beebah.net/visabelgium

ข้อมูลงู ๆ ปลา ๆ เกี่ยวกับวีซ่าเบลเยี่ยม + คุยกันเรื่องทั่ว ๆ ไปเกี่ยวกับชีวิตในเบลเยี่ยม

+ The myth : ทำงาน หางาน ในเบลเยี่ยม (updated)

Posted on | November 7, 2009 | 9 Comments

- – – งาน งาน และ งาน ในเบลเยี่ยม – – -

โพสต์นี้ยาวนิดนึงนะคะ แต่หวังว่าคงจะไขข้อข้องใจหลาย ๆ คนได้

ถามกันมาหลายคนมากมาย เกี่ยวกับการทำงานในประเทศเบลเยี่ยม ว่ามันยังไงกัน ยากไหม ใช้ภาษาอะไร หางานยังไง ทำยังไงถึงจะมาทำงานที่เบลเยี่ยมได้

ขอเกริ่นไว้ตรงนี้ก่อนเลยนะคะ ว่าตอนที่ฉันมานี่ ไม่ได้ตั้งใจว่าจะมาทำงานประจำ เพราะเป็น freelance อยู่แล้ว และเป็นงานที่ทำที่ไหนก็ได้ ขอแค่มีคอมพิวเตอร์และโปรแกรมออกแบบกราฟฟิค ฉันก็เปิดออฟฟิศได้แล้ว (เอางานไปนั่งทำที่ข้างกองขยะที่อินเดียก็ทำมาแล้ว)

”"

เพราะฉะนั้นตอนมาถึงที่นี่ใหม่ ๆ ก็เลยไม่ได้หางานเลยค่ะ เพราะว่าลำพังแค่งานที่ตอนนั้นยังไม่ได้ปิด ก็แทบจะไม่ได้นอนอยู่แล้ว แต่พอดีว่ามีพอร์ทโฟลิโอ รวบรวมงานไว้บนเว็บไซต์ coroflot และแค่เขียนไว้สั้น ๆ ว่า “ตอนนี้ดิฉันเป็น freelance และเปิดรับงานตามปรกติ แต่ว่าถ้าที่ไหนสนใจรับดีไซเนอร์ ไม่ว่าจะเป็นระดับจูเนียร์ ซีเนียร์ หรือแม้แต่ระดับฝึกงานที่ไม่ได้ค่าจ้าง ดิฉันก็สนใจ ขอแค่ให้บริษัทอยู่ในเบลยี่ยมก็พอค่ะ”

แล้วพอดีว่ารู้จักเพื่อนคนเบลเยี่ยมที่ทำสายเดียวกันหลายคน พอมีงานเปิดที่นั่นที่นี่เค้าก็โทรมาบอกว่า เฮ้ย แก ลองส่ง CV ไปยัง บางที่ก็อีเมล์มาก่อนที่ฉันจะส่งอีเมล์ไปติดต่อเสียอีก แต่ถ้าไม่ require ภาษาเริ่ดหรู (อังกฤษ ดัชท์ และ ฝรั่งเศส) ก็ require พวกโปรแกรมขั้นเทพ ที่มันไม่ใช่งานดีไซเนอร์แล้วล่ะ มันเป็นการโปรแกรมเมอร์แล้ว ฉันก็ได้แต่บอกปัดไป ว่าฝีมือไม่ได้เทพขนาดนั้น

สรุปรวม ๆ แล้วคือฉันสัมภาษณ์งานไปสองที่ และที่แรกที่ติดต่อมาฉันก็ไม่ได้ไปด้วยซ้ำ เพราะเค้าต้องการฝีมือขั้นเทพอย่างว่า (อยากจะบอกเค้าว่าจบศิลปกรรมศาสตร์มา ไม่ได้จบวิศวยานอวกาศ รู้สึกจะหาคนผิด field ไปหน่อยแล้วล่ะ) ส่วนที่ที่สองเป็นบริษัทที่เคยทำด้วยมาแล้วที่เมืองไทย แต่เค้ามี office บริษัทแม่อยู่ที่เบลเยี่ยม เค้าเลยเรียกไปคุย และถามว่ายังอยากจะทำงานด้วยกันมั้ยและอยากได้เงินเดือนเท่าไหร่ อะไรยังไง ฉันก็บอก ไม่รู้อ่ะค่ะ ก็เสนอมาแล้วกัน ฉันเพิ่งมาถึงจะไปรู้อะไร

ที่ที่สามเค้าโทรมาเลย ว่าเห็นงานแล้วสนใจอยากคุยด้วย ฉันก็เข้าไปคุย เค้าก็รับวันนั้นเลย ฉันยังงง ๆ ว่าทำไมรับง่ายขนาดนั้น สงสัยจะหาคนทำไม่ได้จริง ๆ (มารู้ทีหลังว่าเค้าสัมภาษณ์มาแล้วประมาณ 15 คนในเวลาสามเดือน แต่ถ้าไม่ใช่ติดเรื่องภาษา ที่เค้าหาคนที่พูดอังกฤษคล่อง และ ดัชท์และฝรั่งเศสพอได้ ก็ติดเรื่องงานที่ห่วยชนิดไม่ไหวจะเคลียร์จริง ๆ )

นั่นแหละค่ะ ฉันถึงได้งาน (ทำเอาเพื่อนฝูงตกใจกันไปตาม ๆ กัน เพราะฉันไม่ทำงานประจำมสองปีกว่าแล้ว และไม่มีทีท่าว่าจะกลับมาทำ)

จริง ๆ แล้วทำงานประจำนี่ ฉันก็ไม่ได้ได้เงินเดือนเยอะกว่าตอนที่เป็น freelance เท่าไหร่นะ เพราะ freelance ทำมากยิ่งได้มาก และงานประจำทำไปเหอะ จะเป็นจะตายก็ได้แค่เงินเดือน แถมยังอิสระกว่า อยากหยุดก็หยุด อยากไปไหนก็ไป


- – – แล้วรับงานทำไม?- – –

บอกตรง ๆ ว่าที่รับงานประจำที่นี่เพราะแฟน สงสารแฟน คือต้องยอมรับว่าผู้หญิงไทยในสายตาชาวโลก (หรือแม้แต่ชาวไทยด้วยกัน)ที่มีแฟนฝรั่ง คือถ้าไม่แต่งเพราะเงิน ก็เพราะหาผู้ชายไทยไม่ได้แล้ว หรือไม่ก็แต่งเพราะเท่

คนที่นี่เค้าก็มองว่าแบบนั้น แต่มองว่าเราแต่งกับคนที่นี่เพราะเงิน และแต่งเพื่อเอาสัญชาติ อย่าว่าแต่คนไกลตัวเลย ขนาดเพื่อนน้องชายแฟนฉันเองยังพูดถึงแฟนฉันว่า ระวังจะถูกหลอกเอาเงิน ผู้หญิงไทยน่ะขึ้นชื่อมาก แน่ใจแล้วเหรอจะแต่งกับผู้หญิงไทย

นี่แฟนเฉันยังไม่รู้เลยนะ ฉันรู้มาจากเพื่อน เพราะเพื่อนสาวคนนี้เป็นเพื่อนกับน้องชายของแฟนฉันด้วย เค้าก็คุย ๆ กันเอง นี่ถ้าแฟนฉันรู้มีหวังจิตตก โมโหไปอีกหลายวัน

จริง ๆ แล้วแม้แต่น้องชายแฟนเองก็เหอะ เมื่อก่อนก็มีนะ ชอบถามแบบว่ากวน ๆ ถามเหมือนหยั่งเชิง ว่าฉันเรียนจบอะไรมา จะทำงานที่นี่ไหม ครอบครัวเธอทำงานอะไร หรือเพื่อนของพ่อแฟนที่เจอกันครั้งแรกเค้าก็ถามเลยว่า “พูดภาษาอังกฤษได้ไหมเนี่ย” (เวร แล้วจะให้กรูพูดภาษาไทยหรือจีนฮกเกี้ยนกับแฟนเหรอ) ฉันก็ทำเป็นเฉย ๆ (จริง ๆ อยากชกปาก) ว่า “พูดได้ค่ะ” ยังถามต่ออีกนะ “พูดคล่องหรือเปล่า?” (จะให้กรูตอบว่าไงวะ “อ๋อ ไม่คล่องค่ะ โนกู๊ดๆ” งี้เหรอ กวนประสาทจริงๆ)

ชักจะออกทะเล กลับมาเข้าเรื่องต่อ

เพราะฉะนั้นเนี่ยพวก immigrant (ฉํันก็เป็นหนึ่งในนั้น) ที่มาอยู่ที่นี่อย่างถูกกฎหมายแล้วไม่ทำงาน แล้วสามารถพิสูจน์ได้ว่า กำลังหางานอยู่, ไม่สามารถทำงานได้ (ป่วย พิการ ฯลฯ), หนีภัยสงครามมา หรือแม้แต่เป็นแม่บ้านต้องอยู่บ้านเลี้ยงลูก ฯลฯ บอกเค้าไปเถอะ รัฐบาลเค้าเลี้ยงหมดแหละ จะมากจะน้อยก็อีกเรื่อง

แล้วคนเบลเยี่ยมที่ทำงานจ่ายภาษีกันหลังแทบหัก เค้าก็ไม่ชอบอะดิ (ก็แหงล่ะ ทำงานแทบตาย ใครไม่รู้เข้ามาในประเทศเค้าแล้วเข้ามาใช้เงินเค้า) แล้วพอเค้าเห็นฉันอยู่บ้านเฉย ๆ วัน ๆ ไม่ได้ออกไปทำงานทำการ (ก็ฉันทำงานอยู่บ้าน) เค้าก็คิดกันว่า เอาอีกละ มาอีกรายละ อีพวกกาฝาก เกาะรัฐกิน

แฟนฉันก็พาลถูกเหมารวมไปด้วยว่าคงไปซื้อผู้หญิงไทยมาไม่กี่ตังค์ เอามาอยู่บ้านทำงานบ้าน ซักผ้า ล้างจาน ปรนนิบัติพัดวี

เพราะฉะนั้นฉันยอมรับค่ะว่าส่วนหนึ่งที่ยอมกลับไปทำงานประจำ เพราะอยากจะพิสูจน์ให้คนปากแมว ๆ ที่นี่เห็นค่ะ ว่าฉันผู้หญิงไทยที่พวกเอ็งดูถูกกันนักน่ะ ก็มีงานทำละกันวะ (แอบโรคจิตเล็กน้อยค่ะอิฉัน)

เค้าไม่สนใจหรอกนะคะว่าคุณจะหอบเอาปริญญาอะไรมาจากเมืองไทย ตราบใดที่คุณไม่ทำงานจ่ายภาษีที่นี่ คุณก็เหมือนมาเกาะประเทศเขากิน (ฉันไม่ได้คิดแบบนี้นะคะ เพราะผู้หญิงเบลเยี่ยม หรือ ดัชท์ ก็ไม่ได้ทำงานหลายคน เป็นแม่บ้านกันทั้งนั้น) แต่คนส่วนใหญ่คิด เพราะมี immigrants เยอะมากๆๆๆๆ ที่มาไม่มาเปล่า พอได้สัญชาติแล้วก็กลับไปเอาครอบครัวแห่ตามาอยู่ด้วยเป็นสิบ แถมทุกคนได้รับ benefit จากรัฐบาลทั้งนั้น เดือนนึงไม่ใช่น้อย ๆ นะคะ หลายร้อย บางทีก็เป็นพันยูโรน่ะครอบครัวหนึ่ง

ฉันเลยต้องลองดูซักตั้ง หนึ่งคือทำเพราะเห็นแก่แฟน สองคือทำเพื่อเอาประสบการณ์ ซึ่งก็ไม่ผิดหวังเพราะทำมาครึ่งปีนี่รู้สึกว่าโตขึ้นมาก สามคือเพื่อพิสูจน์ตัวเอง และบอกตามตรงนะคะ ที่ฉันได้งาน ไม่ใช่เพราะว่าฉันเก่งอะไรนักหนานะคะ นับตามความสามารถคงจะประมาณ 30% ที่เหลือ “ดวง”ล้วน ๆ ค่ะ

ที่พูดมานี่ คนที่เค้ารู้จักคุณเค้าคงไม่มาดูถูก ว่ามาอยู่นี่แล้วไม่ทำงานทำการ (การเป็นแม่บ้านก็เป็นงานอย่างหนึ่ง) แต่ส่วนใหญ่จะเป็นพวกคนที่เราไม่รู้จัก เช่น พวกที่ทำงานที่ city hall, เพื่อนบ้าน, เพื่อนของครอบครัวแฟน ฯลฯ ที่เค้าไม่ได้มารู้จักมักจี่อะไรกะเราเลย แต่ก็ตัดสินเราไปตั้งแต่รู้ว่าเราเป็นหญิงไทย และ อยู่บ้านเฉย ๆ แล้ว (ทำไงได้วะ งานไม่ได้หาง่าย ๆ นี่..)


”"

- – – ภาษากับการทำงานที่เบลเยี่ยม – – –

กรณีของฉันแตกต่างกับสาขาอื่น ที่มันเป็นสายวิชาชีพ หรือ เฉพาะทางนะคะ ทำให้เรื่องภาษาไม่ได้สำคัญอันดับหนึ่ง (แต่ก็ยังสำคัญมาก) ตอนสัมภาษณ์เค้ายังถามว่าความสามารถด้านภาษาฉันเป็นอย่างไร และถามว่าดัชท์หรือฝรั่งเศสฉันพูดได้ไหม (ฉันพูดไม่ได้นะคะ โดยเฉพาะฝรั่งเศสนี่ไม่กระดิกเลยค่ะ ไม่เรียนเลยมาเลยแม้แต่นิดเดียว)

ถ้าเค้าถามนะคะ บอกไปเลยตรงๆ เลยค่ะ ถ้าภาษาคุณดี บอกไปเลยว่าดี อย่าบอกว่า “พอใช้ได้” การถ่อมตัวไม่จำเป็นสำหรับการสัมภาษณ์งานที่นี่ค่ะ แต่ไม่ใช่ว่าโอ้อวดหรือโม้ซะจนเว่อร์นะ เอาเป็นว่าตอบให้ “มั่นใจ” เป็นพอ

ฉันก็บอกเค้าไปอย่างมั่นใจเลยค่ะ “ว่าภาษาอังกฤษไม่มีปัญหา ภาษาดัชท์กำลังเรียน และภาษาฝรั่งเศสไม่ได้เลยค่ะ” (ดูเค้าแอบอึ้ง ๆ ไปเล็กน้อย) เค้าถามต่ออีกว่า ถ้าฉันจะใช้เวลาเรียนภาษาใหม่เนี่ย คิดว่าจะทำได้ดีแค่ไหน (ฉํนก็ตอบไปว่า ฉันคิดว่าฉันทำได้ค่ะ)

แต่ถ้าเป็นสาขาอื่น หากเป็นงานใด ๆ ก็ตามที่ต้องมีการติดต่อกับคนท้องถิ่น ภาษาต้องได้ ไม่อย่างน้อยก็ดัชท์ หรือ ฝรั่งเศส อันนี้แน่นอนค่ะ ส่วนโอกาสที่จะใช้ภาษาอังกฤษทำงานอย่างเดียวเลยนั้น มันก็มีอยู่ค่ะ แต่น้อยกว่าดัชท์และฝรั่งเศสมาก และขึ้นอยู่(อย่างมาก)กับบริษัท และประเภทงานที่คุณจะไปทำค่ะ


- – – เค้าจะรับคนต่างชาติไหม – – –

รับค่ะ ถ้าคุณมีความสามารถพอ (และในสาขาที่ทางนี้ขาดแคลน) มีประสบการณ์การทำงานมาบ้าง, หรือเขียน resume ออกมาดูดีน่าสนใจ (แต่ไม่ใช่ว่าเขียนซะเว่อร์นะ เอาที่เป็นความจริงเท่านั้นนะคะ) และอยู่ที่นี่อย่างถูกกฎหมาย

”"

หนึ่งคุณต้องมีวีซ่ามาที่นี่อย่างถูกต้องก่อนค่ะ และไม่ใช่วีซ่าท่องเที่ยวนะคะ ถ้าไม่ได้แต่งงานเป็น resident ของที่นี่ก็ต้องมี work permit ซึ่งถ้าเค้าอยากได้คุณมาทำงานด้วยจริง ๆ ทางบริษัทต้องเป็นผู้จัดการเรื่อง work permit ให้ค่ะ (โดยปรกติจะต้องออกให้ก่อนคุณเดินทางมาเบลเยี่ยม) ซึ่งส่วนมากจะเป็นงานที่เค้าหาคนเบลเยี่ยมทำไม่ได้จริง ๆ หรืองานเฉพาะทางจริง ๆ (เช่น นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ งานไอที เชฟ หมอ พยาบาล วิศวกรเฉพาะทาง ฯลฯ) เลยต้องหาคนต่างชาติเข้ามาทำค่ะ และตามธรรมเนียมแล้ว เค้าจะพิจารณาประชากรจากประเทศสมาชิก EU ก่อนค่ะ

สถานฑูตไทยในกรุงบรัสเซลส์มีข้อมูลน่าสนใจ ตรงนี้ค่ะ ลองดูหน้านี้นะคะ รายงานความต้องการจ้างแรงงานในเบลเยียมในปัจจุบัน สรุปสถานการณ์ความต้องการจ้างแรงงานในเบลเยียม”< /span>

ส่วน รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูลทางเศรษฐกิจ สังคม สถานการณ์ความต้องการแรงงานในเบลเยียม รวมทั้งกฎระเบียบ ข้อกฎหมาย และขั้นตอนการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง ในการเดินทางไปทำงานของแรงงานต่างชาติ สามารถดาวน์โหลด เอกสารได้ที่นี่ (ขอบคุณสถานฑูตไทยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ)

ทั้งนี้ทั้งนั้นนะคะ อย่าคาดหวังสูงมากนัก เพราะมันค่อนข้างจะยากจริง ๆ ถ้าไมโชดดีจริง ๆ ก็ต้องเป็นสาขาที่เค้าขาดแคลนจริง ๆ ถึงจะมีโอกาสสูงในการหางานที่นี่ค่ะ ถ้านึกภาพไม่ออก ลองนึกดูเล่น ๆ ว่า อย่างเมืองไทยเงี้ย จู่ ๆ เราจะไปรับคนจีน เขมร ฮ่องกง โบลิเวีย เวียดนาม เปรู เบลเยี่ยม ดัชท์ ฯลฯ มาทำงาน admin หรือ งานออฟฟิศเล็ก ๆ น้อย ๆ ไหมละคะ ถ้าคนๆนั้นพูดได้ภาษาเดียวคือภาษาอังกฤษ ในประเทศที่ไม่ได้แม้แต่จะใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ เราก็คงไม่จ้างอ่ะนะ นอกจากจะเป็นงานเฉพาะจริง ๆ ชนิดที่หาคนไทยทำไม่ได้แล้ว (เช่น เชฟอาหารจีนในโรงแรมอิมพอร์ตจากปักกิ่ง หรือ อาจารย์สอนภาษาอารบิคจากอียิปต์ กูรูโยคะมหาภารตะยุทธจากอินเดีย อะไรก็ว่าไป แล้วแต่จะออกทะเลกันไป ) ก็เหมืิอนที่นี่อ่ะค่ะ ถ้าภาษาไม่ได้ ไม่มีประสบการณ์การทำงาน ไม่ใช่งานเฉพาะทาง โอกาสก็น้อยค่ะ (พูดถึงเฉพาะงานออฟฟิศนะ)

-แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะหางานไม่ได้นะ เพราะจริงๆ บริษัทข้ามชาติในเบลเยี่ยมก็มีอยู่เยอะพอสมควร ที่ใช้เฉพาะภาษาอังกฤษ – เน้น : ทั้งนั้นทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับ “โชค” ด้วยเป็นอันมาก อาจจะได้งานแต่ต้องรอนานนนนนนมากกกกก กว่าเค้าจะเรียกค่ะ ขอให้อดทนไว้

แต่วันก่อนดูทีวี มีหมอคนนึงเป็นชาวอิหร่าน มาเบลเยี่ยมตอนเป็นนักเรียนและช่วงที่กำลังจะกลับบ้าน ประเทศมีปัญหาด้านการเมืองไม่สงบเลยไม่กลับ แต่วีซ่าก็จะขาดแล้ว เลยฮึดเรียนภาษาดัชท์เพื่อสอบเข้า “แพทย์” โดยให้เพื่อนติวให้ และเน้นเฉพาะที่คิดว่ามันจะออก โดยคุณหมอในเวลาเรียนดัชท์ประมาณ 3 เดือน สอบผ่าน เข้าคณะแพทย์ได้ ตอนนี้เป็นหมอผ่าตัดที่โรงพยาบาลเฉพาะทางแห่งหนึ่งที่นี่

แต่นี่คือเข้าขั้นอัจฉริยะแล้วนะคะ ถ้าถามฉันนะ ฉันว่าภาษาดัชท์กว่าจะใช้ได้จริง ๆ ก็คงประมาณสองปีค่ะ


- – – งานประเภทไหน ที่พอจะมีโอกาสทำได้ – – –

จะไม่ขอกล่าวถึงระเบียบการจ้างงานอีกนะคะ เพราะเอกสารด้านบน บอกครบหมดแล้ว ที่นี่มาดูค่ะว่า จะหางานที่ไหน

งานที่ไม่ได้ต้องการดีกรีอะไร และไม่ยากเย็นนัก ไม่ต้องการความสามารถด้านภาษาเริ่ดหรู ก็คงจะเป็นงานในร้านอาหาร (งานครัว), พนักงานนวดตามร้านนวดไทย หรือสปา, au pair พี่เลี้ยงเด็ก (ซึ่งฟังดูง่ายนะคะ แต่เหนื่อยมาก), พนักงานตามศูนย์อาหาร (ไปดูตามร้าน Lunch Garden ในคาร์ฟูร์ ดิ คนเอเชียทั้งนั้น แต่ส่วนมากเค้าพูดดัชท์ได้นะ), ทำความสะอาด, เก็บผลไม้ตามฤดูกาล ฯลฯ มีอะไรอีกมั้ย นึกไม่ออก -อันนี้คืองานที่แบบ “ทำ ๆไปก่อน” นะ ไม่ใช่ว่าจะให้ทำไปตลอดชีวิต การทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ มันก็ทำให้เรารู้จักคนมากขึ้น รู้จักคนมากขึ้น เน็ตเวิร์คก็เยอะขึ้น โอกาสก็มากขึ้น ระหว่างนี้ก็เรียนภาษาไปด้วย ต่อไปค่อยขยับขยายค่ะ

ใครนึกงานประเภทไหนออก ช่วย ๆ แปะไว้เพิ่มหน่อยนะคะ

”"

ส่วนงานวิชาชีพ ที่ต้องการภาษาอังกฤษดีถึงดีมาก และพอจะมีโอกาสหางานได้ก็คงจะไม่พ้นงานด้านไอที ทั้งการเขียนโปรแกรม ออกแบบซอฟท์แวร์ วิศวกรคอมพิวเตอร์ นักออกแบบกราฟฟิค วิศวกรทั้งหลายทั้งแหล่ นักวิจัยสาขาต่าง ๆ

อย่างสถาบัน IMEC ที่ Leuven นี่ อาจจะมีคนต่างชาติกว่าครึ่ง แต่ทุกคนต้องเรียนภาษาดัชท์ เค้าจัดคนมาสอนถึงบริษัทเลย เพื่อนฉันที่เป็นชาวสิงคโปร์ก็ทำอยู่ที่นี่คนหนึ่ง

- – – ตัวอย่างตำแหน่งงานในเบลเยี่ยม – – -

ที่นี้มาดูตัวอย่าง requirement ของตำแหน่งงานที่นี่นะคะ
ฉันลองสุ่ม ๆ มาตามด้านล่างนี้เลยนะคะ (นี่ฉันเลือกมาเฉพาะที่ list งานเป็นภาษาอังกฤษนะคะ)

PROJECT ENGINEER – WATER SYSTEMS
(วิศวกรระบบน้ำ)
- A degree in engineering or in applied sciences
- effective written and verbal communication skills
- very good command of English; other European language(s) an important asset (คือภาษาอังกฤษเป็นหลัก และถ้าได้ภาษายุโรปอื่น ๆ จะพิจารณาเป็นพิเศษ)
- One-two years working experience preferably but not a must
ฯลฯ

Customer Service Specialist
- NO EXPERIENCE NECESSARY
- Fluent English & Good spoken French
- Any other EU language is an asset
- Communicative, adaptable to different nationalities
ฯลฯ

JUNIOR Customer Service Specialist
- NO EXPERIENCE NECESSARY
- Fluent English & Good spoken French
- Any other EU language is an asset
- Communicative, adaptable to different nationalities
ฯลฯ

Freelance Sales Entrepreneurs
- Self-starter
- Geboren verkoper (แปลเป็นอังกฤษตรง ๆ เลยว่า born seller)
- Sociaal en communicatief
- Dynamisch en innovatief
- Kennis van het Engels / Frans / Nederlands (สามารถสื่อสารได้ทั้งอังกฤษ ฝรั่งเศส และดัชท์)
ฯลฯ

Customer Services Dispatcher
(งานจัดส่งและบริการลูกค้า : คล้าย ๆ admin คือรับโทรศัพท์ ตอบอีเมล์ วางออเดอร์ที่ลูกค้าส่งมา)

- Fluent in English, French AND German
- Educational Level: at least A1 language or knowledge by experience
- Experience: preferably in a service environment
- Basic PC and Office knowledge
ฯลฯ

SALES & MARKETING COORDINATOR EUROPE
- A Bachelor’s degree (in marketing and communication)
- initial experience in a similar position, preferably gained in an international company active at European level.
- Fluent in English, French (and Dutch)
- Knowledge of German is a strong plus.
ฯลฯ

เรียกว่าแทบทุกตำแหน่งเลย ต้องใช้ภาษาดัชท์ อังกฤษ และ ฝรั่งเศส (บางที่อยากได้คนที่พูดเยอรมันได้มากกว่าด้วยซ้ำ) ไม่ง่ายเลยใช่ไหมคะ ยังไงก็พยายามกันต่อไป


เงินเดือน รายได้ ค่าครองชีพ

ที่นี้เรื่องเงินเดือน และ รายได้อื่น ๆ : ทำงานที่นี่เสียภาษีกันอานค่ะ ฉันเองก็จ่ายประมาณ 30% ของรายรับแต่ละเดือน แต่เบลเยี่ยมจะมีระบบช่วยเหลืออื่น ๆ สำหรับพนักงานประจำ เป็นสวัสดิการ เช่น ถ้ามาทำงานโดยระบบขนส่งมวลชน (ไม่มีรถส่วนตัว) บริษัทต้องช่วยออกค่าเดินทางเดือน ๆ หนึ่งอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง (บางที่ออกให้ทั้งหมดเลย พวกตั๋วรถไฟ รถเมล์ เมโทร รายปี)

บางทีมี “เงินพิเศษ”จากรัฐด้วย สำหรับคนทำงานประจำ แต่อันนี้นาน ๆ จะมาทีค่ะ แล้วฉันก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงเหมือนกัน คือเหมือนคืนภาษีให้บางส่วน ตรงนี้ปวดเฮดมากค่ะ ขนาดคนเบลเยี่ยมเองก็ยังอธิบายไม่ค่อยจะถูก

ลองมาดูระดับเงินเดือนในสาขาต่าง ๆ ดู
เว็บ Payscale เค้าสำรวจไว้ ไปดูได้ที่นี่เลย
http://www.payscale.com/research/BE/Country=Belgium/Salary

หรือดาวน์โหลดมาดู มีอีกที่ที่นี่ค่ะ
http://www.robertwalters.com/resources/salarysurvey/Belgium_Salary_Survey_2009.pdf

โดยมากเค้าจะคิดเป็นรายได้ต่อปีนะคะ

ฉันบอกคร่าว ๆ ละกันนะคะ สำหรับระดับเงินเดือนที่นีื่ สำหรับพนักงานบริษัททั่ว ๆ ไป ระดับปฎิบัติการ ก็เริ่มประมาณที่พันยูโรต้น ๆ ขึ้นไป (หักภาษีแล้ว) วิศวกรประสบการณ์ 3-5 ปีก็สองพันขึ้นไป และก็ไล่ขึ้นไปเรื่อย ๆ ค่ะ แต่ปรกติแล้วก็จะได้กันอยู่ประมาณนี้ละค่ะ พันกว่า สองพันกว่า ระดับคนธรรมดาเดินดินกินข้าวแกง(ของที่นี่นะ)

ที่นี้ร่ายจ่าย บางคนเห็นว่าเงินเดือนคิดเป็นเงินไทยแล้วมากมาย แต่ว่าคงทราบกันอยู่แล้วว่าที่นี่ค่าครองชีพมันสูงแค่ไหน ถ้าเช่าอพาร์ทเมนต์ หรือบ้านเล็ก ๆ ก็ไม่ต่ำว่าเดือนละ 300-400 ยูโร, ถ้าเช่าบ้านทั้งหลัง(ไม่ใหญ่นะ)ก็ตกประมาณ 600 ยูโรขึ้นไป, ถ้าเป็นในบรัสเซลส์ ก็คูณสองไปเลย อพาร์ทเมนต์ส่วนมาก จะเช่ากันที่ 500 ยูโรขึ้นไป ลองดูตัวอย่างที่เว็บนี้ได้ http://xpats.spotter.be/en/Housing/For-rent-furnished/category_5.htm

ค่ากิน ของใช้ นู่นนี่ ตกเดือนละ 100-200 ยูโร (ซื้อของตามซูเปอร์ฯ ทีไม่เคยจ่ายน้อยกว่า 20 ยูโร ถ้าเป็นที่เมืองไทย ของเหมือน ๆ กัน ปริมาณการซื้อพอกัน คงไม่เห็นประมาณ 200-300 บาท)

รถเมล์รายปี ปีละ 200 กว่ายูโร หรือถ้าซื้อเป็นเที่ยว ก็ตกเที่ยวละ 100 กว่าบาท, ออกไปกินข้าวตามร้านอาหาร ก็ตกหัวละราว ๆ 20 กว่ายูโร ถ้าร้านไฮโซขึ้นมาหน่อยก็ไม่ต่ำกว่าหัวละ 40 ยูโร (ประมาณกินได้ปีละครั้งสองครั้งเต็มที่ ไม่งั้นตายพอดี), ถ้าขับรถ มีค่าน้ำมันอีก ถ้ามีรถต้องมีประกัน, ค่าตรวจสภาพรถอีก, ค่าซ่อมแซมบำรุงบ้าน จิปาถะ

ปีที่แล้วฉันรื้อหลังคาที่บ้านกัน เพราะมันจะพังแหล่มิพังแหล่ ต้องไปจ้างเค้ามาปูกระเบื้องหลังตาใหม่ รอเป็นปีกว่าเค้าจะมาทำให้ เพราะช่างที่นี่ถ้าไม่แพงมากนี่รอให้กันลืมไปเลย​(ส่วนมากเป็นช่างชาว โปแลนด์) ฉันสองคนจ่ายค่าซ่อมหลังคานี้ไปประมาณ 8000 ยูโร (-_-”)


จะเริ่มหางานในเบลเยี่ยมอย่างไรดี?

ลองเซิร์ชตามเว็บสมัครงาน

http://www.jobscareer.be
http://belgium.xpatjobs.com/

http://www.monster.be

http://www.expatica.com/be/main.html

http://www.careerjet.be/

http://www.vacature.com

(อันนี้ค่อนข้างเป็นที่รู้จักมากค่ะ เพราะมีพิมพ์แจกตามซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ ๆ ด้วย)

http://vdab.be/mijnvdab/jobs/wz/jobs.jsp?dist_channel=www
(อันนี้เป็นของบริการช่วยเหลือเกี่ยวกับการหางานจากรัฐบาลฟลานเดอร์สค่ะ – มีเฉพาะภาษาดัชท์)

http://www.jobsinbrussels.com/
(อันนี้โฟกัสภาษาอังกฤษโดยเฉพาะค่ะ)
http://www.brusselsjobs.com/
ภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส ดัชท์

ทำการฝากเรซูเม่ (ซี.วี.) ไว้ตามเว็บไซต์จัดหางาน

วิธีการอีกอย่างสำหรับการหางานคือ แทนที่จะสมัครโดยตรงกับบริษัทที่เราสนใจ ก็ลองสมัครผ่านนายหน้าหรือสำนักงานจัดหางานแทน โดยเอาประวัติไปทิ้งไว้ แล้วทางสำนักงานเค้าจะช่วยจับคู่เรากับบริษัทที่กำลังหาพนักงานที่คุณสมบัติ ใกล้เคียง

จะใช้เวลามาก น้อย ยังไง ก็ขึ้นอยู่กับ “ดวง” อีกนั่นแหละ บางทีจะว่าง่ายก็ง่าย ยากก็ยาก มันอยู่ที่จังหวะว่าที่ไหนเค้ากำลังหาตำแหน่งที่ตรงกับตัวเราหรือเปล่า

เรื่องภาษา ถ้าเป็นเมืองใหญ่ ๆ เป็นบริษัทที่เป็น international ชาติผสม หรือ ต่างชาติ โอกาสที่จะใช้เฉพาะภาษาอังกฤษ ก็มีสูง (โดยไม่เน้นดัชท์ หรือฝรั่งเศส)

เว็บไซต์ที่ฝาก resume ได้
http://www.pagepersonnel.be/espace-candidat.html
http://www.belgium.plusjobs.com/site/postresume.shtml
http://www.learn4good.com/jobs/language/english/registration/jobseeker/
http://www.sendingmycv.com/index.php?language=3
http://www.stepstone.be/home_fs.cfm?lang=BEN

บริการจัดหางาน (เจ้าใหญ่ ๆ) อันนี้ลองเลือก ๆ มาจากหนังสือสมัครงาน Vacature
บางเว็บจะมี list งานที่ยังว่างอยู่ (Vacancies, Vacatures, Offers d’emploi) ไว้ด้วย หรือจะอีเมล์ไปสอบถามเค้าเลยก็ได้
http://www.derveaux-select.be/
http://searchselection.com/
http://www.ascento.be/
http://www.velde.be/uk/home-be/
http://www.yer.be/en-us/homepage.aspx


งานอื่น ๆ ที่ทำได้แบบไม่ต้องรอให้เก่งภาษาที่สาม

งานวิชาชีพแทบทุกอย่างค่ะ เช่น แม่ครัว ผู้ช่วยเชฟ งานตามร้านดอกไม้ ซูเปอร์มาร์เก็ต ช่างทำผม (ที่นี่ร้านหรู ๆ คนเอเชียเป็นคนตัดก็เยอะนะคะ หรือไม่ก็คนอเมริกาใต้ รายได้ค่อนข้างดีถึงดีมากด้วยอ่ะ) หรือ พี่เลี้ยงเด็ก (au pair) ซึ่งหลาย ๆ ครอบครัวเค้าก็โอเคที่เราจะพูดแค่ภาษาอังกฤษนะคะ แต่ถ้าพูดภาษาเค้าได้นิดหน่อยจะช่วยได้มาก (งาน au pair ส่วนมากจะรับพี่เลี้ยงที่อายุระหว่าง 18-26 ปีนะคะ นอกจากว่าทางครอบครัวจะยกเว้นให้ค่ะ ต้องดูป็นครอบครัว ๆ ไปค่ะ

งาน au pair ลองดูที่
http://www.aupair-world.net
http://www.findaupair.com/index.asp
http://vdab.be/werklinks/werklinks.jsp?mapId=4225
http://www.aupairconnect.com/aupair-Belgium.asp


ยังหางานไม่ได้ ทำอะไรดี?

ไปเรียนภาษาค่ะ ปรกติถ้าแต่งงานกับคนเบลเยี่ยม หรือ มาด้วยวีซ่า cohabitation จะมีสิทธิ์เรียนภาษาดัชท์ฟรี (เฉพาะ level 1 ปรกติ 60 ยูโร) และค่าหนังสือสองปีแรกก็ฟรีค่ะ (80 ยูโร แต่กว่าจะได้คืนก็เป็นหลายเดือนแหละ)

นอกจากกรณีนี้ ก็จ่ายค่าเรียนไปตามปรกติค่ะ ไม่แพงค่ะ เพราะภาษาดัชท์ ทางรัฐบาลช่วยออกให้บางส่วนแล้ว เพราะเค้าอยากให้คนเรียนภาษาเค้าเยอะ ๆ ค่ะ

สำหรับที่เรียน ที่เป็นทางการ และรัฐบาลรับรอง ดูได้ที่นี่ค่ะ
http://www.huizenvanhetnederlands.be

กว่าจะเรียนอยู่ในระดับสื่อสารกับคนอื่นได้ ก็น้อย ๆ จบ level 1 ก็พอถูไถ (ตอนนี้ฉํนเรียนที่สถาบัน ACE ของมหาวิทยาลัย GroepT ที่ Leuven ก็ 60 ยูโร กำลังจะจบ level 1 จ้ะ) ซึ่งก็ยังไม่ได้เริ่มสร้างประโยคที่เป็นอดีตเลยด้วยซ้ำ ยังแค่ประโยคบอกเล่าธรรมดาอยู่เลย สิว ๆ มาก ๆ คือเป็นลักษณะง่าย ๆ อยู่ ไว้จะเขียนเรื่องการเรียนภาษาดัชท์ที่นี่ทีหลังละกันนะคะ ยาวค่ะ

ระหว่างเรียนภาษาก็ลองหางานพิเศษอื่น ๆ ทำไปด้วยก็ได้ค่ะ



เพิ่มเติมที่เพิ่งนึกออก

connections

ที่นี่ก็เหมือนเมืองไทย เรื่อง connection แต่ไม่ใช่เส้นสายนะคะ ออกจะเป็นไปในแบบที่ยิ่งรู้จักคนมากก็ยิ่งมีโอกาสได้งานมาก เพราะเวลาเค้าหาคนเข้าทำงาน ส่วนมากแล้วเค้าก็จะถาม ๆ กันเองก่อนในบริษัทแหละค่ะ ว่ามีใครรู้จักใครที่เข้าข่ายจะทำตำแหน่งนี้ได้บ้างไหม ให้ไปบอกให้ลองมาสมัคร เค้าก็จะถามต่อ ๆ กันไปค่ะ ถ้าหาไม่ได้แล้วจริง ๆ หรือว่าเป็นบริษัทใหญ่จริง ๆ เค้าจะค่อยลงประกาศหาคนเข้ามาทำค่ะ

เพราะฉะนั้น ถ้าไม่ได้ทำอะไร ไปลงคอร์สเรียนอะไรเล่น ๆ ก็ได้ค่ะ หรือแม้แต่การไปเข้าสังคม ปาร์ตี้ เล่นกีฬา (เป็นทีมได้ยิ่งดี) ไปเล่นโยคะ เรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติม เรียนถ่ายภาพ ฯลฯ อะไรก็ได้ทั้งนั้น

อย่างพวก English for business คนเบลเยี่ยมก็ลงเยอะ แล้วส่วนมากก็จะเป็นคนทำงาน เราก็ได้เรียนอะไรเพิ่มเติมไปด้วย ได้เพื่อนใหม่ ๆ ไปด้วย เวลามีอะไร เค้าก็อาจจะนึกถึงเราขึ้นมา ว่าเออ งานนี้เราน่าจะทำได้ ฯลฯ มีเยอะนะคะ กับงานที่คนรู้จักบอกผ่านมาให้ จนเราได้งานเนี่ย


งาน freelance

งาน freelance ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งนะคะ ที่เลือกจะทำได้ มีแค่คอมพิวเตอร์กับอินเตอร์เน็ตเราก็ทำงานได้แล้วค่ะ ไม่ว่าจะเป็นงาน ออกแบบ, รับเขียนคอนเท็นต์ต่าง ๆ, รับทำบัญชี, คียร์ข้อมูล, หรืออะไรก็ว่าไปค่ะ มีเยอะ แล้วแต่ว่าถนัดสาขาไหน

งานสายอื่นฉันไม่ค่อยทราบนะคะ ทราบแต่สายออกแบบและ IT (เอาเฉพาะที่เคยใช้ละกันนะ) ซึ่งก็มี
www.getafreelancer.com (bid project ค่ะ)
www.99designs.com(อันนี้แข่งกันมันส์ค่ะ เป็นลักษณะ bid งานแข่งกันผ่านเว็บไปเลย หนุกหนานมาก)
http://www.coroflot.com/public/jobs_browse.asp
(ออกแนวไปฝาก port ไว้แล้วถ้ามีคนสนใจเค้าจะติดต่อมาค่ะ)

ส่วนเว็บที่มีงานครอบคลุมหลายสาขาหน่อยก็คงจะเป็น
www.elance.com(ค่อนข้างดัง)
www.odesk.com (อ้นนี้เพื่อนที่นี่ชอบใช้ เห็นว่าดีทีเดียว)
http://www.peopleperhour.com (อันนี้ยังไม่เคยลองค่ะ แต่ดู ๆ แล้วงานก็มีเยอะอยู่)

งานชั่วคราว หรือ Interim

อีกอย่างที่ไม่ใช่งานประจำ คือ พนักงานชั่วคราว หรือ interim (บางทีเรียกสั้น ๆ ว่า Temp job ในภาษาอังกฤษ) งานประเภทนี้คือ ถ้าบริษัทไหนหาคนมาช่วยชั่วคราว ระยะสั้น ๆ เช่น ต้องการพนักงานแอดมิน 3 เดือน, โปรแกรมเมอร์สำหรับ 1-2 โปรเจ็คท์, พนักงานขายของ, มาร์เก็ตติ้ง ฯลฯ มีเยอะมากมาย แต่จะเป็นสัญญาระยะสั้น แต่ก็มีมาก ที่ทำ ๆ ไปแล้ว ทางบริษัทแฮปปี้ ให้เลื่อนเซ็นต์สัญญาเป็นพนักงานประจำ ก็มีบ่อย ๆ แนะนำว่ายังไงก็ลองงานแบบ interim ไปด้วย ถ้าได้ก็เท่ากับว่าง่ายขึ้นไปอีกเท่าตัว สำหรับการหางานในเบลเยี่ยม

รวมลิงค์ สำหรับบริษัทที่ให้บริการ interim
http://www.hr4europe.com/europe.php?cpl=be14th

เอาเท่านี้ก่อนนะ


- – – ฝากไว้ท้ายนี้ – – -

คนถามมาเยอะค่ะเรื่องงาน ซึ่งฉันก็เห็นใจนะคะเพราะก็เคยกังวลเป็นบ้าเป็นบอมาก่อน กับเรื่องงาน ยังไงก็อยากฝากไว้ว่า ก่อนมาที่นี่ วางแผนให้รอบคอบก่อนนะคะ

ก่อนจะมาที่นี่ถ้ามีเวลาว่าง ฉันอยากแนะนำไปเรียนวิชาชีพไว้ค่ะ มีอะไรก็เรียนไปเลยค่ะ จะเป็นนวดไทย, แกะสลัก, ทำอาหาร, ถ่ายภาพ, คอมพิวเตอร์, เสริมสวย, หลักสูตรปฐมพยาบาลของสภากาชาด (บางที งานเลี้ยงเด็ก หรืองานเนิร์สเซอรี่ อันนี้มีประโยชน์มากค่ะ),ร้อยลูกปัด, ทำเครื่องประดับ, เย็บปักถักร้อย, ทำสบู่, เปเปอร์มาเช่ ฯลฯ

เรียกว่ามีอะไรให้เรียนแล้วคุณสนใจก็เรียนไปเลยค่ะ มีประโยชน์ทุกอย่าง เพื่อนสาวคนหนึ่งของฉัน เคยทำงานแบงค์ เธอแต่งงานไปอยู่อังกฤษได้ปีนี้ปีที่สามแล้ว แต่เธอชอบถักไหมพรม ทุกวันนี้เธอเปิดร้านออนไลน์ขายพวกงาน handmade ของเธอนะคะ ไปได้ดีเลยทีเดียว ไม่ได้ทำให้ร่ำรวยแต่ก็มีเงินค่ากับข้าว พอใช้จ่ายและเหลือเก็บเล็กๆน้อย ๆ ไม่ต้องพึ่งแฟนมากมาย และที่สำคัญเธอมีความสุขดีค่ะ - เข้าใจว่าอาชีพแนว ๆ นี้ ไม่ใช่ว่าทุกคนจะทำได้ เพราะถ้าใจไม่รักก็ไปต่อลำบาก แต่เรียน ๆ ไว้ ก็ไม่เสียหลายหรอกนะคะ

แล้วคิดเผื่อด้วยว่าถ้ามาแล้วปีสองปีแรก ยังไม่มีงานทำเนี่ย ถ้ามาอยู่กับแฟน แฟนจะรับภาระคนเดียวไหวไหม และ จะอยูไปได้นานแค่ไหนเต็มที่ ทุกวันนี้ทุกสิ่งอย่างมันไม่แน่นอนนะคะ อย่างแฟนฉันทำงานบริษัทซอฟท์แวร์ ใหญ่อยู่แหละ ข้างนอกแบบว่า ดูดีมาก แต่วันนึงฟ้าผ่าเลยค่ะ เค้าไล่พนักงาน(วิศวกร) ออกรวดเดียว 40 คน ดีนะที่แฟนฉันยังไม่โดน มันทำให้ฉันเสียวสันหลังวูบเลยค่ะ ว่าถ้าแฟนต้องออกจากงานจริง ๆ ฉันจะทำยังไง นี่ถ้าไม่มีงานทำนะ คงแย่มากถึงมากที่สุด เพราะไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน ว่าถ้าแฟนตกงานไป ฉันจะทำไง จะหาเงินพอเลี้ยงสองปากไหม บริษัทฉันดีไซเนอร์ยังโดนให้ออกไปคนนึงเลย (update : ตอนนี้แฟนตกงานเรียบร้อยแล้วจ้าาาาา 5555 อยู่บ้านเฉย ๆ ชิว ๆ กินตังค์เก็บไปก่อน ระหว่างหางานใหม่ ดีที่ว่าฉันยังมีรายได้เป็นของตัวเอง ไม่งั้นกินแกลบกันแน่ค่ะงานนี้)

คือ ไม่ใช่อะไรหรอกนะคะ แฟนน่ะพึ่งได้ค่ะ แต่อย่าคิดว่ามันจะแน่นอน ยิ่งเศรษฐกิจแบบนี้ อีกนานพอดูแหละค่ะกว่าจะฟื้น ขนาดคนเบลเยี่ยมยังตกงาน คนนอกจะเหลือเหรอคะ ยังไงเค้าก็ต้องเอาคนของเค้ามาก่อนอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นคิดยาว ๆ นะคะ วางแผนให้ดี คิดหลาย ๆ ด้าน มีแผนหนึ่ง แผนสอง แผนสาม แล้วก็ลุยเลยค่ะ

อีกเรื่องคือ อย่าเพิ่งหวังเรื่องที่จะมาถึงปุ๊บหางานปั๊บเลย อยากให้โฟกัสเรื่องภาษาก่อนเลยอันดับแรกค่ะ เพราะมันเป็นปราการด่านหินโคตร ที่ถ้าผ่านไปได้ ชีวิตจะง่ายขึ้นล้านเท่า

แต่ฉันว่านะคะ ถ้าไม่เลือกงาน ยังไงก็ไม่อดตายค่ะ งานจะเล็ก จะดูไม่โก้ไม่หรูอะไรเราก็ทำ ๆ ไปเถอะค่ะ ถ้าทำได้ ยังไงซะก็มีทางไปแน่นอนค่ะ

—-

ไม่รู้มีใครอ่านมาจนจบหรือเปล่าเนี่ย ยาวเป็นกิโลเชียว

Comments

9 Responses to “+ The myth : ทำงาน หางาน ในเบลเยี่ยม (updated)”

  1. Nathathai
    November 15th, 2009 @ 3:49 am

    สวัสดีค่ะคุณ Bee
    อยากถามว่าเกี่ยวกับเรื่องงานนะคะ คือเราจบปริญญาตรีที่เมืองไทยก็จริง ก็พอรู้ว่ายังไงถ้าไปที่โน่นคงเทียบอะไรไม่ได้ แต่ก็วางแผนว่าจะโฟกัสเรื่องเรียนภาษาฝรั่งเศสก่อนอันดับแรก ไม่รู้ยากมากไหม..แล้วคิดว่าจะไปเรียนเป็นผู้ช่วยพยาบาลที่คอร์ส 1 ปีนะคะ เพราะมีประสบการณ์จากโรงพยาบาลที่เเมืองไทยมาก่อน แต่ไม่ทราบว่าต้องเรียนภาษาถึงขั้นระดับไหนคะ ถึงจะมีสิทธิ์เรียนผู้ช่วยพยาบาล หรือดูแลคนชรา เขาเรียกคอร์สอะไรไม่ทราบจำไม่ได้ ก็คิดว่าน่าจะทำไปก่อน แล้วถ้าเราแต่งงานแล้ว เราจะได้เรียนภาษาฟรีไหมคะ แล้วแฟนเราเขาแต่งงานกับเราแล้วเขาได้ลดหย่อนภาษีไหมคะ …
    ระหว่างรอผลวีซ่าอยู่ตอนนี้ก็เรียนนวดแผนไทย จบแล้วค่ะ ก็ทำตามอย่างที่คุณ Bee แนะนำ เป็นประโยชน์อย่างมากเลย ขอบคุณอีครั้งค่ะ..

  2. Chuti
    November 15th, 2009 @ 11:02 am

    ดิฉันได้อ่านเรื่องราวของคุณแล้วมีประโยชน์ต่อดิฉันมากค่ะ ขั้นว่ากลัวการไปอยู่ต่างประเทศ 555+ ทั้งๆที่ตอนแรกอยากไปเรียนรู้ชีวิตอย่างมากก ฟังดูแล้วยุ่งยากจัง มันไม่ง่ายเลยนะที่จะไปอยู่ที่อื่นที่ไม่ใช่บ้านตัวเอง แต่ถึงอย่างไรความอยากลองมันก็ยังมีอยู่ อิอิ
    ฉันอยากไปเรียนภาษาและก็หางาน Part Time ทำไปด้วย เพื่อดูว่ามันใช่ที่เรากำลังหาหรือเปล่า (ฉันมีความฝันว่าอย่างน้อยในชีวิตนี้ต้องพูดให้ได้อย่างน้อย 5 ภาษา และหนึ่งในนั้นคือ ฝรั่งเศส) ดิฉันก็ลองปรึกษาญาติดู ท่านก็บอกว่ารอให้เรียนจบ(ป.ตรี) ก่อนแล้วค่อยว่ากัน แต่มาตอนนี้เรียนจบมาสองปีแล้ว ลองถามญาติว่าอยากไปอยู่ทำไงดี ก็ดูเหมือนว่ามันคงเป็นไปไม่ได้แล้วสำหรับประเทศนี้ เพราะเหมือนอะไรๆก็ดูยุ่งยากไปหมด ทั้งเรื่องวีซ่า และการหางาน Part time ฉันไม่อยากรบกวนญาติ เพราะท่านก็มีภาระของตัวเองอยู่ สับสนมากค่ะ ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี จะเดินหน้าตามหาฝันต่อหรือว่าจะเลิกดี ตอนนี้มีคำถามมากมายที่เกิดขึ้น รบกวนจะสอบถามคุณบีหน่อยค่ะ ทราบมาว่าถ้าขอวีซ่านักเรียน จะสามารถทำงานได้อย่างน้อย 20 ชม.ต่อสัปดาห์จริงหรือเปล่าค่ะ แล้วลักษณะงานที่สามารถทำได้เนี่ยจะต้องเป็นพวกงานครัวตามร้านอาหารเท่านั้นหรือเปล่า หรือว่าถ้าเป็นงานที่เค้าจ้างกันปากต่อปากนักเรียนก็สามารถทำได้ สุดท้ายคืองานที่ทำต้องเสียภาษี 30% เหมือนคนเบลเยี่ยมหรือเปล่าค่ะ ทั้งนี้ทั้งนั้นควรเริ่มต้นอย่างไรดี หรือไปหาข้อมูลสิ่งที่ควรรู้จากไหนได้บ้าง รบกวนช่วยชี้แนะหน่อยนะคะ คุณบี ขอบคุณมากค่ะ^___^

  3. +bee
    November 18th, 2009 @ 3:41 pm

    @k. Nathathai
    แต่งงานแล้ว ภาษา level แรกน่าจะเรียนฟรีนะคะ ฝั่งวัลลูนเราไม่ค่อยทราบค่ะ ทราบแต่ฝั่งฟลาสเดอร์ส
    search ใน google ก็พอเห็นอยู่บ้างนะคะ
    http://www.pantown.com/board.php?id=3696&area=&name=board6&topic=129&action=view

    แฟนแต่งงานแล้วได้ลดภาษีไหม อันนี้ไม่ทราบค่ะ
    @k.Chuti
    งานที่นี่หายากนะคะ หมายถึงยากจริง ๆ ค่ะ
    ถ้าคุณจะมา visa นักเรียน แล้วจะทำงาน ก็ตามนี้เลยค่ะ
    To work as a student, you must be aged at least 15 (in fact, you must no longer be liable to remain in full-time education) and follow an approved course of education.
    The employed student and the employer must conclude a written fixed term contract, known as the student employment contract.
    “Foreign students from a country outside the European Economic Area
    Foreign students coming from a country outside the European Economic Area must follow an approved course of education in Belgium and be in possession of a valid residence permit.  During the Christmas, Easter and summer college holidays, they are exempt from the requirement to possess a work permit.  If they want to work outside these college holiday periods, they must have a type C work permit.
    More info on work permits can be found on our pages ‘Working in Belgium’
    http://www.belgium.be/en/work/student_jobs/index.jsp
    สรุปคือต้องมี work permit นะคะ (ยกเว้นช่วงเทศกาลคริสต์มาสต์, อีสเตอร์, วันหยุดช่วงปิคภาคฤดูร้อน เท่านั้นที่ไม่ต้องใช้ work permit)
    ถ้างานครัวปากต่อปาก (แล้วไม่มี work permit) อันนี้ก็งานมืดแล้วล่ะค่ะ
    เริ่มต้นยังไงดี..
    เริ่มที่ดูก่อนค่ะว่าจะมาเรียนอะไร, ข้อกำหนดมีอะไรบ้าง จะเรียนเป็นภาษาอังกฤษหรือดัชท์ (ถ้าจะเรียนเป็นดัชท์ก็ต้องได้ดัชท์อย่างน้อย level 5), มาเรียนใครเป็นคนออกค่าใช้จ่ายยังไงเท่าไหร่, ที่พักจะอยู่กับญาติไปเป็นหลาย ๆ ปีได้ไหม,
    ถ้าทำงานได้ ได้ชม ละเท่าไหร่ ภาษีเท่าไหร่ (ภาษีจะมากจะน้อยขึ้นอยู่กับว่าค่าแรงเท่าไหร่), มาอยู่นี่คุ้มไหม
    ถ้าคิดว่าไม่มีอะไรจะเสียแล้ว มานี่ดีกว่า จะมาก็รีบมาละกันค่ะ รอนานไปก็เท่านั้น
    เรื่องวีซ่า ถ้าจะมาอยู่นาน ๆ ต้องเป็นวีซ่านักเรียน หรือไม่ก็ได้ work permit หรือไม่ก็แต่งงานหรือ samenwonen เท่านั้นค่ะ

  4. kipp
    December 29th, 2009 @ 1:48 pm

    ได้ความรู้มากจริงๆๆค่ะ ผ่านเข้ามาด้วยความบังเอิญ
    แต่ต้องเซฟเก็บไว้ ตอนนี้กำลังจะย้ายเข้าไปอยู่ที่เบลเยี่ยมค่ะ
    เลยหาข้อมูลเอาไว้ เรื่องภาษานี่สำคัญจริงๆๆ …
    ขอบคุณค่ะ

  5. กุ้ง
    January 31st, 2010 @ 9:49 am

    กุ้งเองพี่บี
    กุ้งอยากจะรบกวนถามพี่บีเรื่องงานวิชาชีพสักนิดจ้า
    คือเรื่องมีอยู่ว่าแฟนเค้าอยากให้ไปเรียนทำอาหารไทย กุ้งเลยอยากจะถามเกี่ยวว่าเราจำเป็นจะต้องจบสถาบันที่มีชื่อเสียงมั้ย หรือว่าจบจากไหนไม่สำคัญ เพราะว่ากุ้งกำลังจะไปเรียนทำอาหารที่ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานอยู่ที่อุดร
    แฟนกุ้งเค้าอยากให้กุ้งทำอาหารเพราะว่าเค้าวางแผนว่าจะเปิดร้านอาหารไทยในอนาคตแต่ที่เค้าให้กุ้งไปเรียนเพื่อจะได้เอาใบประกาศมาสมัครงานแต่กุ้งก็กังวลว่าที่ที่กุ้งกำลังจะไปเรียนเมื่อเรียนจบมาแล้วจะสามารถไปทำงานที่ร้านอาหารไทยประมาณว่าเป็นแม่ครัวได้มั้ย
    แล้วถ้าเรียนหลักสูตรทำอาหารไทยจบกุ้งอาจจะเรียนเสริมสวยพ่วงด้วยจ้า

    รบกวนพี่บีด้วยจ้าาาา
    ขอบคุณเจ้าค่ะ

  6. +bee
    January 31st, 2010 @ 9:54 am

    สถาบันไม่จำเป็นต้องมีชื่อเสียงหรอกค่ะ เรียนที่ไหนมาก็ได้ ปรกติแล้วก็ต้องทดลองงานก่อนอยู่แล้วอ่ะค่ะ

  7. kipp
    January 31st, 2010 @ 12:28 pm

    สวัสดีปีให้จ้ะคุณบี ..ตอนปีใหม่ก็ตระเวนไปทั่วเบลเยี่ยม
    อยากหาทำเลที่เปิดร้านขายของพวกกิฟอะไรไป แต่มันเงียบเหลือเกิน ตอนนี้เลยตั้งหลัก ลงเรียนหลักสูตรสิบเดือน เกี่ยวกับพวกเปิดร้านเปิดสถานบริการ(ความงามหรือสปา เอ่อ..อย่าคิดเป็นอย่างอื่น..อิอิอิ) แต่ด้วยนิสัยแบบว่าอยากได้หลายอย่างในใบเดียวเลยลงเรียนcafebedrijf HORECA ยังไม่รู้จะรอดหรือเปล่า เหอะๆๆ อ่านสามหน้าอาทิตย์หนึ่ง อีกสองปีแหละคงจบ แต่ก้ช่างถือว่าเราเริ่มเดินแล้วมันต้องถึงจุดหมายสักวัน ..รักษาสุขภาพนะคะ มาอยู่ต่างบ้านต่างเมือง
    kipp

  8. กุ้ง
    January 31st, 2010 @ 7:55 pm

    ฮ้า…ค่อยสบายใจหน่อย
    ขอบคุณมากจ้าพี่บี

  9. GOODBYE POST. : beebah.net/visabelgium
    March 13th, 2010 @ 9:57 pm

    [...] Q : จะหางานทำได้ที่ไหน A : เขียนไว้ให้แล้วที่นี่ค่ะ http://www.beebah.net/visabelgium/2009/11/the-myth-working-in-belgium/ [...]

  • ไม่อยากรู้ก็จะบอก

  • legal stuff

    หากต้องการนำข้อมูลใดๆ ไม่ว่าจะเป็นข้อความหรือรูปภาพ กรุณาแจ้งให้ทราบพอเป็นมารยาท : คุณมีสิทธิ์นำไปใช้ได้ แต่ต้องให้เครดิตกลับมาที่เว็บนี้ค่ะ

    Creative Commons License


    ข้อมูลและภาพประกอบที่สร้าง
    โดย Chaleerat Ng. บนเว็บไซต​์ beebah.wordpress.com และ beebah.net เผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ แบบแสดงที่มา (by) 3.0 ประเทศไทย. อ่านสัญญาฉบับเต็ม [คลิก] ครีเอทีฟคอมมอนส์คืออะไร? ดู vdo บน youtube [คลิก] vdo จัดทำโดย รายการแบไต๋ ไฮเทค
  • +เมนู