+ things เบลเยี่ยมๆ
Posted on | January 18, 2009 | 2 Comments
integration course หรือ คอร์สปรับตัวที่ต้องเรีียน ใกล้จะจบแล้ว เหลืออีกแค่สองครั้งเอง (ดีใจ)
จากที่(จำใจต้อง)เรียนมาร่วมสามเดือน ได้รู้อะไรใหม่ ๆ เกี่ยวกับเบลเยี่ยมเยอะ บางอย่างก็ทำให้เราคิดว่า เออ ดีนะ ประเทศนี้ แต่หลายอย่างก็แบบ “เฮ้ย จะบ้าเปล่า”
หนึี่งในหลาย ๆ เรื่องคือเรื่องคนแอนท์เวิร์ป และสถานการณ์ผู้อพยพ (ที่ทั้งเป็นผู้ลี้ภัยสงคราม และผู้เข้ามาแสวงโชค หางาน หาเงิน ในเบลเยี่ยม แบบถูกกฎหมายมั่ง ไม่ถูกกฎหมายมั่ง) จริงๆ แล้วแอนท์เวิร์ปมีคนต่างชาติแทบจะมากกว่าคนแอนท์เวิร์ปอีก ตัวอย่างเมื่อไม่กี่เดือนมานี้ โรงหนังแห่งหนึ่งที่แอนท์เวิร์ป ฉายหลังอาหรับ และหนังบอลลีวู้ด อินเดียมากกว่าหนังฮอลลีวู้ด และหนังยุโรปด้วยซ้ำ
Antwerp เป็นเมืองใหญ่อันดับสองของเบลเยี่ยมค่ะ
อากาศก็เหมือนเบลเยี่ยมทั่ว ๆ ไปอะค่ะ
ประเทศ เล็กมากนะคะ ถ้าเทียบกับเมืองไทย เบลเยี่ยมก็มีขนาดประมาณไม่กี่จังหวัดของภาคกลางบ้านเรารวมกัน (ถ้าเอา กทม เป็นศูนย์กลาง วาดรัศมีออกไปก็คงไปถึงประมาณชัยนาท ลพบุรี ระยอง ราชบุรี ฯลฯ นั่นคือขนาดของประเทศเบลเยี่ยม)

Photo by : erroba
ที่อยู่อาศัย ส่วนมากคนจะอยู่อพาร์เมนท์ขนาดหนึ่งหรือสองห้องนอนเป็นอย่างน้อย (แบบว่าต้องมีครัวแยกต่างหาก ห้องนอนแยกจากห้องนั่งเล่่น) บางคนก็แชร์กันอยู่ (ถ้ามีหลายห้องนอน – เทียบกับบ้านเราก็คงเรียกว่า คอนโด แต่คนที่นี่เค้าเรียกรวม ๆ กันหมดว่าอพาร์ทเมนท์ หรือ แฟลต) บ้านนี่ถือว่าน้อยมาก ถ้าเป็นบ้านก็จะเป็นลักษณะแบบที่บ้านเราคงเทียบได้กับทาวน์เฮาส์ คือติด ๆ กัน อย่างที่บอกเบลเยี่ยมไม่ใหญ่ ที่ก็เลยแพงมาก ๆ ๆ โดยเฉพาะเมืองใหญ่ ๆ
แอนท์เวิร์ปมีปัญหาเรื่องผู้อพยพมาก เพราะทุกอย่างต้องใช้เงินทั้งนั้น ผู้อพยพที่นี่ ถ้ามาอย่างถูกกฎหมาย (เช่น ลี้ภัยสงคราม, แต่งงานกับผู้ลี้ภัยด้วยกันที่มีสิทธิ์อาศัยในเบลเยี่ยม ฯลฯ) ถ้าไม่มีงานทำ หรือไม่สามารถทำงานได้ ยังได้เงินช่วยเหลือจากรัฐบาลอีกเดือนละประมาณ 2-3 หมื่นบาท (สำหรับเบลเยี่ยม เงินจำนวนนี้ไม่เยอะ ถ้ามีครอบครัวต้องเลี้ยงดู ยังไงก็ไม่พอ) แต่ด้วยความที่ระบบมันโกงง่ายมาก ชาวต่างขาติบางกลุ่มก็พากันย้ายเข้ามาอยู่อาศัย และไม่ทำงาน (ถึงแม้จะมีสิทธิ์ทำงานได้) รอรับแต่เงินช่วยเหลือ เมื่อไม่ทำงาน ก็ไม่เสียภาษี เมื่อไม่เสียภาษี รัฐบาลก็ไม่มีรายได้ เป็นวงจรแบบนี้ไปเรื่อย ๆ นี่ยังไม่นับชาวดัชท์ และรัสเซีย โปแลนด์ ฯลฯ ก็พากันเข้ามาอยู่ในแอนท์เวิร์ปนะ

ชาวต่างชาติที่เข้ามาอาศัยในแอนท์เวิร์ป (แอนท์เวิร์ปเป็นเมืองยิวก็ว่าได้ เศรษฐกิจส่วนใหญ่อยู่ในมือของชาวเบลเยี่ยมเชื้อสายยิว ธุรกิจที่สร้างชื่อและสร้างเงินให้แอนท์เวิร์ปมาก นอกจากท่าเรือขนส่งสินค้าแล้วก็คือ “เพชร” แต่ตอนนี้แอนท์เวิร์ปเริ่มมีปัญหา เพราะธุรกิจเพชรค่อย ๆ ย้ายไป ดูไบ กันแทบทั้งนั้น, นอกจากชาวยิวแล้วก็เป็นชาวตะวันออกกลาง (ส่วนมาก เป็นชาวโมรอคโค และ ตุรกี)
Photo by : louisahennessyvikinghorns

รูป : แฟลตทั่ว ๆ ไปในเบลเยี่ยม
credits : bhoshmer, celesteh, travis_nelson
อพาร์ทเมนต์แบบห้อง “สตูดิโอ” แบบหอพักนักศึกษาแบบบ้านเราเนี่ย ไม่ค่อยมี หรือมีแต่น้อย เมืองไทยถึงไม่มีครัวก็อยู่ได้ เพราะกินชายสี่หมี่เกี๋ยวนอกบ้านทุกวันก็ชามละ 20-30 บาท แต่ที่นี่ กินนอกบ้านทุกวัน ตายแน่ ๆ (ถึงจะกินอะไรที่ถูกที่สุดแล้วก็ตาม) เลยจำเป็นต้องมีครัวไว้ทำกับข้าวง่าย ๆ กินเอง (ไม่พ้นสปาเก๊ตตี้) มีส่วนสำหรับนั่งดูทีวี ทำงาน(โต๊ะคอม) โซฟา โต๊ะกินข้าว นี่คือเบสิค แต่ส่วนมากแล้วแฟลตจะมีสองถึงสามห้อง (แต่มีห้องน้ำเดียว ครัวเดียว วางโต๊ะกินข้าวซักตัว แล้วใช้รวมกัน โดยมากแล้วถ้าเป็นนักเรียน จะอยู่กันแบบนี้ บางคนก็เช่าบ้านทั้งหลังรวมกัน แล้วแชร์ค่าน้ำค่าไฟ ค่าเช่าบ้าน)
คนแอนท์เวิร์ป คนเบลเยี่ยมจากเมืองอื่นมักไม่ค่อยชอบ เพราะคนแอนท์เวิร์ป (ที่มาจากแอนท์เวิร์ปจริงๆ ไม่ได้เพิ่งย้านไปอยู่) มีชื่อเรื่องการวางตัวเป็นโฮโซ พูดจาอวดดี ภูมิใจว่ามาจากแอนท์เวิร์ปแล้วคิดว่าคนจากเมืองอื่นนั้นต่ำกว่า (อันนี่เราไม่ได้พูดเองนะคะ เพื่อนคนเบลเยี่ยมหลาย ๆ คนบอกมาแบบนี้ แม้แต่เพื่อนคนดัชท์ที่อยู่ Bergen op zoom ที่ไม่ไกลจากแอนท์เวิร์ปมาก ก็พูดแบบนี้ ฉันก็ได้แต่ฟังไว้เฉย ๆ)
ตนที่นี่เราเรียกลักษณะแบบนั้นว่าพวก thick neck (ไม่รู้เกี่ยวอะไรกับ “คอหนา” 555) ตัวอย่าง : เมื่อปีก่อนมีรายการเกมส์โชว์บนทีวี ให้คู่รักไปช่วยกันซ่อมแซมตกแต่งบ้าน แต่ละปีก็จะเปลี่ยนไปแต่ละเมือง ปีที่แล้วเค้าไปจัดกันที่ โอสเต็นด์ (Oostende) คู่หนึ่งที่มาจากแอนท์เวิร์ป เมื่อถูกเอาผ้าปิดตาไปปล่อยที่ โอสเต็นด์ (คือเค้าจะไม่บอกว่าที่ไหน แต่ให้เดาเอาเองว่านี่มันที่ไหน)
ผู้หญิงก็บอกว่า “นี่ที่รัก ดูเหมือนว่า เราจะอยู่ใน “เมือง” (some city) อะไรซักอย่างนะ” ( city = เมือง, town = เมืองก็เล็ก ๆ ประมาณว่าอำเภอบ้านเราอ่ะ)
ผู้ชายก็หันมาบอกว่า “อะไรเธอ “เมือง” อะไร เธอก็รู้ว่าเบลเยี่ยมมีอยู่ “เมือง”เดียวเท่านั้นแหละ” (เค้าหมายถึง แอนท์เวิร์ป) ดูดิ ขนาด บรัสเซลส์ คนแอนท์เวิร์ปยังไม่นับเลยอ่ะ คือนับชาวบ้านเค้าเป็น town หมด
เล่าให้ฟังขำ ๆ นะ อย่าคิดมาก
มีเพื่อนมาจากแอนท์เวิร์ปหลายคน ทุกคนน่ารักนิสัยดีหมด แต่พวกนี้เป็นพวกแบกเป้ พวกเที่ยวเยอะ เจอคนต่างชาติ พบคนใหม่ ๆ เยอะ โดยธรรมชาติแล้วก็เลยจะแบบ “อะไรก็ได้” แล้วเข้ากับคนอื่นง่าย เป็นมิตรมาก ๆ (นั่นก็แสดงว่า ไม่ใช่ว่ามาจากแอนท์เวิร์ปแล้วจะ”กวนทีม” ทุกคน มันอยู่ที่ว่าสภาพแวดล้อมเค้าเป็นอย่างไรมากกว่า)



จังหวัดลิมเบิร์กหน้าหนาว, คอนเสิร์ตปุกเกิ้ลป็อป ที่จังหวัดลิมเบิร์ก
credit : nikjanssen, bart claeys
ส่วนคนจากแถว ๆ ลิมเบอร์ก (ฝั่งตะวันออกของเบลเยี่ยม ติดชายแดนฮอลแลนด์) คนเบลเยี่ยมมักจะล้อเลียนคนจากจังหวัดนี้ตลอดเวลา ด้วยความที่สำเนียงเค้าช้าาาาาา มากกกกก แต่คนจังหวัดนี้เป็นที่รู้จักว่ามีนิสัยกันเอง ๆ ง่าย ๆ ใจดี จริงใจ (แบบที่คนบ้านเราเรียกว่า “คนบ้านนอกซื่อๆ”) แฟนข้าพเจ้าก็มีรากมาจากลิมเบอร์ก แต่ไม่ได้โตที่นั่นก็เลยไม่มีสำเนียงช้า ๆ เนิบ ๆ เหมือนญาติคนอื่น ๆ ที่ยังอยู่ลิมเบิร์ก
คนเบลเยี่ยมมีเรื่องโจ๊กเล่ากันว่า
“เฮ่ย รู้ป่าวคนจังหวัดไหนที่สัตว์เลี้ยงที่มีชื่อยาวที่สุดในโลก”
“เออ ไม่รู้ว่ะ จังหวัดไหนเหรอ”
“ลิมเบิร์ก”
“ทำไมวะ สัตว์อะไรของเอ็ง”
“อ้าว ก็ -หมาาาาาาาาาาาา-ไง”
นั่นคือสำเนียงคนลิมเบิร์ก
(เค้าล้อกันเล่น แต่แอบจริง)
แต่สมัยนี้ลิมเบิร์กมันไม่ใช่บ้านนอกแล้วนะ เริ่มจะ “ฮิป” แล้ว (แต่สำเนียงยังช้าเหมือนเดิม) คอนเสิร์ตหลาย ๆ คอนเสิร์ตก็ไปจัดกันที่ลิมเบิร์ก เช่น Pukkelpop (แปลว่า คอนเสิร์ต “บีบสิว” มีแต่วัยรุ่น ๆ เด็ก ๆไปเย้วๆ กัน คอนเสิร์ตใหญ่มาก จัดทุกปี จัดทีก็หลายวัน เอาเต๊นท์ไปกางนอนกันเลย)
อีกที่ที่อยากจะพูดถึงคือ จังหวัด “ลิเอจ”ในฝั่งวัลลูน
คนฝั่งฟลานเดอร์ส ไม่ค่อยลงรอยกับ ฝั่งวัลลูนนัก เพราะฝั่งวัลลูนใช้เงินส่วนกลาง(จากคลังประเทศ) มาก และสร้างรายได้น้อย ทั้ง ๆ ที่เคยมั่งคั่งมาก่อน พอเหมืองปิดตัวไป ก็จนลงอย่างฮวบฮาบ เรียกว่าถ้าขับรถจากฝังฟลานเดอร์ส (พูดดัชท์) ไปฝั่งวัลลูน (พูดฝรั่งเศส) จะเห็นความแตกต่างชัดเจน ฝั่งวัลลูนดูค่อนข้างทรุดโทรม โรงงานที่เคยสร้างงานจำนวนมาก แต่ต้องปิดตัวลงก็ถูกปล่อยรกร้าง บ้านช่องก็ไม่ค่อยได้บำรุงรักษากันเท่าไหร่ (พูดถึงเฉพาะบางจังหวัดนะ) ถ้าเป็นคนเบลเยี่ยมอยู่เอง บ้านจะดูดีหน่อย เพราะซ่อมบ้านที รัฐบาลก็ช่วยออกเงินอย่างน้อยก็ครึ่งหนึ่ง คนเบลเยี่ยมเลยชอบที่จะซ่อมแซมบ้านกันอยู่เรื่อย ถ้าเป็นผู้อพยพ ไม่มีสิทธิ์ตรงนี้ก็ต้องอยู่บ้านโทรม ๆ ไป

photo by : peter ih
ใครคิดว่าที่นี่ไม่มีคนจน ต้องคิดใหม่ เพราะคนจนนั้นมี มีเยอะด้วย แต่ว่ายังได้ความช่วยเหลือบางอย่างจากรัฐฯ บางคนก็ไม่ได้จนจริง แค่ขี้เกียจและเห็นว่ามันง่ายดีที่อยู่บ้านเฉยๆ ก็ได้เงิน ก็เลยพลอยไม่ได้ทำงานกันทั้งบ้าน เด็ก ๆ ก็ไปเรียนกันแค่ถึงอายุ 11-12 แล้วเลิกเรียน พอไม่มีการศึกษาก็หางานทำไม่ได้ ไม่มีงานก็ไม่มีเงิน ไม่มีเงินก็ไม่เสียภาษี วงจรเดิม ๆ อีก เบลเยี่ยมจ่ายเงินตรงนี้ (welfare หรือ รัฐสวัสดิการ) เยอะมากกกกกกก ปีที่แล้วใช้ไปตั้งหมด 500 ล้านยูโร! (คูณ 50 ไปดิ กี่ล้านบาท)
พูดแล้วเครียด ตอนนี้รัฐบาลเบลเยี่ยมใกล้จะถังแตกเต็มที นี่ก็เห็นว่าจะออกกฎใหม่ ๆ กันอีกแล้ว ไม่งั้นเงินไม่พอใช้ใน รัฐสวัสดิการ นี่แหละทำให้คนที่ทำงาน เสียภาษีที่นี่ไม่พอใจ ทำงานแทบตาย ภาษีก็แพง วันหยุดก็ไม่ได้เยอะมากมาย แต่คนไม่ได้ทำงาน อยู่บ้านเฉย ๆ กลับได้เงิน (ถ้าทำงานไม่ได้จริง ๆ ก็ว่าไปอย่าง เช่น ป่วย พิการ ชราภาพ ฯลฯ) แต่เชื่อเถอะ บางคนไม่ได้อยู่ในขอบข่ายที่น่าจะได้เงินช่วยจากรัฐเลย (แต่ก็ยังได้ ) เพราะระบบมันโกงง่ายอย่างว่า..
Comments
2 Responses to “+ things เบลเยี่ยมๆ”

January 25th, 2009 @ 5:24 am
ตามเข้ามาอ่านคัฟ, เขียนดัยดีมั๊กๆ ยิ่งอ่านยิ่งน่าติดตาม หนุกหนานยิ่งกว่านิยายแปลอีกอ่ะ
มะคิดถึงบ้านมั่งเหรอคัฟ
February 1st, 2009 @ 9:05 am
คิดถึงดิคะ
เลยพยายามจะไม่คิดถึงน่ะ
ทำงาน ๆ ไป เดี๋ยวเวลาก็ผ่านไป ได้กลับไปเยี่ยมบ้านซะที