำลังสำรวจ apartment อยู่ ลองดู
http://www.zoek-immo.be/appartementen-antwerpen.asp (หาที่เป็น Te Huur คือ สำหรับให้เช่านะคะ ถ้าเป็น Te koop คือสำหรับขาย)
หรืออันนี้ค่ะ
http://www.netonline.be/wonen/immo_appartementen.asp (เหมือนกัน เลือก “Te Huur”, Type ของที่พักที่ต้องการ, Gemeente เลือก Antwerp และเลือกช่วงราคาที่ต้องการ เป็นอันเรียบร้อย มีเยอะเหมือนกันค่ะอพาร์ทเมนต์ ถ้าเป็น Student Kamer อาจจะถูกลงมาหน่อย แต่คงไม่มากเท่าไหร่ นอกจากว่ามันเล็กมาก ๆ ค่ะ)
May 24th, 2009 @ 1:00 pm
สวัสดีคะ คุณผึ้ง
เพิ่งได้มีโกสมาอ่านเรื่องรา สนุกดีนะคะ
บางตอนก็ฮาได้อีก
คือว่าเฟิร์สจะขอวีซ่าไปเรียนภาษาที่เบลเยียมหนะคะ
เอกสารที่ขอต้องแปลเป็นฝรั่งเศสมั้ยคะ
แล้วขอวีซ่าไปเรียนเนี่ยยากมั้ยคะ
ตอนนี้เครียดมากพยายามหาข้อมูลอยู่
ถ้าคุณผึ้งพอจะรู้ ช่วยแนะนำด้วยนะคะ
May 24th, 2009 @ 4:28 pm
หวัดดีค่ะ
มาเรียนที่นี่ก็ต้องแปลและรับรองเอกสารเหมือนกันค่ะ ถ้าจะมาเรียนฝั่งวัลลูเนียก็แปลเป็นฝรั่งเศส
ถ้าจะมาเรียนฝั่งฟลานเดอร์สกแปลเป็นดัชท์
ลองดูรายละเอียดหน้านี้นะคะ ข้อมูลครบค่ะ
http://www.diplomatie.be/en/travel/visa/visumFicheDetail.asp?TEXTID=43169
ถามว่าวีซ่ามาเรียนยากมั้ย ก็ขอตอบแบบที่ตอบอยู่ประจำละกันนะคะ ว่า “วีซ่าเบลเยี่ยมไม่ยาก ถ้าเอกสารครบถ้วน และผู้ขอไม่มีประวัติที่น่าสงสัย” ค่ะ
May 24th, 2009 @ 4:35 pm
อ๋อ แต่ที่ในเว็บ
นั่ง งง ด้วยคะว่า ต้องรับรองเอกสารด้วยเหรอคะ
เพราะว่าเอกสารจากที่ในเว็บบอกมีไม่กี่ตัวเอง
แล้วมันก็เหมือนๆจะใช้อังกฤษได้
เพราะว่า transcript เค้าก็ไม่มีในลิสต์
ก็เลยออกแนว งง ว่า ตกลงเอาไงกันแน่หนะคะ
May 24th, 2009 @ 5:18 pm
“Documents issued abroad in a language other than Dutch, English, French or German must be translated by a sworn translator.” ค่ะ เพราะฉะนั้น ภาษาอังกฤษไม่ต้องแปลค่ะ
เอกสารอะไรที่เค้าไม่ได้บอกไว้บนเว็บแสดงว่าไม่ต้องใช้
หรือถ้าเค้าจะขอเอกสารเพิ่มเติมอะไร เค้าจะขอมาเองค่ะ (The documents listed above are only the basic documents to be submitted in all cases. Additional documents may be requested by the embassy or consulate.)
ส่วนเอกสารทจากทางไทย ต้องรับรองเอกสารค่ะ (Official documents issued abroad must be legalised or bear an apostille, depending on the country whence they originated, unless a treaty provides for exemption from this process)
May 25th, 2009 @ 4:01 am
อ๋อ
ขอบคุณมากนะคะ
งั้นเอกสารทางราชการแม้จะเป็นภาษาอังกฤษแล้วก็ต้องรับรองใช่มั้ยคะ
ต้องทำความเข้าใจอย่างยิ่งยวด
เพราะว่าเฟิร์สไม่เคยไปที่สถานทูตเบเยี่ยมเลย
ขอคุณมากนะคะสำหรับคำแนะนำ
ที่จริงก็อ่านแล้วนะคะ แต่ไม่เข้าใจทั้งหมดเลยซะทีเดียว
ต้องขอบคุณคุณผึ้งจริงๆ
แล้งเรื่องไปรับรองควาประพฤติหนะคะ ขอล่วงหน้าได้ไม่เกินกี่วันคะ
May 28th, 2009 @ 8:16 am
น้องเฟิร์ส
เอกสารทางราชการ ต้องดูว่าเป็นเอกสารตัวไหนอ่ะค่ะ บางตัวก็ไม่ต้องรับรอง แต่แนะนำให้รับรองไปให้หมดแหละค่ะ จะได้ไม่เสียเวลา (ถ้ามันไม่ได้มีเยอะมาก เพราะรับรองเอกสารชิ้นนึงก็ไม่ใช่ถูก ๆ) เพราะตอนพี่ขอพี่ก็โทรไปถามสถานฑูตว่าเอกสารตัวนี้เป็นภาษาอังกฤษแล้ว ต้องรับรองเอกสารอีกมั้ย เค้าก็ตอบกลับมาว่า “ก็เว็บไซต์บอกว่าต้องรับรองมั้ยล่ะครับ!?”
งงเลยดิ ก็เว็บไซต์บอกว่า “เอกสารทุกชิ้นที่ออกโดยทางการไทย” อ่ะ มันก็เหมารวมเลยอะดิ (ยกเว้นพาสสปอร์ตนะ ไม่ต้องรับรองอีก ถ้าต้องรับรองอีกก็บ้าไปหน่อย)
เรื่องหนังสือรับรองความประพฤติ (สอบประวัติอาชญากร) นี้ไม่ทราบค่ะ
May 28th, 2009 @ 8:21 am
พี่ผึ้ง
ออนเอ็มคุยได้มั้ยคะ
เฟิร์สว่ามันทันใจกว่า แฮะๆๆๆๆ
May 28th, 2009 @ 8:22 am
oops!!
ขอเมลล์ออนเอ็มคุยด้วยได้มั้ยค้าพี่ผึ้ง
May 28th, 2009 @ 12:47 pm
ได้ค่ะ chaleeng (แอ็ด) ฮอตเมล์ ค่ะ
June 17th, 2009 @ 10:48 am
I went to the embassy,very excited!!!
June 19th, 2009 @ 12:28 am
วีซ่าผ่านแล้วค่ะดีใจมากไปสมัครมาวันอังคารแล้ววันนี้เค้าให้ไปฟังผลวันนี้แล้วเค้าก็ให้รับเล่มมาเลยเป็นวีซ่าท่องเที่ยว 3 เดือนใครที่อยู่แถว OTegem ก็ทิ้งเมลย์ไว้นะคะ ขอบคุณค่ะ